ประวัตินักธรรม ตอนที่ ๑๘: พัฒนาการของ “แม่กองธรรมสนามหลวง” จากผู้คุมสอบสู่อีกหนึ่งเสาหลักการศึกษาคณะสงฆ์
คำว่า “แม่กอง” ในบริบทของการสอบธรรมสนามหลวงนั้น มีวิวัฒนาการควบคู่มากับการจัดการศึกษาของคณะสงฆ์ไทย ในช่วงเริ่มแรกของการสอบธรรมสนามหลวง (พ.ศ. ๒๔๕๔ เป็นต้นมา) คำว่า “แม่กอง” ยังไม่ได้หมายถึงตำแหน่งถาวรหรือองค์กรกลางเพียงหนึ่งเดียวอย่างในปัจจุบัน แต่หมายถึง “ประธานหรือหัวหน้าผู้กำกับดูแลการสอบ” ในแต่ละสนามสอบ
ในยุคที่การคมนาคมยังยากลำบากและการสอบเริ่มขยายตัวจากส่วนกลางออกไปสู่หัวเมือง (มณฑลต่าง ๆ) สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงพระกรุณาโปรดตั้งพระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่มีความสามารถ ให้ทำหน้าที่เป็น “แม่กอง” แยกย่อยไปตามสนามสอบต่าง ๆ เช่น สนามมณฑลกรุงเก่า สนามมณฑลราชบุรี หรือสนามมณฑลพายัพ เพื่อทำหน้าที่อำนวยการสอบและตัดสินผลสอบในพื้นที่นั้น ๆ โดยมีพระองค์ทรงเป็นประธานใหญ่ในส่วนกลาง
เมื่อกาลเวลาผ่านไป ระบบการสอบมีความเป็นปึกแผ่นและเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วราชอาณาจักร บทบาทของ “แม่กองธรรมสนามหลวง” จึงพัฒนาจากหน้าที่เฉพาะกิจ กลายมาเป็นตำแหน่งบริหารระดับสูงของคณะสงฆ์ (สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง) ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการ นโยบาย และมาตรฐานการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรมของประเทศสืบมาจนถึงปัจจุบัน

ทำเนียบแม่กองในการสอบธรรมสนามหลวง (ยุคบุกเบิก)
ในช่วงแรกเริ่ม การสอบธรรมสนามหลวงยังมีการแต่งตั้งแม่กองแยกตามปีและตามสนามสอบ ดังปรากฏหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ดังนี้:
พ.ศ. ๒๔๕๔ (สอบครั้งแรก)
- ไม่ปรากฏรายนามแม่กอง
พ.ศ. ๒๔๕๕
- แม่กอง: สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
- รองแม่กอง: พระธรรมวโรดม (จ่าย)
พ.ศ. ๒๔๕๖
- แม่กอง: สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
- รองแม่กอง: กรมหมื่นชินวรสิริวัฒน์
- รองแม่กอง: พระธรรมวโรดม (จ่าย)
การสอบธรรมในหัวเมือง (พ.ศ. ๒๔๕๖)
- สนามมณฑลกรุงเก่า: สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส (แม่กอง)
- สนามมณฑลกรุงเทพฯ: กรมหมื่นชินวรสิริวัฒน์ (แม่กอง)
- สนามเมืองอุทัยธานี มณฑลนครสวรรค์: พระราชสุธี (แม่กอง)
- สนามเมืองนครราชสีมา: พระศากยบุตติยวงศ์ (แม่กอง)
- สนามมณฑลราชบุรี: พระธรรมวโรดม (แม่กอง)
- สนามมณฑลพายัพ: พระครูเจ้าคณะเมือง (แม่กอง)
พ.ศ. ๒๔๕๘
- แม่กอง: สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
- รองแม่กอง: กรมหมื่นชินวรสิริวัฒน์
- รองแม่กอง: พระธรรมวโรดม
การสอบธรรมในหัวเมือง (พ.ศ. ๒๔๕๘)
- สนามมณฑลกรุงเก่า: สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส (แม่กอง)
- สนามมณฑลกรุงเทพฯ: กรมหมื่นชินวรสิริวัฒน์ (แม่กอง)
