แฟ้มธรรม ตอนที่ ๗: เจาะลึกกฎการสอบ “สามเณรรู้ธรรม” ยุค ร.ศ. ๑๓๐ (ต้องเก่งแค่ไหนถึงจะรอด?)
เปิดคู่มือการสอบฉบับแรก! กับเกณฑ์การให้คะแนนสุดหินแต่ยืดหยุ่น
จากตอนที่แล้ว เราทราบว่ามีการตั้งหลักสูตร “สามเณรรู้ธรรม” ขึ้นมาเพื่อคัดกรองคนหนีทหาร แต่ในทางปฏิบัติ “กรรมการเขาวัดผลกันอย่างไร?”
เอกสารฉบับนี้คือ “อธิบายการสอบไล่ฯ” ที่เผยให้เห็นเกณฑ์การตัดสินที่น่าทึ่ง โดยมีการแบ่งวิชาออกเป็น 3 ส่วนหลัก และมีการจัดลำดับชั้น (เอก โท ตรี) ตามความสามารถที่แท้จริง ไม่ใช่แค่สอบผ่านหรือตกเพียงอย่างเดียว
💡 สรุปวิชาที่สอบ (3 ด่านอรหันต์)
- แปลมคธ (บาลี): แปลคัมภีร์อรรถกถาธรรมบท (แปลปากเปล่าหรือเขียนก็ได้)
- ธรรมวิภาค: ตอบคำถามจากหนังสือนวโกวาท ๒๑ ข้อ (ห้ามผิดเกิน ๖ ข้อ)
- เรียงความ: เขียนแก้กระทู้ธรรม (สุภาษิต) ๑ ข้อ
📊 ตารางสรุปเกณฑ์การตัดสิน (ใครได้ชั้นไหน?)
ความล้ำสมัยของเกณฑ์ชุดนี้คือ “ความยืดหยุ่น” แม้ไม่เก่งบาลี ก็ยังมีสิทธิ์ได้วุฒิ “ชั้นตรี” เพื่อยืนยันความรู้ ลองดูตารางนี้ครับ:
| ผลการสอบวิชาต่างๆ | ได้ชั้น (เกรด) | หมายเหตุ |
| บาลี ✅ + ธรรม ✅ + เรียงความ ✅ | ชั้นเอก | สุดยอดสามเณร (ครบเครื่อง) |
| บาลี ✅ + (ธรรม หรือ เรียงความ อย่างใดอย่างหนึ่ง) | ชั้นโท | เก่งบาลีและมีความรู้รอบตัวพอสมควร |
| บาลี ✅ (อย่างเดียว) | ชั้นตรี | *ต้องสอบวินัย (สามเณรานุสิกขา) ปากเปล่าเพิ่ม |
| บาลี ❌ (ตก) + ธรรม ✅ + เรียงความ ✅ | ชั้นตรี | จุดเปลี่ยนสำคัญ! แม้ไม่ได้บาลี แต่รู้ธรรมและแต่งไทยเก่ง ก็ถือว่าผ่าน |

📜 เอกสารจดหมายเหตุฉบับเต็ม
(คงอักขระและสำนวนเดิม เพื่อการศึกษาประวัติศาสตร์)
คลิกเพื่ออ่านกฎระเบียบการสอบฉบับเต็ม
อธิบายการสอบไล่องค์ของสามเณรรู้ธรรม (ประมวลพระนิพนธ์ฯ การศึกษา, หน้า ๒๐๕-๒๐๖.)
๑. จะมีกรรมการเป็นผู้สอบ อย่างน้อย ๓ รูป
๒. หลักสูตรสำหรับสอบ คือ
- ก. แปล มคธ เป็นไทย ใช้อรรถกถาธรรมบท เขียน (แต่ในคราวต้น แปลด้วยปากก็ได้) ประมาณ ๒ หน้าสมุดพิมพ์
- ข. เขียนตอบปัญหาธรรมวิภาคในนวโกวาท ๒๑ ข้อ ข้อนี้เป็นพิเศษ
- ค. เรียงความแก้กระทู้ธรรมในพุทธศาสนสุภาษิต ๑ ข้อ ตามแต่จะเรียงได้อย่างไร แม้ข้อนี้ก็เป็นพิเศษ
๓. วิธีตรวจนั้น ดังนี้
- ก. ประโยคแปล เป็นแต่อ่านดูเท่านั้น ไม่มีลดคะแนน (ถ้าแปลปาก ก็ฟัง ไม่มีทัก) แล้วลงสันนิษฐานว่า ใช้ได้หรือไม่ได้
- ข. ตอบปัญหาธรรมวิภาค ยอมให้ผิดได้ ๖ ข้อเต็ม หรือให้คะแนน ๘๔ ผิดข้อหนึ่ง ลด ๑๔ คะแนน ผิดกึ่งข้อลด ๗ บกพร่องเล็กน้อย แบ่งลดลงมาตามควร หมดคะแนน เป็นใช้ไม่ได้ ยังเหลือ จึงใช้ได้
- ค. เรียงความแก้กระทู้ธรรม อ่านตรวจแล้วลงสันนิษฐาน
๔. ในประโยคอันหนึ่ง ๆ กรรมการทั้งนั้นหรือโดยมาก เห็นว่าใช้ได้ จัดเป็นได้ เห็นว่าใช้ไม่ได้ จัดเป็นตก
๕. ผู้เข้าสอบจะสอบเพียงแปลมคธก็ได้ แต่ถ้าตก เป็นอันตกทีเดียว ถ้าได้ ต้องสอบสามเณรานุสิกขา ตอบข้อถามด้วยปากกว่าจะได้ จัดเป็นชั้นตรี
๖. ถ้าสอบทั้งสามข้อ ตกแปลมคธ แต่ได้ธรรมวิภาค และเรียงความรวม ๒ อย่าง จัดเอาเป็นได้ชั้นตรีเหมือนกัน
๗. ถ้าแปลมคธได้แล้ว ได้ธรรมวิภาคหรือเรียงความเพิ่มขึ้น ๑ อย่าง รวมเป็น ๒ อย่าง จัดเป็นชั้นโท
๘. ถ้าแปลมคธได้แล้ว ได้ทั้งธรรมวิภาคทั้งเรียงความ รวมเป็น ๓ อย่าง จัดเป็นชั้นเอก
๙. ผู้เข้าสอบทั้ง ๓ อย่าง ไม่ต้องสอบสามเณรานุสิกขา
🔍 บทวิเคราะห์ท้ายแฟ้ม (Analysis)
- ความยืดหยุ่นในการวัดผล: สังเกตใน ข้อ ๖ ที่ระบุว่า “ตกแปลมคธ แต่ได้ธรรมวิภาค และเรียงความ… จัดเอาเป็นได้ชั้นตรีเหมือนกัน” นี่คือวิสัยทัศน์ที่ก้าวหน้ามากของสมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ที่ทรงเล็งเห็นว่า “ความรู้ธรรม” ไม่จำเป็นต้องผูกติดกับ “ภาษาบาลี” เสมอไป เปิดโอกาสให้สามเณรที่เก่งภาษาไทยสามารถมีที่ยืนและทำประโยชน์ให้ศาสนาได้
- การสอบวินัย: สำหรับผู้ที่เก่งแต่บาลี (ข้อ ๕) พระองค์ทรงบังคับให้ต้องสอบวินัย (สามเณรานุสิกขา) ปากเปล่าเพิ่ม เพื่อให้มั่นใจว่ารู้หลักปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง ไม่ใช่แค่แปลหนังสือได้เฉยๆ

