กองเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง Blog
กลุ่มงานเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง รายงานบรรยากาศการลงทะเบียนเข้ารับการอบรมครูสอนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม ประจำปี 2568 บรรยากาศ ณ วัดศรีรัตนธรรมาราม ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ในวันนี้เป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีคณะพระภิกษุและผู้เข้าร่วมโครงการเดินทางมาลงทะเบียนเข้าพักและรายงานตัว เพื่อเตรียมเข้ารับการอบรมใน โครงการอบรมครูสอนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม เพื่อขึ้นบัญชี สังกัดสำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
กลุ่มงานเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง ขอแจ้งประกาศเรื่อง การรายงานตัวของผู้ที่จะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นเจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม (จศป.) ในตำแหน่งครูสอนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม สังกัดสำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง
กลุ่มงานเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง ขอแจ้งประกาศเรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการอบรม สำหรับผู้ที่เข้ารับการอบรมเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นเจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม (จศป.) ในตำแหน่งครูสอนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม ประจำปี 2569
สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง ขอแจ้งรายละเอียดประกาศเรื่อง คุณสมบัติของผู้ที่จะเข้ารับการอบรมเป็นครูสอนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม เพื่อให้พระภิกษุและสำนักเรียนทั่วประเทศได้รับทราบและเตรียมความพร้อมในการคัดเลือกบุคลากรเข้ารับการอบรมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 สรุปคุณสมบัติ 5 ข้อ สำหรับผู้สมัคร เพื่อให้ได้ครูสอนที่มีคุณภาพและตรงตามความต้องการของแต่ละพื้นที่ สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวงได้กำหนดเกณฑ์ไว้ดังนี้ ท่านสามารถอ่านรายละเอียดฉบับเต็มและดูประกาศที่มีตราตั้ง/ลายเซ็นกำกับอย่างเป็นทางการได้จากรูปภาพด้านล่างนี้ครับ
สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง เตรียมจัด โครงการอบรมครูสอนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม เพื่อขึ้นบัญชี สังกัดสำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมีกำหนดการอบรมระหว่างวันที่ 12 – 16 มีนาคม พ.ศ. 2569 ณ วัดศรีรัตนธรรมาราม ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ
สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง โดยกลุ่มงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ขอแจ้งกำหนดการและรายละเอียด โครงการอบรมครูสอนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม เพื่อขึ้นบัญชี สังกัดสำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เพื่อพัฒนาบุคลากรครูผู้สอนให้มีความเชี่ยวชาญในด้านการสอนพระปริยัติธรรมอย่างมืออาชีพ
การศึกษาพระปริยัติธรรมนับเป็นรากฐานสำคัญในการธำรงรักษาพระพุทธศาสนาให้มั่นคงสืบไป แต่เดิมการบริหารจัดการศึกษาของคณะสงฆ์ดำเนินการโดยพระภิกษุสามเณรเป็นหลัก ขณะที่คฤหัสถ์หรือฆราวาสมีส่วนร่วมในฐานะผู้ช่วยงานหรืออาสาสมัครตามกำลังศรัทธา อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ และข้อบังคับคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๓ ได้ก่อให้เกิดการปฏิรูประบบการบริหารงานบุคคลครั้งสำคัญ
การศึกษาพระปริยัติธรรมนับเป็นรากฐานสำคัญในการสืบทอดพระพุทธศาสนาในประเทศไทย เนื่องจากเป็นกระบวนการหล่อหลอมศาสนทายาทให้มีความรู้ความเข้าใจในพระธรรมวินัยอย่างถ่องแท้และถูกต้องตามหลักวิชาการ การจัดการศึกษาของคณะสงฆ์ในอดีตที่ผ่านมาดำเนินไปตามจารีตประเพณีเป็นหลัก ขาดการวางแผนเชิงระบบในระยะยาว ซึ่งส่งผลให้การพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนไม่สามารถเท่าทันต่อพลวัตการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกยุคดิจิทัลได้อย่างเต็มที่
การศึกษาพระปริยัติธรรมในปัจจุบันกำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการปฏิรูปครั้งสำคัญ ภายใต้พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งมีเจตนารมณ์เพื่อสร้างมาตรฐานทางการศึกษา ควบคู่ไปกับการรักษาไว้ซึ่งพระธรรมวินัยอันเป็นรากฐานสำคัญของพระพุทธศาสนา การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารจัดการให้มีความเป็นระบบและสอดคล้องกับบริบทสังคมร่วมสมัยนี้ ทำให้หลักการธรรมาภิบาลหรือหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมิติของการบริหารงานบุคคล ซึ่งเป็นหัวใจของการขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุเป้าหมาย และส่งผลโดยตรงต่อขวัญ กำลังใจ และความมั่นคงของบุคลากรผู้ปฏิบัติงานด้านศาสนศึกษา
ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกในยุคปัจจุบัน ความท้าทายที่สังคมไทยเผชิญมิได้จำกัดอยู่เพียงมิติทางเศรษฐกิจหรือเทคโนโลยีเท่านั้น หากยังรวมถึงความเสื่อมถอยทางศีลธรรมและจริยธรรม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของความสงบสุข ในบริบทดังกล่าว การเผยแผ่พระพุทธศาสนาจึงมิอาจจำกัดบทบาทอยู่เพียงพิธีกรรมหรือการสั่งสอนตามจารีตประเพณี หากแต่ต้องพัฒนาไปสู่การเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการเสริมสร้างสุขภาวะทางปัญญาและภูมิคุ้มกันทางจิตใจให้แก่ประชาชน ธรรมศึกษา ในฐานะหลักสูตรกลางของคณะสงฆ์ไทยที่ออกแบบขึ้นเพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ศึกษาหลักธรรมและนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ต้องได้รับการขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบ
การประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ นับเป็นก้าวสำคัญทางประวัติศาสตร์ของการศึกษาคณะสงฆ์ไทย ที่มุ่งยกระดับการเรียนการสอนพระธรรมวินัยและภาษาบาลีให้เข้าสู่ระบบมาตรฐานการศึกษาของชาติอย่างเป็นทางการ พร้อมด้วยข้อบังคับต่างๆ ที่ตราขึ้นภายใต้พระราชบัญญัตินี้ อาทิ ข้อบังคับคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม (กศป.) ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๓ และว่าด้วยโครงสร้างการบริหารงาน พ.ศ. ๒๕๖๓ ได้กลายเป็นกลไกสำคัญในการจัดระบบการบริหารกิจการคณะสงฆ์ให้มีความทันสมัย มีมาตรฐาน และเป็นสากลมากขึ้น