บทบาท โครงสร้าง และอำนาจหน้าที่ของ “กศป.” : องค์กรนโยบายสูงสุดแห่งระบบการศึกษาพระปริยัติธรรม

บทนำ “คณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม” หรือเรียกโดยย่อว่า “กศป.” ถือเป็นองค์กรหลักระดับนโยบาย (Policy Body) ที่มีสถานะสูงสุดในการกำกับดูแลและกำหนดทิศทางการศึกษาของคณะสงฆ์ไทย ภายใต้บัญญัติแห่ง พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ การจัดตั้ง กศป. มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ระบบการศึกษาพระปริยัติธรรมได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและมีมาตรฐานเทียบเคียงได้กับการศึกษารูปแบบอื่นของชาติ

๑. โครงสร้างและองค์ประกอบของคณะกรรมการ โครงสร้างของ กศป. ได้รับการออกแบบให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือระหว่างฝ่ายศาสนจักรและฝ่ายอาณาจักร โดยมีองค์ประกอบของคณะกรรมการที่ครอบคลุมทุกมิติ ดังนี้

  • ประธานกรรมการ: จำนวน ๑ รูป ได้แก่ สมเด็จพระสังฆราช หรือผู้ที่ได้รับแต่งตั้งโดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม
  • รองประธานกรรมการ: จำนวน ๑ คน ได้แก่ รัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี
  • กรรมการโดยตำแหน่ง (Ex-Officio Members): จำนวน ๑๑ ท่าน ประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
    1. แม่กองบาลีสนามหลวง
    2. แม่กองธรรมสนามหลวง
    3. ประธานกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา
    4. อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
    5. อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
    6. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
    7. เลขาธิการ ก.พ.
    8. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    9. เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา
    10. ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ
    11. เลขาธิการ ก.ค.ศ.
  • กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ: จำนวน ๖ ท่าน ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชทรงแต่งตั้งโดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม
  • ฝ่ายเลขานุการ: ให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นกรรมการและเลขานุการ และผู้อำนวยการกองพุทธศาสนศึกษา เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

วาระการดำรงตำแหน่ง: ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ มีวาระคราวละ ๓ ปี และอาจได้รับการแต่งตั้งใหม่ได้ ทั้งนี้ ในกรณีที่พ้นวาระแต่ยังมิได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ ให้กรรมการชุดเดิมปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการส่งมอบงาน

๒. ขอบเขตอำนาจและหน้าที่ความรับผิดชอบ กศป. มีอำนาจหน้าที่ครอบคลุมภารกิจสำคัญตามมาตรา ๑๒ แห่ง พ.ร.บ. การศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยจำแนกออกเป็น ๓ ด้านหลัก ดังนี้

๒.๑ ด้านนโยบายและมาตรฐานการศึกษา

  • การกำหนดทิศทางยุทธศาสตร์: กำหนดนโยบาย แผนพัฒนา และมาตรฐานสถานศึกษาพระปริยัติธรรม เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา
  • การกำกับดูแล: ควบคุมและติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดให้บรรลุตามวัตถุประสงค์
  • การประกันคุณภาพ: กำหนดเกณฑ์มาตรฐานการศึกษาและวางระบบการประกันคุณภาพการศึกษาพระปริยัติธรรม
  • การบริหารจัดการองค์กร: กำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่และหลักเกณฑ์การบริหารงานของหน่วยงานหลัก ได้แก่ สำนักงานแม่กองบาลีสนามหลวง, สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง และแผนกสามัญศึกษา

๒.๒ ด้านวิชาการและหลักสูตร

  • การอนุมัติหลักสูตร: พิจารณาอนุมัติหลักสูตรการศึกษาพระปริยัติธรรม (โดยหลักสูตรแผนกบาลีและธรรมต้องผ่านความเห็นชอบจากมหาเถรสมาคม)
  • เกณฑ์การศึกษา: กำหนดคุณสมบัติผู้เรียน หลักเกณฑ์การรับเข้าศึกษา และเงื่อนไขการสำเร็จการศึกษา
  • การรับรองวิทยฐานะ: มีอำนาจในการอนุมัติการให้ปริญญาบัตรและประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา

๒.๓ ด้านการบริหารงานบุคคลและการงบประมาณ

  • การบริหารทรัพยากรมนุษย์: กำหนดมาตรฐานกลางสำหรับการบริหารงานบุคคลของ “เจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม (จศป.)” ทั้งในเรื่องอัตรากำลัง การกำหนดตำแหน่ง และสิทธิสวัสดิการ
  • ค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์: พิจารณากำหนดอัตราเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และค่าตอบแทนอื่น ๆ โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง
  • กฎระเบียบการคลัง: ออกระเบียบว่าด้วยการบริหารจัดการการเงิน การพัสดุ และทรัพย์สินของสถานศึกษา รวมถึงระบบบัญชี
  • กระบวนการยุติธรรมทางบริหาร: ทำหน้าที่เป็นองค์กรพิจารณาอุทธรณ์และร้องทุกข์ สำหรับกรณีที่มีข้อขัดแย้งเกี่ยวกับคำสั่งลงโทษหรือการบริหารงานบุคคลที่ไม่เป็นธรรม

บทสรุป กล่าวโดยสรุป กศป. เปรียบเสมือน “คณะรัฐมนตรีด้านการศึกษาของคณะสงฆ์” ที่ทำหน้าที่วางรากฐาน กำหนดนโยบาย และสร้างมาตรฐานกลาง เพื่อให้หน่วยงานปฏิบัติการ (สศป.) และกลไกการบริหารบุคคล (กบป.) นำไปขับเคลื่อนให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *