แฟ้มธรรม ตอนที่ ๕: เปิด “พิมพ์เขียว” หลักสูตรนักธรรมฉบับแรกของไทย (ร.ศ. ๑๓๐)
จากแนวคิดสู่การปฏิบัติ: สาส์นฉบับสำคัญถึงกระทรวงธรรมการ
หลังจากที่ที่ประชุมเถรสมาคมได้ตกผลึกเรื่องการแยกหลักสูตรการศึกษาออกเป็น “สายสามัญ” (ภาษาไทย) และ “สายวิสามัญ” (บาลี) แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการขอพระบรมราชานุญาตเพื่อประกาศใช้
นี่คือเอกสารสำคัญที่ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงมีพระลิขิตถึง พระยาวิสุทธิสุริยศักดิ์ (เสนาบดีกระทรวงธรรมการ) เพื่อให้นำความกราบบังคมทูลรัชกาลที่ ๖ ขอตั้งหลักสูตรใหม่อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็น “สูติบัตร” ของการศึกษานักธรรมในปัจจุบัน
💡 สรุปโครงสร้างหลักสูตรใหม่ (ฉบับเข้าใจง่าย)
ในเอกสารฉบับนี้ พระองค์ทรงวางโครงสร้าง “นวกภูมิ” (ความรู้สำหรับผู้บวชใหม่) ไว้ดังนี้:
๑. หลักสูตร “อย่างสามัญ” (ต้นกำเนิดนักธรรม)
- เป้าหมาย: สำหรับพระและเณรทั่วไป (เน้นภาษาไทย ไม่เรียนบาลี)
- วิชาที่เรียน:
- ประโยค ๑: ธรรมวิภาค + เรียงความแก้กระทู้ธรรม (ห้ามอ้างคัมภีร์)
- ประโยค ๒: พุทธประวัติย่อ + เรียงความแก้กระทู้ธรรม (อ้างคัมภีร์ได้)
- สิทธิพิเศษ: สอบได้ประโยค ๑ “ยกเว้นเกณฑ์ทหาร” แต่ยังไม่ได้ใบประกาศนียบัตร (ต้องสอบวินัยให้ผ่านก่อน)
๒. หลักสูตร “อย่างวิสามัญ” (บาลีแผนใหม่)
- เป้าหมาย: สำหรับผู้มีศักยภาพสูง (เรียนบาลีควบคู่)
- วิชาที่เรียน:
- ประโยค ๑: แปลอรรถกถาธรรมบท
- ประโยค ๒: ไวยากรณ์บาลี และ สัมพันธ์
- เทียบเท่า: สอบได้ ๒ ประโยคนี้ มีศักดิ์เทียบเท่า “เปรียญธรรม ๓ ประโยค” แบบเดิม

📜 เอกสารจดหมายเหตุฉบับเต็ม
(คงอักขระและสำนวนเดิม เพื่อการศึกษาประวัติศาสตร์)
คลิกเพื่ออ่านพระลิขิตฉบับเต็ม
ที่ ๗๑/๑๗๘* วัดบวรนิเวศวิหาร วันที่ ๑๐ มีนาคม ร.ศ. ๑๓๐=๒๔๕๔
แจ้งความแก่พระยาวิสุทธิสุริยศักดิ์ ผู้รั้งตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงธรรมการฯ
ฉันส่งรายงานการประชุมเถรสมาคม เรื่องกำหนดองค์ของภิกษุสามเณรรู้ธรรมมา เธอจงกราบบังคมทูลพระกรุณา ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต เพื่อตั้งหลักสูตร สำหรับสอบความรู้ธรรม ดังต่อไปนี้ :-
๑. นวกภูมิ เป็นความรู้สำหรับนวกภิกษุและสามเณร จัดเป็น ๒ อย่าง สามัญอย่าง ๑ วิสามัญอย่าง ๑ อนุญาตให้เข้าสอบได้ทั้งภิกษุทั้งสามเณร แต่ต้องรู้จักเขียนรู้จักแต่งภาษาไทยใช้ได้แล้ว ฯ
๒. อย่างสามัญนั้น เว้นมคธภาษา แบ่งเป็น ๒ ประโยค คือ
- ก. ประโยค ๑ ธรรมวิภาคกับเรียงความแก้กระทู้ธรรมไม่ต้องชักที่มา ต้องได้พร้อมทั้ง ๒ อย่างในคราวเดียว
- ข. ประโยค ๒ พุทธประวัติย่อกับเรียงความแก้กระทู้ธรรม ชักที่มาในหนังสือไทย สุดแต่จะกำหนดให้ว่ากี่แห่ง ต้องได้พร้อมกันทั้ง ๒ อย่าง ในคราวเดียว ฯ
๓. สอบได้ทั้ง ๒ ประโยคนี้ เป็นนักธรรม ๒ ประโยค ก่อนแต่จะรับประกาศนียบัตร ภิกษุต้องสอบวินัยบัญญัติในนวโกวาทให้ได้ก่อน สามเณรยังรับไม่ได้ กว่าจะอุปสมบทแล้ว และสอบวินัยบัญญัติได้แล้ว ฝ่ายผู้สอบได้เพียงประโยค ๑ ยังไม่ให้ประกาศนียบัตร เป็นแต่ได้รับยกเว้นตามพระราชบัญญัติเกณฑ์ทหาร ฯ
๔. อย่างวิสามัญนั้น ต้องสอบภาษามคธเติมเข้าด้วย แบ่งเป็น ๒ ประโยค คือ :
- ก. ประโยค ๑ อรรถกถาธรรมบท มีแก้อรรถด้วย
- ข. ประโยค ๒ บาลีไวยากรณ์และสัมพันธ์
- จะสอบในคราวเดียวกันกับอย่างสามัญก็ได้ หรือได้ชั้นสามัญมาแล้ว จะสอบเพิ่มก็ได้ ฯ
๕. สอบได้ ๒ ประโยค นี้เป็นเปรียญธรรม ๒ ประโยคเทียบเปรียญปริยัติ ๓ ประโยค ฯ
ในเวลานี้ จัดได้เพียงเท่านี้ก่อน ฯ
(ลงพระนาม) กรม-วชิรญาณวโรรส
ป.ล. ความยกเว้นจากต้องเรียกเป็นทหารนั้น เมื่อปลูกความรู้อย่างสามัญเจริญแล้ว ขยายออกมาถึงประโยค ๒ ก็ได้ แต่อย่างวิสามัญเพียงประโยค ๑ ดีแล้ว ฯ
(ลงพระนาม) กรม-วชิรญาณวโรรส
(แถลงการณ์คณะสงฆ์ เล่ม ๑ พ.ศ. ๒๔๕๖. หน้า ๑๓๓-๑๓๕.)
🔍 เกร็ดความรู้ (Note)
- นวกภูมิ: หมายถึง ภูมิรู้สำหรับพระบวชใหม่ ต่อมาพัฒนาเป็น “นักธรรมชั้นตรี”
- ธรรมวิภาค: วิชาที่ว่าด้วยการจำแนกหัวข้อธรรม (เช่น หมวด ๒ หมวด ๓) เพื่อให้จำง่าย เป็นวิชาพื้นฐานของนักธรรมตรีมาจนถึงปัจจุบัน
- การยกเว้นเกณฑ์ทหาร: สังเกตใน ป.ล. ท้ายจดหมาย ทรงมีวิสัยทัศน์ว่า ในอนาคตเมื่อการศึกษาเจริญขึ้น อาจจะขยับเกณฑ์การยกเว้นทหารให้สูงขึ้นเป็น “ประโยค ๒” ก็ได้ เพื่อกระตุ้นให้พระเณรเรียนสูงขึ้นไปอีก

