โครงสร้าง บทบาท และกลไกการบริหารงานของ “สศป.” (ส่วนงานการศึกษาพระปริยัติธรรม)

บทนำ “ส่วนงานการศึกษาพระปริยัติธรรม” หรือเรียกโดยย่อว่า “สศป.” ถือเป็นหน่วยงานปฏิบัติการที่มีความสำคัญสูงสุดในเชิงโครงสร้างการบริหารการศึกษาของคณะสงฆ์ ทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนนโยบายจาก “คณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม (กศป.)” ไปสู่การปฏิบัติจริง ทั้งในมิติของการจัดการศึกษาและการบริหารงานบุคคล บทความนี้จะนำเสนอภาพรวมของโครงสร้างองค์กร บทบาทหน้าที่ และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับ สศป.

๑. โครงสร้างองค์กรและส่วนประกอบของ สศป. สศป. เป็นคำเรียกรวมของหน่วยงานที่รับผิดชอบภารกิจด้านการศึกษาพระปริยัติธรรม โดยประกอบด้วย ๔ องค์กรหลัก และสถานศึกษาในสังกัด ดังนี้:

  1. สำนักงานแม่กองบาลีสนามหลวง: รับผิดชอบการศึกษาแผนกบาลี
  2. สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง: รับผิดชอบการศึกษาแผนกธรรม
  3. สำนักงานการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา: รับผิดชอบโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา
  4. ศูนย์พระปริยัตินิเทศก์แห่งคณะสงฆ์: รับผิดชอบงานนิเทศและติดตามผลการศึกษา
  5. สถานศึกษาพระปริยัติธรรม: ครอบคลุมถึง สำนักเรียน, สำนักศาสนศึกษา และโรงเรียน ที่อยู่ในสังกัดของสำนักงานดังกล่าว

๒. บทบาทและอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย สศป. มีสถานะเป็นหน่วยงานปฏิบัติการ (Operational Unit) ที่มีภารกิจครอบคลุมทั้งด้านการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์และด้านการงบประมาณ โดยมีรายละเอียดดังนี้

๒.๑ ด้านการบริหารงานบุคคลและองค์กร การบริหารงานบุคคลใน สศป. จะดำเนินงานผ่าน “คณะอนุกรรมการบริหารงานบุคคล (อบป.)” ประจำส่วนงาน โดยมีหน้าที่:

  • การกำหนดนโยบาย: วางระบบและระเบียบวิธีการบริหารทรัพยากรบุคคลภายในส่วนงาน ให้สอดคล้องกับมาตรฐานกลางที่คณะกรรมการบริหารงานบุคคล (กบป.) กำหนด
  • การบริหารอัตรากำลัง: ดำเนินการเกลี่ยอัตรากำลังระหว่างหน่วยงานภายในเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
  • การพัฒนาบุคลากร: ส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม (จศป.) ได้รับการพัฒนาศักยภาพ ผ่านการศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน หรือการทำวิจัย
  • การรักษาวินัย: ดำเนินการทางวินัยและมีอำนาจสั่งการให้บุคลากรออกจากงานตามข้อบังคับ หากมีการกระทำผิดวินัยหรือขาดคุณสมบัติ

๒.๒ ด้านการเงินและการสนับสนุน

  • การบริหารงบประมาณ: สศป. และสถานศึกษาในสังกัด เป็นหน่วยงานที่ได้รับเงินอุดหนุนและงบประมาณจากรัฐผ่านทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
  • การจัดทำคำของบประมาณ: หน่วยงานหลัก (เช่น สำนักงานแม่กองบาลีฯ, แม่กองธรรมฯ) มีหน้าที่จัดทำคำขอรับเงินอุดหนุนเพื่อจัดสรรเป็นค่าตอบแทนแก่บุคลากร (จศป.)
  • การตรวจสอบและความโปร่งใส: สถานศึกษาและหน่วยงานในสังกัดต้องจัดทำบัญชีและจัดให้มีการตรวจสอบภายใน (Internal Audit) ด้านการเงินและพัสดุ พร้อมรายงานผลต่อ กศป. อย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง

๓. โครงสร้างบุคลากรและผู้ดำรงตำแหน่ง บุคลากรที่ปฏิบัติงานใน สศป. ทั้งหมด มีสถานภาพตามกฎหมายเป็น “เจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม (จศป.)” ซึ่งประกอบด้วยทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์ โดยแบ่งลำดับชั้นการบังคับบัญชา ดังนี้

๓.๑ ผู้บริหารระดับสูง (ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุแต่งตั้ง) ได้แก่ แม่กองบาลีสนามหลวง, แม่กองธรรมสนามหลวง, ประธานกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา, ประธานศูนย์พระปริยัตินิเทศก์แห่งคณะสงฆ์ และผู้อำนวยการกองพุทธศาสนศึกษา (ในฐานะเลขานุการ กบป.)

๓.๒ บุคลากรระดับปฏิบัติการ

  • กลุ่มผู้ปฏิบัติงานสอน: ได้แก่ ครูสอนพระปริยัติธรรม (ทั้งแผนกธรรมและบาลี)
  • กลุ่มผู้สนับสนุนการศึกษา: ประกอบด้วย
    • เจ้าสำนัก: (เจ้าอาวาสวัดที่เป็นที่ตั้งของสำนักเรียน)
    • ผู้บริหารสถานศึกษา: อาจารย์ใหญ่ และผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่
    • บุคลากรสายวิชาการและธุรการ: บรรณารักษ์, เจ้าหน้าที่งานแนะแนว, งานทะเบียนวัดผล
    • พระปริยัตินิเทศก์: พระภิกษุผู้ทำหน้าที่นิเทศและประกันคุณภาพการศึกษา

บทสรุป โดยสรุป สศป. เปรียบเสมือน “กระดูกสันหลัง” ของระบบการศึกษาคณะสงฆ์ ทำหน้าที่เชื่อมโยงนโยบายระดับมหภาคจากมหาเถรสมาคมและ กศป. ลงสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ เพื่อให้การจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมทั่วประเทศดำเนินไปอย่างเป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพ

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *