บทบาทของสำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวงในงานสอบธรรมและการบริหารการศึกษา
การศึกษาพระปริยัติธรรมถือเป็นรากฐานสำคัญในการดำรงอยู่และเผยแผ่คำสอนของพระพุทธศาสนาในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แผนกธรรม ซึ่งเป็นหลักสูตรการศึกษาพระธรรมวินัยใน ภาษาไทย เกิดขึ้นจากพระดำริของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เมื่อครั้งที่ทรงเห็นว่าการศึกษาพระปริยัติธรรมในภาษาบาลีนั้นเป็นเรื่องยากสำหรับภิกษุสามเณรทั่วไป นำไปสู่การขาดแคลนผู้มีความรู้ในพระธรรมวินัย
ดังนั้น การจัดตั้งหลักสูตรนักธรรม (สำหรับบรรพชิต) และธรรมศึกษา (สำหรับคฤหัสถ์) จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ภิกษุสามเณรสามารถศึกษาพระธรรมวินัยได้อย่างสะดวกและทั่วถึง เพื่อเป็นพื้นฐานนำไปสู่สัมมาปฏิบัติและเผยแผ่พระพุทธศาสนาได้อย่างกว้างไกล
สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง (สสป.) เป็นหน่วยงานปฏิบัติการที่มีความสำคัญสูงสุดในเชิงโครงสร้างการบริหารการศึกษาของคณะสงฆ์ มีบทบาทหลักในการกำกับดูแลงานด้านศาสนศึกษาแผนกธรรม ซึ่งครอบคลุมทั้งการจัดการหลักสูตร การบริหารจัดการการสอบไล่ระดับชาติ (สอบธรรมสนามหลวง) และการพัฒนาบุคลากรและระบบการศึกษาให้มีมาตรฐาน
๑. สถานภาพและโครงสร้างการบริหารองค์กร
สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง (Royal Dhamma Studies Office) เป็นหนึ่งในองค์กรหลักของ ส่วนงานการศึกษาพระปริยัติธรรม (สศป.) ซึ่งมีสถานะเป็นหน่วยงานปฏิบัติการ การบริหารงานของ สสป. อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ คณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม (กศป.) ซึ่งเป็นองค์กรนโยบายสูงสุด
แม่กองธรรมสนามหลวง ทำหน้าที่เป็นผู้รับผิดชอบงานการบริหารจัดการการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรมสนามหลวงทั้งในและต่างประเทศ และเป็นหนึ่งในกรรมการโดยตำแหน่งของ กศป. โดย สสป. ได้รับการอุปถัมภ์จากรัฐบาลไทย โดยมี สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ทำหน้าที่เป็นผู้รับสนองงาน และอุดหนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปี
โครงสร้างส่วนงานภายในของสำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง ตามข้อบังคับคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๓ กำหนดให้ สสป. มีส่วนงานทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค:
1. การบริหารงานส่วนกลาง (สำนักอำนวยการ): ประกอบด้วย กองบริหารงานกลาง, กองเทคโนโลยีสารสนเทศ, กองนโยบายและแผนการจัดการศึกษา, กองนิติการ, กองบริหารทะเบียนและวัดผล, และกองวิชาการและมาตรฐานการศึกษา
2. กลุ่มตรวจสอบภายใน: ทำหน้าที่ตรวจสอบการดำเนินงานภายในสำนักงานและสนับสนุนการปฏิบัติงาน โดยขึ้นตรงต่อแม่กองธรรมสนามหลวง
3. การบริหารงานส่วนภูมิภาค: จัดตั้งสำนักงานประจำหนต่างๆ ได้แก่ หนกลาง หนเหนือ หนตะวันออก หนใต้ และประจำคณะธรรมยุต โดยแต่ละหนจะแบ่งส่วนงานออกเป็น กองบริหารงานทั่วไป, กองนโยบายและแผนการจัดการศึกษา, และกองวิชาการและมาตรฐานการศึกษา

๒. บทบาทหลักด้านการจัดการศึกษาและหลักสูตร
สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวงมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรม ซึ่งแบ่งเป็น ๒ ฝ่ายหลัก:
๒.๑ หลักสูตรนักธรรม (สำหรับภิกษุสามเณร)
หลักสูตรนักธรรมแบ่งออกเป็น นักธรรมชั้นตรี ชั้นโท และชั้นเอก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศาสนทายาทให้มีความรู้และคุณภาพ สามารถดำรงพระพุทธศาสนาไว้ได้ด้วยดี
