ทำความรู้จัก “จศป.” (เจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม) คือใคร? มีบทบาทอย่างไร?
จศป. ย่อมาจาก เจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม ซึ่งเป็นบุคลากรสำคัญในการขับเคลื่อนงานการศึกษาพระปริยัติธรรมตามพระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ และข้อบังคับคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลฯ พ.ศ. ๒๕๖๓
๑. ความหมายของ จศป.
จศป. หมายความถึง เจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม หรือ ผู้ปฏิบัติงานในสถานศึกษาพระปริยัติธรรม ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงผู้ปฏิบัติงานใน สศป. (ส่วนงานการศึกษาพระปริยัติธรรม) ด้วย จศป. มีทั้งผู้ที่เป็นบรรพชิตและคฤหัสถ์ ซึ่งต้องได้รับการสรรหา บรรจุ และแต่งตั้งตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด บุคลากรกลุ่มนี้ (รวมถึงบุคลากรทางการศึกษาและครูสอนพระปริยัติธรรมตามประกาศเดิม) ได้รับค่าตอบแทนจากงบประมาณของรัฐ.

๒. ประเภทของ จศป.
จศป. แบ่งออกเป็น สองประเภทหลัก ดังนี้:
| ประเภท จศป. | บทบาทหลัก | ตำแหน่งและระดับที่เกี่ยวข้อง (ตามข้อบังคับ ๒๕๖๓) |
| ๑. ประเภทผู้ปฏิบัติงานสอน | ผู้ปฏิบัติหน้าที่หลักในการเรียนการสอนและส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน | ตำแหน่งครู ระดับปฏิบัติการ, ชำนาญการ, ชำนาญการพิเศษ, เชี่ยวชาญ, และเชี่ยวชาญพิเศษ |
| ๒. ประเภทผู้สนับสนุนการศึกษา | ผู้ทำหน้าที่ให้บริการหรือปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับกระบวนการจัดการเรียนการสอน การนิเทศ และการบริการการศึกษา | ตำแหน่งบริหาร (ระดับต้น/สูง), ตำแหน่งอำนวยการ (ระดับต้น/สูง), ตำแหน่งวิชาการ (ระดับปฏิบัติการถึงทรงคุณวุฒิ), และ ตำแหน่งทั่วไป (ระดับปฏิบัติงานถึงทักษะพิเศษ) |

ตัวอย่างตำแหน่งสำคัญในกลุ่มผู้สนับสนุนการศึกษา:
• เจ้าสำนัก (เจ้าอาวาสวัดที่สำนักเรียนหรือสำนักศาสนศึกษาตั้งอยู่)
• อาจารย์ใหญ่ และผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่
• ผู้ปฏิบัติหน้าที่บรรณารักษ์, งานแนะแนว, งานทะเบียนวัดผล, หรือผู้ปฏิบัติหน้าที่บริหารงานทั่วไป
๓. สังกัดของ จศป.
จศป. สังกัดอยู่ใน สศป. (ส่วนงานการศึกษาพระปริยัติธรรม) ซึ่งรวมถึงหน่วยงานและสถานศึกษาต่าง ๆ ดังนี้:
1. สำนักงานแม่กองบาลีสนามหลวง
2. สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง
3. สำนักงานการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา
4. สถานศึกษาพระปริยัติธรรม ในสังกัดสำนักงานดังกล่าว (ได้แก่ สำนักเรียน, สำนักศาสนศึกษา, และโรงเรียน)
5. ศูนย์พระปริยัตินิเทศก์แห่งคณะสงฆ์
นอกจากนี้ ยังมี พระปริยัตินิเทศก์ ซึ่งเป็นพระภิกษุที่ทำหน้าที่นิเทศการศึกษาพระปริยัติธรรม ช่วยเหลือแนะนำครูสอน และสนองงานเจ้าคณะจังหวัดในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาพระปริยัติธรรม โดยพระปริยัตินิเทศก์จัดเป็นผู้ปฏิบัติงานใน สศป. ด้วย

๔. บทบาทและหน้าที่หลักของ จศป.
จศป. มีหน้าที่และวินัยที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะ:
• ความซื่อสัตย์และคุณธรรม: ต้องปฏิบัติงานด้วยความ ซื่อสัตย์ สุจริต และเที่ยงธรรม และให้ความเคารพต่อพระรัตนตรัย.
• การปฏิบัติตามกฎ: ต้องปฏิบัติงานให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของ กศป. (คณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม), กบป. (คณะกรรมการบริหารงานบุคคล), สศป., มติมหาเถรสมาคม, และนโยบายของรัฐบาล.
• อุทิศเวลา: ต้อง อุทิศเวลาของตนให้แก่ สศป. จะละทิ้งหรือทอดทิ้งงานมิได้.
• การพัฒนาองค์กร: ต้องปฏิบัติงานให้เกิดผลดีหรือความก้าวหน้าแก่ สศป. ด้วยความตั้งใจ อุตสาหะ และรักษาประโยชน์ของ สศป..
• การรักษาวินัย: ต้องรักษาวินัยโดยเคร่งครัด และมีข้อห้ามไม่ให้กระทําการอันเป็นการลบหลู่พระรัตนตรัย, ไม่รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา, ไม่ประมาทเลินเล่อในหน้าที่, หรือกระทําการอันเป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ.
๕. การสิ้นสุดสถานะของ จศป.
จศป. จะออกจากงานเมื่อเกิดกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้:
การสิ้นสุดสถานะทั่วไป (ออกจากงาน)
1. มรณภาพ/ตาย.
2. เกษียณอายุการทำงาน:
◦ จศป. ที่เป็น คฤหัสถ์ จะพ้นจากตำแหน่งเมื่ออายุครบ ๖๐ ปีบริบูรณ์ ณ สิ้นปีงบประมาณของ สศป..
◦ จศป. ที่เป็น บรรพชิต จะพ้นจากตำแหน่งเมื่ออายุครบ ๗๐ ปี แต่สามารถต่ออายุการทำงานได้คราวละ ๑ ปี โดยรวมแล้วไม่เกิน ๑๐ ปี.
3. ลาออก โดยได้รับอนุญาตให้ลาออก.
4. ถูกสั่งให้ออก ตามเหตุผลและความจำเป็นอื่นที่ กบป. กำหนด (เช่น เจ็บป่วยไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้สม่ำเสมอ, ขาดคุณสมบัติ, ผลการปฏิบัติงานต่ำกว่าเกณฑ์ติดต่อกัน ๓ ปี).
5. ถูกสั่งลงโทษปลดออก (เป็นโทษทางวินัยอย่างร้ายแรง).
6. ถูกสั่งลงโทษไล่ออก (เป็นโทษทางวินัยอย่างร้ายแรง).
กรณีเฉพาะสำหรับบรรพชิต
• จศป. ที่เป็น บรรพชิต เมื่อ พ้นจากความเป็นบรรพชิต (ลาสิกขา) ให้ถือว่า พ้นจากความเป็น จศป. ด้วย. (สอดคล้องกับการพ้นสภาพของครูสอนพระปริยัติธรรมตามประกาศเดิม ที่รวมถึงการลาสิกขา).

