บทบาทเชิงยุทธศาสตร์ของ “กบป.” ในการยกระดับสถานะและมาตรฐานวิชาชีพของเจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม
การจัดตั้ง “คณะกรรมการบริหารงานบุคคลการศึกษาพระปริยัติธรรม (กบป.)” ตามพระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ ถือเป็นนวัตกรรมเชิงโครงสร้างที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งในการปฏิรูปการศึกษาของคณะสงฆ์ไทย
กบป. ทำหน้าที่เสมือน “ผู้กำกับดูแลมาตรฐานกลาง” (Regulator) ที่เข้ามาเปลี่ยนผ่านระบบการบริหารงานบุคคลจากเดิมที่กระจัดกระจายและขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ ให้ก้าวสู่ระบบที่มีมาตรฐานสากลและยึดถือ “หลักระบบคุณธรรม” (Merit System) อย่างเต็มรูปแบบ บทความนี้จะวิเคราะห์ถึงกลไกของ กบป. ในการยกระดับสถานะและมาตรฐานของบุคลากรใน ๓ มิติสำคัญ ดังนี้
๑. การสร้างเอกภาพทางสถานะและวิชาชีพ (Unification of Personnel Status) กบป. ได้ดำเนินการจัดระเบียบโครงสร้างบุคลากรใหม่ เพื่อขจัดความเหลื่อมล้ำและความซ้ำซ้อนในอดีต โดยการสร้าง “ความเป็นเอกภาพ” ผ่านกลไกดังนี้:
- การบัญญัตินิยามเดียว: เปลี่ยนจากการเรียกขานบุคลากรที่หลากหลาย มาสู่การใช้นิยามทางกฎหมายเดียวคือ “เจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม (จศป.)” ซึ่งครอบคลุมทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์ในทุกส่วนงาน
- การจัดจำแนกตำแหน่ง (Job Classification): มีการแบ่งสายงานที่ชัดเจนตามลักษณะหน้าที่ความรับผิดชอบ ได้แก่ “ประเภทผู้ปฏิบัติงานสอน” (สายวิชาการ/ครู) และ “ประเภทผู้สนับสนุนการศึกษา” (สายบริหาร/ธุรการ) การจำแนกเช่นนี้ช่วยให้เส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพ (Career Path) มีความชัดเจนและเป็นระบบยิ่งขึ้น
๒. การสร้างหลักประกันความมั่นคงและมาตรฐานค่าตอบแทน (Standardization of Compensation) บทบาทที่สำคัญยิ่งของ กบป. คือการสร้างความมั่นคงในวิชาชีพผ่านระบบค่าตอบแทนที่มีมาตรฐานเทียบเคียงได้กับภาครัฐ:
- โครงสร้างบัญชีเงินเดือน: กบป. มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดอัตราเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และสิทธิประโยชน์เกื้อกูลต่าง ๆ
- วินัยทางการเงินการคลัง: มาตรฐานค่าตอบแทนที่ กบป. กำหนด จะต้องผ่านความเห็นชอบจาก คณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม (กศป.) และ กระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นการผูกโยงสถานะทางการเงินของบุคลากรเข้ากับระบบงบประมาณแผ่นดิน ทำให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืนกว่าระบบเดิม
- การปรับปรุงสิทธิประโยชน์: กบป. มีอำนาจในการเสนอเรื่องเพื่อปรับปรุงค่าตอบแทนให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของบุคลากร

๓. การธำรงระบบคุณธรรมและธรรมาภิบาล (Merit System & Governance) กบป. ได้เปลี่ยนกระบวนทัศน์การบริหารจากการ “พึ่งพิงตัวบุคคล” สู่ “ระบบนิติรัฐ” ที่เน้นความโปร่งใสและตรวจสอบได้:
๓.๑ มาตรฐานตำแหน่งและการเข้าสู่ตำแหน่ง
- มาตรฐานกำหนดตำแหน่ง: มีการจัดทำคำบรรยายลักษณะงาน (Job Description) และคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งที่ชัดเจน เพื่อให้การบรรจุแต่งตั้งยึดโยงกับ “ความรู้ความสามารถ” (Competency)
- การรับรองคุณวุฒิ: วางหลักเกณฑ์การเทียบเคียงและรับรองวุฒิการศึกษา เพื่อเป็นเกณฑ์มาตรฐานในการคัดเลือกบุคคลเข้าสู่ตำแหน่ง
๓.๒ การกำกับดูแลวินัยและจรรยาบรรณ
- อำนาจการตรวจสอบ: กบป. มีหน้าที่ติดตามและประเมินผลการบริหารงานบุคคลของหน่วยงานระดับปฏิบัติการ (สศป.) เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม
- มาตรฐานทางวินัย: กำหนดหลักเกณฑ์การลงโทษที่ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อป้องกันการใช้อำนาจโดยมิชอบ
๓.๓ การพิทักษ์สิทธิและระบบอุทธรณ์
- กระบวนการยุติธรรมทางบริหาร: กบป. ได้วางระเบียบที่เปิดโอกาสให้ จศป. สามารถ “ร้องทุกข์” หรือ “อุทธรณ์” คำสั่งของผู้บังคับบัญชาได้ตามลำดับชั้น จนถึงระดับ กบป. และ กศป.
- การเทียบเคียงกฎหมายหลัก: การระบุให้นำกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนมาใช้บังคับโดยอนุโลมในกรณีที่ไม่มีระเบียบเฉพาะ ถือเป็นการยกระดับการคุ้มครองสิทธิของ จศป. ให้ทัดเทียมกับข้าราชการพลเรือนอย่างแท้จริง
บทสรุป โดยสรุป กลไกของ กบป. มิได้เป็นเพียงหน่วยงานบริหารงานบุคคลทั่วไป แต่เป็น “กลไกเชิงยุทธศาสตร์” ที่เปลี่ยนโฉมหน้าการศึกษาของคณะสงฆ์ ให้มีระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสร้างความมั่นคงในวิชาชีพให้แก่บุคลากร อันเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาการศึกษาพระปริยัติธรรมให้ยั่งยืนสืบไป