• นักธรรมชั้นตรี (นวกภูมิ/พรรษาหย่อน ๕): มุ่งให้ผู้เรียนมีความรู้ธรรมวินัยพอรักษาตัวได้ เนื้อหาวิชาประกอบด้วย เรียงความแก้กระทู้ธรรม, ธรรมวิภาค, ตำนาน (พุทธประวัติ), และวินัยมุข เล่ม ๑
• นักธรรมชั้นโท (มัชฌิมภูมิ/พรรษาเกิน ๕ แต่ไม่ถึง ๑๐): มุ่งให้มีความรู้ละเอียดกว้างขวางขึ้นถึงขั้นพอช่วยแนะนำผู้อื่นได้ เนื้อหาประกอบด้วย เรียงความแก้กระทู้ธรรม (ทำนองเทศนาโวหาร), ธรรมวิภาค, อนุพุทธประวัติ, และวินัยมุข เล่ม ๒
• นักธรรมชั้นเอก (เถรภูมิ/พรรษาเกิน ๑๐): มุ่งให้มีความรู้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นถึงขั้นสามารถเป็นหลักในสังฆกรรมและเป็นอุปัชฌาย์อาจารย์ดูแลสั่งสอนผู้อื่นได้ เนื้อหาประกอบด้วย เรียงความแก้กระทู้ธรรม (ทำนองเทศนาโวหาร), ธรรมวิภาค, พุทธานุพุทธประวัติ, และวินัยมุข เล่ม ๓ พร้อมพระราชบัญญัติคณะสงฆ์
๒.๒ หลักสูตรธรรมศึกษา (สำหรับคฤหัสถ์/ฆราวาส)
ธรรมศึกษาเกิดขึ้นจากพระดำริของพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ในปี พ.ศ. ๒๔๗๒ เนื่องจากทรงเห็นว่าการศึกษานักธรรมเป็นประโยชน์ต่อฆราวาสด้วย
• ธรรมศึกษาชั้นตรี โท และเอก: มีเนื้อหาวิชาหลักเช่นเดียวกับนักธรรมในแต่ละชั้น ยกเว้น วิชาวินัยบัญญัติ จะถูกเปลี่ยนไปใช้เนื้อหา เบญจศีล เบญจธรรม และ อุโบสถศีล แทน
• การส่งเสริม: การสอบได้ธรรมศึกษาถือเป็นการส่งเสริมการศึกษาพระพุทธศาสนาให้กว้างขวาง และในอดีตผู้ที่สอบได้สามารถได้รับสิทธิพิเศษในการรับราชการครูและยกเว้นการสอบเลื่อนวิทยฐานะบางชุดวิชา
๓. กลไกการบริหารงานสอบธรรมสนามหลวง
บทบาทหลักและเป็นที่ประจักษ์ที่สุดของ สสป. คือการจัดการ การสอบธรรมสนามหลวง ซึ่งเป็นการสอบไล่เพื่อวัดผลธรรมและธรรมศึกษาเพื่อเลื่อนชั้นประจำปี
๓.๑ กระบวนการจัดสอบ (วัดผลและประเมินผล)
กองธรรมสนามหลวงมีหน้าที่ดำเนินการวัดผลและประเมินผลการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรม ดังนี้:
1. การออกข้อสอบ: กองธรรมสนามหลวงแต่งตั้งคณะกรรมการออกข้อสอบนักธรรม/ธรรมศึกษา โดยในอดีตมีการกำหนดจำนวนข้อสอบและวิธีการให้คะแนนอย่างละเอียด ซึ่งรวมถึงการกำหนดเกณฑ์การเฉลี่ยคะแนนได้-ตก
2. การดำเนินการสอบ: มีการจัดพิมพ์ข้อสอบ(ปัจจุบันไม่ใช้การจัดพิมพ์จากส่วนกลาง แต่ใช้วิธีการให้สนามสอบดาวน์โหลดข้อสอบจากเว็บไซต์สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวงแล้วพิมพ์ให้กับผู้เข้าสอบในสนามสอบนั้น ๆ) การสอบจัดขึ้นทั่วประเทศ และมีกำหนดวันสอบเป็น ๒ ช่วงคือ นักธรรมชั้นตรี (ก่อนออกพรรษา ๑ สัปดาห์) และนักธรรมชั้นโท-เอก (หลังออกพรรษา ๑ เดือน) ส่วนธรรมศึกษากำหนดสอบประมาณแรม ๗ ค่ำ เดือน ๑๒
3. การกำกับดูแลสนามสอบ: สสป. กำกับดูแลการจัดสอบและควบคุมการสอบให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยกำหนดให้มีประธานกรรมการประจำสนามสอบ (เช่น เจ้าสำนักเรียน/พระสังฆาธิการ หรือเจ้าคณะจังหวัดในส่วนภูมิภาค) และกำหนดหน้าที่ของกรรมการผู้กำกับห้องสอบที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความถูกต้องบริสุทธิ์ยุติธรรม
4. การตรวจข้อสอบ: กองธรรมสนามหลวงจะแต่งตั้งพระภิกษุผู้มีคุณวุฒิเหมาะสมเป็นกรรมการตรวจข้อสอบ โดยนักธรรมชั้นตรี/ธรรมศึกษาชั้นตรี ส่วนภูมิภาค จัดตรวจโดยเจ้าคณะภาค ส่วนชั้นโท ส่วนภูมิภาค จัดตรวจโดยแม่กองธรรมประจำหน ในขณะที่นักธรรมและธรรมศึกษา ทุกระดับ ส่วนกลาง จะจัดตรวจที่สถานที่สำแม่กองธรรมสนามหลวงกำหนด
5. การประกาศผลและออกวุฒิบัตร: แม่กองธรรมสนามหลวงมีอำนาจประกาศผลสอบและออกหนังสือสำคัญอันเป็นหลักฐานแสดงวุฒิการศึกษาที่เรียกว่า ประกาศนียบัตร ให้แก่ผู้สอบผ่านในแต่ละชั้นประโยค โดยมีลายมือชื่อของแม่กองธรรมสนามหลวงและผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติประทับไว้เป็นสำคัญ
๓.๒ การจัดสอบในต่างประเทศ
สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวงได้ขยายขอบเขตการจัดสอบธรรมสนามหลวงไปยังต่างประเทศด้วย การสอบธรรมสนามหลวงในต่างประเทศเริ่มมีการเปิดสนามสอบแห่งแรกที่วัดปุญญาราม รัฐเคดาห์ สหพันธรัฐมาเลเซีย ปัจจุบันมีการจัดสอบในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, สหราชอาณาจักร, และเยอรมนี ซึ่งเป็นการแผ่ประโยชน์ของการศึกษานักธรรมไปยังพุทธบริษัทฝ่ายฆราวาสในต่างแดน
๔. บทบาทด้านการบริหารการศึกษาและการพัฒนา
สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวงมีบทบาทในฐานะหน่วยงานปฏิบัติการในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และระบบงานให้ทันสมัย:
๔.๑ การบริหารงานบุคคลและองค์ความรู้
บุคลากรที่ปฏิบัติงานใน สสป. มีสถานภาพเป็น “เจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม (จศป.)” ภายใต้การบริหารงานบุคคลที่ต้องสอดคล้องกับมาตรฐานที่คณะกรรมการบริหารงานบุคคล (กบป.) กำหนด
นอกจากนี้ สสป. ยังมุ่งเน้นการรักษาความรู้ที่เป็นรากฐานของการศึกษา เช่น การจัดทำและเผยแพร่หนังสือหลักสูตร, ระเบียบการจัดสอบ, และรวมปัญหา-เฉลยข้อสอบต่าง ๆ รวมถึงการจัดทำหลักสูตรธรรมศึกษาให้สอดคล้องกับระบบการศึกษาของรัฐ โดยเน้นให้ผู้เรียนสามารถนำพุทธศาสนธรรมไปใช้ในการดำเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพ
๔.๒ การพัฒนาเทคโนโลยีและสำนักงานถาวร
• การจัดตั้งสำนักงานถาวร: ในอดีต สสป. ไม่มีอาคารทำการถาวร จนกระทั่ง สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต) ขณะดำรงตำแหน่งแม่กองธรรมสนามหลวง ได้ขอประทานพระอนุญาตใช้อาคารหอสมุดมหามกุฏราชวิทยาลัย หน้าวัดบวรนิเวศวิหาร เป็นที่ทำการถาวร เมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๔
• การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี: มีการนำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ในการเก็บข้อมูล และมีการพัฒนา กองเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อจัดทำเว็บไซต์เผยแพร่ข่าวสารและข้อมูลผลสอบย้อนหลัง รวมถึงการพัฒนาระบบงานออนไลน์สำหรับสำนักเรียนทั่วประเทศ และการตรวจข้อสอบธรรมศึกษา (ส่วนกลาง) ด้วยระบบคอมพิวเตอร์
บทสรุป
สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวงมีบทบาทเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนและรักษามาตรฐานการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรม ซึ่งเป็นรากฐานความรู้ทางพุทธศาสนาในภาษาไทยที่ทั่วถึงแก่บรรพชิต (นักธรรม) และคฤหัสถ์ (ธรรมศึกษา) สสป. ได้ดำเนินการสืบสานพระปณิธานของสมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ในการให้พุทธบริษัทเข้าถึงพระธรรมวินัย โดยมีภารกิจตั้งแต่การกำหนดหลักสูตรที่เชื่อมโยงความรู้กับภูมิธรรมของพระภิกษุแต่ละระดับชั้น, การจัดระบบการสอบไล่ระดับชาติอย่างเป็นเอกภาพและมีมาตรฐาน (สอบธรรมสนามหลวง), ไปจนถึงการบริหารจัดการองค์กรด้วยระบบที่ทันสมัยและมีการขยายผลการศึกษาไปยังต่างประเทศ บทบาทนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การสอบวัดผล แต่เป็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (พระภิกษุสามเณรและฆราวาส) ให้สามารถนำหลักธรรมไปใช้ในการดำเนินชีวิตและเป็นกำลังสำคัญในการสืบทอดคำสอนของพระพุทธเจ้า
บทบาทของสำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง เปรียบเสมือนศูนย์บัญชาการของ “กองทัพธรรมภาคภาษาไทย” ที่ทำหน้าที่กำหนดหลักสูตรและจัดระบบวัดผล (สอบสนามหลวง) เพื่อรับรองมาตรฐานความรู้ทางธรรมของบุคลากรในทุกระดับชั้น ซึ่งทำให้มั่นใจได้ว่าคำสอนหลักของพระพุทธศาสนาจะถูกถ่ายทอดและรักษาไว้ได้อย่างถูกต้อง เป็นเอกภาพ และแผ่ขยายไปทั่วโลก.

