แฟ้มธรรม ตอนที่ ๙: สอบตก ๑ วิชาแต่ยังสอบผ่านได้? เปิดกฎ “เฉลี่ยคะแนน” ยุค พ.ศ. ๒๔๕๖
เคยไหม? สอบได้คะแนนเต็มวิชาหนึ่ง แต่ไปตกม้าตายอีกวิชาหนึ่ง จนสุดท้ายสอบตกทั้งหมด?
ปัญหานี้เคยเกิดขึ้นเมื่อร้อยกว่าปีก่อน! ในยุคเริ่มแรกของการสอบนักธรรม ผู้เข้าสอบหน้าใหม่ต้องสอบหลายวิชาพร้อมกัน ต่างจากพระเปรียญรุ่นเก่าที่ค่อยๆ เก็บสะสมวิชาได้ ทำให้ผู้สอบใหม่เสียเปรียบและสอบตกกันมาก
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส จึงทรงแก้เกมด้วยการออกประกาศ “แจ้งความเรื่องเฉลี่ยคะแนน” เมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๕๖ เพื่อสร้างความยุติธรรม โดยใช้ระบบ “ถัวเฉลี่ย” มาช่วยชีวิตผู้เข้าสอบ
🧮 ถอดรหัสสูตรลับ: คะแนนเฉลี่ยช่วยชีวิต
หลักการคือ: “เก่งวิชาหนึ่ง สามารถอุ้มอีกวิชาหนึ่งได้” โดยมีกติกาการคิดคะแนนดังนี้:
- กรรมการ 1 ท่าน = 1 คะแนน (วิชาละ 3 ท่าน = เต็ม 3 คะแนน)
- เกณฑ์ผ่านขั้นต่ำต่อวิชา = 2 คะแนน
- สูตรเฉลี่ย: นำเกณฑ์ผ่าน (2 คะแนน) x จำนวนวิชาที่สอบ = คะแนนรวมที่ต้องการ
ตัวอย่างสถานการณ์: สอบ 3 วิชา (ต้องการคะแนนรวม 6 คะแนน)
| สถานการณ์ | วิชา 1 (เต็ม 3) | วิชา 2 (เต็ม 3) | วิชา 3 (เต็ม 3) | คะแนนรวม | ผลลัพธ์ | คำอธิบาย |
| ทั่วไป | 2 | 2 | 2 | 6 | ✅ ผ่าน | ผ่านแบบคาบเส้นทุกวิชา |
| เทพแบกทีม | 3 (เต็ม) | 3 (เต็ม) | 0 (ตกยับ) | 6 | ✅ ผ่าน | วิชาที่เก่ง ช่วยฉุดวิชาที่ตกให้ผ่านได้! |
| ถัวเฉลี่ย | 3 (เต็ม) | 2 | 1 (ตก) | 6 | ✅ ผ่าน | คะแนนเกินจากวิชาแรก มาโปะวิชาที่สาม |
| สอบตก | 1 | 1 | 1 | 3 | ❌ ตก | คะแนนรวมไม่ถึงเกณฑ์ 6 คะแนน |
ข้อควรระวัง: สูตรนี้ใช้ได้เฉพาะการสอบใน “รอบเดียวกัน” เท่านั้น จะเอาคะแนนเก่ามาถัวกับคะแนนใหม่ไม่ได้

📜 เอกสารจดหมายเหตุฉบับเต็ม
(คงอักขระและสำนวนเดิม เพื่อการศึกษาประวัติศาสตร์)
คลิกเพื่ออ่านประกาศแจ้งความฉบับเต็ม
แจ้งความ เรื่องเฉลี่ยคะแนนในการสอบความรู้องค์นักธรรม
แจ้งความให้รู้ทั่วกันว่า การสอบความรู้ในคราวเดียวหลายอย่างยากที่จะสอบให้ได้ครบทุกอย่าง ผู้เข้าสอบใหม่ ต้องสอบมากอย่าง ย่อมแพ้เปรียญผู้สอบได้มาจากวัด ผู้สอบที่ละอย่าง สมควรจะจัดให้ผู้เข้าสอบคราวละมากอย่าง ได้รับประโยชน์แห่งการสอบมากอย่าง เหตุนั้น จึงตั้งเกณฑ์เฉลี่ยคะแนนไว้ ดังต่อไปนี้ :-
๑. ความรู้อย่างหนึ่ง มีกรรมการตรวจ ๓ รูป อย่างน้อยให้ ๒ รูป จึงเป็นอันได้ ตามนัยนี้ จักคิดเฉลี่ยคะแนนตามความรู้ที่สอบอย่างละ ๒ คะแนน ถ้ามีคะแนนได้เท่านั้นหรือยิ่งกว่านั้น จึงเป็นอันได้ หย่อนกว่านั้นเป็นอันตก
ตัวอย่างเช่น สอบคราวนี้ ความรู้ที่สอบ ๓ อย่าง ๖ คะแนนเป็นอย่างน้อย จึงเป็นอันได้
- เช่น ได้ธรรมวิภาค ๓ คะแนน วินัยบัญญัติ ๓ คะแนน ตกเรียงความทั้ง ๓ คะแนน ก็ยังเป็นใช้ได้
- ถ้าได้ธรรมวิภาค ๓ คะแนน วินัยบัญญัติ ๒ คะแนน เรียงความต้องตกเพียง ๒ คะแนน ได้ ๑ จึงเป็นใช้ได้
- ถ้าตกทั้ง ๓ เป็นอันตก
- ถ้าได้ธรรมวิภาคและวินัยบัญญัติ เพียงอย่างละ ๒ คะแนน ต้องได้เรียงความด้วยอย่างน้อย ๒ คะแนน จึงจะใช้ได้
๒. การคิดเฉลี่ยคะแนนนี้ จักคิดเฉพาะความรู้ที่สอบในคราวเดียวกัน ประโยคที่ส่งขอให้ตรวจก็ดี ที่ได้ไว้ในสนามคราวหลังก็ดี จะเอามาคิดเฉลี่ยด้วยไม่ได้ เช่น สามเณรได้องค์นักธรรมประโยค ๑ ไว้แล้ว คือได้เรียงความกับธรรมวิภาคแล้ว ครั้นอุปสมบทเป็นภิกษุขึ้น ต้องเข้าสอบวินัยบัญญัติเพิ่ม เช่นนี้ ต้องเป็นประโยคที่ได้ คือได้อย่างน้อย ๒ คะแนนจึงใช้ได้
แจ้งความไว้ ณ วันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๔๕๖
กรม-วชิรญาณวโรรส
(ประมวลพระนิพนธ์ฯ การศึกษา. หน้า ๒๙๘-๒๙๙.)
🔍 เกร็ดความรู้ท้ายแฟ้ม
- เปรียญผู้สอบได้มาจากวัด: หมายถึง ระบบการเรียนแบบเก่าที่ผู้เรียนค่อยๆ เรียนและสอบกับอาจารย์ที่วัดทีละคัมภีร์ เมื่อได้แล้วก็นำใบรับรองมายื่นขอสอบในสนามหลวง ทำให้ไม่ต้องแบกภาระหนักเท่าผู้สอบใหม่ที่ต้องสอบทุกวิชาในสนามหลวงรวดเดียว
- ความแฟร์ของระบบ: ระบบเฉลี่ยคะแนนนี้สะท้อนให้เห็นว่า การวัดผลไม่ได้ต้องการคนเก่งทุกเรื่อง แต่ต้องการคนที่ “มีความรู้รวมๆ อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้” เพื่อให้อยู่ในเพศสมณะได้อย่างมีคุณภาพ

