บทบาทและอำนาจหน้าที่ของ ‘เจ้าสำนักเรียน’ ตามกฎหมายการศึกษาพระปริยัติธรรม
“เจ้าสำนักเรียน” หรือเรียกโดยย่อว่า “เจ้าสำนัก” ถือเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญยิ่งในฐานะผู้บริหารสูงสุดของสถานศึกษาพระปริยัติธรรมระดับวัด บทบาทและอำนาจหน้าที่ของเจ้าสำนักเรียนถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจนภายใต้กรอบของพระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม และประกาศของมหาเถรสมาคมที่เกี่ยวข้อง
เพื่อให้การขับเคลื่อนการศึกษาของคณะสงฆ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ บทความนี้มุ่งนำเสนอสถานภาพ บทบาทหน้าที่ และโครงสร้างความสัมพันธ์ของเจ้าสำนักเรียน โดยมีรายละเอียดดังนี้
๑. นิยามและสถานภาพทางกฎหมายของเจ้าสำนักเรียน
ในทางนิยาม “เจ้าสำนัก” หมายความถึง เจ้าอาวาสของวัดอันเป็นที่ตั้งของสำนักเรียนหรือสำนักศาสนศึกษานั้นๆ เมื่อพิจารณาตามโครงสร้างการบริหารงานบุคคลของการศึกษาพระปริยัติธรรม เจ้าสำนักมีสถานภาพทางกฎหมายที่สำคัญ ๒ ประการ ได้แก่
- สถานภาพในฐานะบุคลากรทางการศึกษา: ตามประกาศมหาเถรสมาคม (พ.ศ. ๒๕๕๕) ได้จัดให้เจ้าสำนักอยู่ในกลุ่ม “บุคลากรทางการศึกษา” เช่นเดียวกับเจ้าสำนักศาสนศึกษา ผู้อำนวยการศูนย์การเรียน อาจารย์ใหญ่ ผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ และผู้สนับสนุนการศึกษาอื่นๆ
- สถานภาพในฐานะเจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม (จศป.): ภายใต้ข้อบังคับคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม (กศป.) ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลฯ พ.ศ. ๒๕๖๓ ได้กำหนดให้เจ้าสำนักมีสถานะเป็น “จศป. ประเภทผู้สนับสนุนการศึกษา” ซึ่งมีภารกิจหลักในการให้บริการหรือปฏิบัติงานที่เกี่ยวเนื่องกับกระบวนการจัดการเรียนการสอน การนิเทศ และการบริหารการศึกษา สถานภาพนี้ส่งผลให้เจ้าสำนักเป็นบุคลากรที่ได้รับค่าตอบแทนจากงบประมาณแผ่นดิน

๒. บทบาทและอำนาจหน้าที่หลักในการบริหารสถานศึกษา
ภารกิจหลักของเจ้าสำนักคือการบริหารจัดการสถานศึกษาให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของนโยบายการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรม โดยสามารถจำแนกอำนาจหน้าที่สำคัญได้ดังนี้
๒.๑ ด้านการบริหารงานบุคคลและการจัดการเรียนการสอน
- การแต่งตั้งบุคลากรครู: มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาเสนอรายชื่อบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นครูสอนพระปริยัติธรรม ต่อเจ้าคณะผู้ปกครองระดับสูง (เจ้าคณะกรุงเทพมหานครหรือเจ้าคณะจังหวัด) เพื่อพิจารณาสั่งการ
- การส่งเสริมการศึกษาตามเกณฑ์มาตรฐาน: มีบทบาทในการจัดการศึกษาหรือส่งเสริมให้ผู้เรียนที่ยังไม่สำเร็จการศึกษาภาคบังคับ ได้ศึกษาวิชาสามัญเพิ่มเติม เพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด
- การกำกับดูแลสถานภาพครู: มีหน้าที่ดำเนินการเสนอเรื่องให้ครูสอนพระปริยัติธรรมพ้นจากสภาพ เมื่อมีเหตุอันควรตามระเบียบที่กำหนดต่อเจ้าคณะผู้ปกครองระดับสูง
๒.๒ ด้านการจัดตั้งและการยุบเลิกสถานศึกษา
- การขอจัดตั้ง: เจ้าสำนักในฐานะเจ้าอาวาส มีหน้าที่ดำเนินการจัดทำคำขอจัดตั้งเป็นสำนักเรียนหรือสำนักศาสนศึกษา ตามแบบที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติกำหนด
- การยุบ รวม หรือเลิกกิจการ: ในกรณีที่สถานศึกษาขาดคุณสมบัติตามเกณฑ์มาตรฐาน (เช่น ด้านการจัดการเรียนการสอน จำนวนผู้เรียน หรือความพร้อมด้านบุคลากรและอาคารสถานที่) ติดต่อกันเป็นระยะเวลา ๓ ปี หรือไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ เจ้าสำนักมีหน้าที่ต้องเสนอเรื่องเพื่อขอยุบ รวม หรือเลิกดำเนินการสถานศึกษานั้น ทั้งนี้ หากเจ้าสำนักมิได้ดำเนินการ เจ้าคณะผู้ปกครองระดับเหนือขึ้นไปจะมีอำนาจในการพิจารณาสั่งการต่อไป
๓. ความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างและการกำกับดูแล
เจ้าสำนักเรียนเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงการบริหารจัดการระดับสถานศึกษา (วัด) เข้ากับการกำกับดูแลของคณะสงฆ์ส่วนกลางและหน่วยงานภาครัฐ โดยมีความสัมพันธ์กับภาคส่วนต่างๆ ดังนี้
การได้รับการสนับสนุนจากรัฐ: อันเป็นผลสืบเนื่องจากสถานภาพการเป็นบุคลากรทางการศึกษาและ จศป. ทำให้เจ้าสำนักอยู่ในข่ายที่จะได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนด้านงบประมาณจากภาครัฐ ผ่านทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ตามบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง.
ความสัมพันธ์กับเจ้าคณะผู้ปกครอง (เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร/เจ้าคณะจังหวัด): เป็นความสัมพันธ์ในมิติของการเสนอเรื่องเพื่อขออนุมัติ โดยเจ้าสำนักต้องเสนอเรื่องไปยังเจ้าคณะผู้ปกครองในการสั่งแต่งตั้งหรือถอดถอนบุคลากรครู รวมถึงอำนาจของเจ้าคณะผู้ปกครองในการสั่งการยุบหรือเลิกสถานศึกษาหากการดำเนินงานไม่เป็นไปตามเกณฑ์
ความสัมพันธ์กับบุคลากรภายใน: ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดของสถานศึกษา เจ้าสำนักมีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแลการปฏิบัติงานของครูสอนพระปริยัติธรรมและบุคลากรทางการศึกษาอื่นๆ ภายในสำนักเรียน (อาทิ อาจารย์ใหญ่ บรรณารักษ์ และงานทะเบียนวัดผล) ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ความสัมพันธ์กับส่วนงานการศึกษาพระปริยัติธรรม (สศป.) และหน่วยงานรัฐ: เจ้าสำนักมีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดทำฐานข้อมูลและรายงานผลการจัดการศึกษาต่อแม่กองธรรมสนามหลวงและแม่กองบาลีสนามหลวง สำหรับในส่วนภูมิภาคให้รายงานผ่านสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด เพื่อนำเสนอต่อสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติตามลำดับขั้นตอน