- สนามมณฑลราชบุรี: พระศรีวิสุทธิวงศ์ (แม่กอง)
- สนามจังหวัดอุทัยธานี มณฑลนครสวรรค์: พระราชสุธี (แม่กอง)
- สนามจังหวัดนครราชสีมา: พระมหาขาว วัดสามพระยา (แม่กอง)
- สนามจังหวัดอุบลราชธานี: พระราชมุนี (แม่กอง)
- สนามจังหวัดนครศรีธรรมราช: พระธรรมโกศาจารย์ (แม่กอง)
พ.ศ. ๒๔๕๙
- อธิบดี: สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
- แม่กองตรวจธรรม: พระธรรมวโรดม
การสอบธรรมในหัวเมือง (พ.ศ. ๒๔๕๙)
- สนามมณฑลกรุงเทพฯ: กรมหมื่นชินวรสิริวัฒน์ แม่กองสนามหลวง (แม่กอง)
- สนามมณฑลกรุงเก่า: พระญาณวราภรณ์ (แม่กอง)
- สนามมณฑลราชบุรี: พระเขมาภิมุขธรรม (แม่กอง)
- สนามจังหวัดอุทัยธานี: พระเทพโมลี (แม่กอง)
- สนามจังหวัดนครราชสีมา: พระนิกรมมุนี (แม่กอง)
- สนามจังหวัดอุบลราชธานี: พระราชมุนี (แม่กอง)
- สนามจังหวัดปราจีนบุรี: พระมหาชิ้น (แม่กอง)
- สนามมณฑลพายัพ: พระครูโพธิรังสี (แม่กอง) และ พระปลัดปัน วัดหอธรรม (รองแม่กอง)
พ.ศ. ๒๔๖๐
- อธิบดี: สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
- แม่กองตรวจธรรม: กรมหมื่นชินวรสิริวัฒน์
- รองแม่กอง: พระธรรมวโรดม
การสอบธรรมในหัวเมือง (พ.ศ. ๒๔๖๐)
- สนามมณฑลกรุงเทพฯ: กรมหมื่นชินวรสิริวัฒน์ แม่กองสนามหลวง (แม่กอง)
- สนามมณฑลกรุงเก่า: สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส (แม่กอง)
- สนามมณฑลราชบุรี: พระราชกวี (แม่กอง)
- สนามจังหวัดอุทัยธานี: พระเทพโมลี (แม่กอง)
- สนามจังหวัดอุบลราชธานี: พระราชมุนี (แม่กอง)
- สนามจังหวัดชลบุรี: พระธรรมไตรโลกาจารย์ (แม่กอง)
- สนามมณฑลนครศรีธรรมราช: พระธรรมโกศาจารย์ (แม่กอง)
พ.ศ. ๒๔๖๑
- แทนอธิบดี แม่กองตรวจธรรม: กรมหมื่นชินวรสิริวัฒน์
ทำเนียบแม่กองธรรมสนามหลวง (ยุคปัจจุบัน)
นับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๗๐ เป็นต้นมา ตำแหน่งแม่กองธรรมสนามหลวงมีความชัดเจนในฐานะผู้บริหารสูงสุดขององค์กรแม่กองธรรมสนามหลวง ดังนี้:
- พ.ศ. ๒๔๗๐ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ (ขณะเป็นที่ พระญาณวราภรณ์)
- พ.ศ. ๒๔๗๑ – ๒๔๘๔ พระศาสนโศภน (แจ่ม) (แม่กองธรรมสนามหลวง ทั่วราชอาณาจักร)
- พ.ศ. ๒๔๘๖ – ๒๔๘๘ พระศรีสมโพธิ (เกษม ภทฺทธมฺโม)
- พ.ศ. ๒๔๘๘ – ๒๔๙๑ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ) (ขณะเป็นที่ พระศรีสุธรรมมุนี)
- พ.ศ. ๒๔๙๑ – ๒๕๐๓ พระพิมลธรรม (ชอบ อนุจารี) (ขณะเป็นที่ พระชลธารมุนี)
- พ.ศ. ๒๕๐๓ – ๒๕๓๒ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (วิน ธมฺมสาโร) (ขณะเป็นที่ พระธรรมปาโมกข์)
- พ.ศ. ๒๕๓๒ – ๒๕๔๒ พระสุธรรมาธิบดี (เพิ่ม อาภาโค) (ขณะเป็นที่ พระธรรมวราภรณ์)
- พ.ศ. ๒๕๔๒ – ๒๕๕๘ สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต) (ขณะเป็นที่ พระธรรมกวี)
- พ.ศ. ๒๕๕๙ – ปัจจุบัน สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (สุชิน อคฺคชิโน) (ขณะเป็นที่ พระพรหมมุนี)

