โครงสร้าง องค์ประกอบ และอำนาจหน้าที่ของ “กบป.” ในระบบการบริหารงานบุคคลการศึกษาพระปริยัติธรรม
บทนำ “คณะกรรมการบริหารงานบุคคลการศึกษาพระปริยัติธรรม” หรือเรียกโดยย่อว่า “กบป.” ถือเป็นกลไกสำคัญในเชิงโครงสร้างที่มีบทบาทในการกำหนดทิศทางและวางรากฐานการบริหารทรัพยากรมนุษย์ของเจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม (จศป.) เพื่อให้การดำเนินงานของส่วนงานการศึกษาพระปริยัติธรรม (สศป.) เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีมาตรฐานสากล บทความนี้จะนำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับองค์ประกอบ บทบาท และอำนาจหน้าที่ของ กบป. ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
๑. โครงสร้างและองค์ประกอบของคณะกรรมการ กบป. ประกอบด้วยบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญในวงการการศึกษาคณะสงฆ์ โดยมีโครงสร้างองค์ประกอบ ดังนี้
- ประธานกรรมการ: แต่งตั้งโดยคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม (กศป.) จำนวน ๑ รูป
- กรรมการโดยตำแหน่ง: จำนวน ๔ รูป/คน ประกอบด้วย ผู้ดำรงตำแหน่งแม่กองบาลีสนามหลวง, แม่กองธรรมสนามหลวง, ประธานกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา และประธานศูนย์พระปริยัตินิเทศก์แห่งคณะสงฆ์
- กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ: จำนวนไม่น้อยกว่า ๕ รูป/คน แต่ไม่เกิน ๗ รูป/คน ซึ่งแต่งตั้งโดย กศป. โดยคัดเลือกจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล การบริหารและการจัดการ และด้านกฎหมาย
- กรรมการและเลขานุการ: ให้ผู้อำนวยการกองพุทธศาสนศึกษา ดำรงตำแหน่งนี้โดยตำแหน่ง
วาระการดำรงตำแหน่ง: ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ ๔ ปี และอาจได้รับการแต่งตั้งใหม่ได้ ทั้งนี้ ในกรณีที่ครบวาระแล้วแต่ยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการชุดใหม่ ให้คณะกรรมการชุดเดิมปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งเสร็จสิ้น
การพ้นจากตำแหน่ง: นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการอาจพ้นจากตำแหน่งเมื่อมรณภาพ/ถึงแก่ความตาย, ลาออก, ขาดคุณสมบัติตามที่กำหนด, หรือ กศป. มีมติให้ถอดถอน

๒. ขอบเขตอำนาจและหน้าที่ความรับผิดชอบ กบป. มีภารกิจหลักในการกำหนดมาตรฐานและกำกับดูแลการบริหารงานบุคคลของ สศป. โดยสามารถจำแนกอำนาจหน้าที่ออกเป็น ๒ มิติหลัก ดังนี้
๒.๑ ด้านนโยบายและมาตรฐานการบริหารงานบุคคล
- การกำหนดมาตรฐานกลาง: กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และมาตรฐานในการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล เพื่อให้หน่วยงานในสังกัดถือปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกัน
- การกำหนดโครงสร้างค่าตอบแทนและตำแหน่ง: พิจารณากำหนดมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง (Job Classification) บัญชีเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง เงินวิทยฐานะ และสิทธิประโยชน์สวัสดิการต่างๆ เพื่อเสนอต่อ กศป. พิจารณา
- การรับรองคุณวุฒิ: กำหนดหลักเกณฑ์การเทียบเคียงและรับรองคุณวุฒิการศึกษาเพื่อประโยชน์ในการบรรจุและแต่งตั้งบุคลากร ให้สอดคล้องกับระดับตำแหน่งและอัตราค่าตอบแทน
๒.๒ ด้านการกำกับดูแลและการปฏิบัติการ
- การติดตามและประเมินผล: กำกับดูแล ตรวจสอบ และติดตามผลการบริหารงานบุคคลของ สศป. ให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
- การวินิจฉัยและตีความ: มีอำนาจในการตีความข้อกฎหมาย วินิจฉัยปัญหา และตอบข้อหารือที่เกิดจากการบังคับใช้กฎระเบียบด้านการบริหารงานบุคคล
- การบริหารจัดการข้อมูลบุคลากร: วางระบบทะเบียนประวัติ ควบคุมข้อมูลเกษียณอายุ และแก้ไขข้อมูลทะเบียนประวัติของ จศป. ให้ถูกต้อง
- การบริหารงานบุคคลกรณีพิเศษ: พิจารณาอนุมัติการบรรจุบุคคลผู้มีความรู้ความสามารถสูง ผู้เชี่ยวชาญ หรือกรณีการยกเว้นคุณสมบัติทั่วไป (บางประการ) โดยความเห็นชอบของ กศป. รวมถึงการดำเนินการทางวินัยและการลงโทษสำหรับตำแหน่งระดับบริหาร
บทสรุป ในเชิงเปรียบเทียบ บทบาทของ กบป. มีความใกล้เคียงกับ “คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)” ในระบบราชการพลเรือน กล่าวคือ เป็นองค์กรกลางที่ทำหน้าที่ออกกฎระเบียบและวางระบบบริหารคน ให้สอดรับกับนโยบายที่ กศป. (ซึ่งเปรียบเสมือนองค์กรระดับนโยบายสูงสุด) ได้กำหนดไว้ เพื่อให้บุคลากรในการศึกษาพระปริยัติธรรมได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรมและมีมาตรฐานวิชาชีพที่มั่นคง

