แฟ้มธรรม ตอนที่ ๒๕: Level Up! กำเนิด “นักธรรมชั้นโท” หลักสูตรเข้มข้นสำหรับ “พระพี่เลี้ยง” (ใครจะเรียนบาลี ต้องผ่านด่านนี้ก่อน!)
หลังจากที่ “นักธรรมชั้นตรี” (สำหรับพระบวชใหม่) ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม พระสงฆ์มีความรู้พื้นฐานแน่นปึ้ก! ในปี พ.ศ. ๒๔๕๙ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส จึงทรงกดปุ่ม “อัปเกรด” หลักสูตรขึ้นไปอีกขั้น
นี่คือที่มาของ “นักธรรมชั้นโท” (ภูมิสำหรับพระมัชฌิมะ หรือพระที่มีพรรษา ๕-๑๐) เปรียบเสมือนการขยับจาก “เฟรชชี่” ขึ้นมาเป็น “รุ่นพี่ปี 2” โดยมีความเปลี่ยนแปลงสำคัญดังนี้:
🎓 เปิดวิชาใหม่! (4 วิชาหลักของชั้นโท):
- เรียงความแก้กระทู้ธรรม: ยากขึ้น! ต้องอ้างสุภาษิตอื่นมาเชื่อมโยงให้เนียน (Connect the dots)
- ธรรมวิภาค: เจาะลึกหัวข้อธรรมที่ซับซ้อนขึ้น (Advanced Dhamma)
- อนุพุทธประวัติ: ไม่เรียนแค่พระพุทธเจ้าแล้ว แต่เรียนประวัติ “ลูกศิษย์” (สาวก) ด้วย
- วินัยบัญญัติ: เรียนกฎระเบียบสงฆ์ที่ละเอียดและพิสดารยิ่งขึ้น
🔗 ระบบ Hybrid (นักธรรม x บาลี): ประกาศนี้วางรากฐานการ “บูรณาการ” ที่น่าสนใจมาก คือการผูกเงื่อนไขไว้กับ “เปรียญธรรม (บาลี)” ด้วย:
- อยากสอบบาลีประโยค ๔: ต้องผ่านวิชา “กระทู้ + ธรรมะ” ของชั้นโทก่อน
- อยากสอบบาลีประโยค ๕: ต้องผ่านวิชา “อนุพุทธประวัติ + วินัย” ของชั้นโทก่อน
- สรุป: คือจะเก่งแต่แปลบาลีอย่างเดียวไม่ได้แล้ว ต้องมีความรู้ “เนื้อหาธรรมะ” ของนักธรรมชั้นโทติดตัวไปด้วย ถึงจะเป็นมหาเปรียญที่สมบูรณ์แบบ!
🌟 โควตาพิเศษ (Grandfather Clause): สำหรับพระเถระที่เป็นเปรียญธรรมชั้นสูงอยู่แล้ว หรือเป็นกรรมการตรวจข้อสอบ ท่านให้เครดิตยกย่องเป็น “นักธรรมชั้นโทกิตติมศักดิ์” โดยไม่ต้องมานั่งสอบไล่ใหม่

เอกสารต้นฉบับ (The Original Archive)
📜 เอกสารจดหมายเหตุ: ประกาศตั้งหลักสูตรและสอบประโยคนักธรรมชั้นโท (ข้อความด้านล่างนี้ เป็นการคัดลอกอักขระวิธีตามต้นฉบับเดิมทุกประการ)
เอกสารจดหมายเหตุ: ประกาศตั้งหลักสูตรและสอบประโยคนักธรรมชั้นโท
ที่ ๔/๕๙
บัดนี้ ประโยคนักธรรมชั้นตรีภูมินวกะ สำหรับภิกษุใหม่หย่อน ๕ พรรษา จัดขึ้นสำเร็จแล้ว การเรียนชั้นนี้แพร่หลายเป็นพื้น วัดที่เป็นสำนักเรียนใหญ่ ๆ แล้ว สมควรจะจัดประโยคนักธรรมชั้นโทภูมิมัชฌิมะ สำหรับภิกษุปานกลางพ้น ๕ พรรษา แล้ว แต่ยังไม่ถึง ๑๐ พรรษา ในลำดับไป จึงกำหนดตั้งหลักสูตรนักธรรมชั้นโท ภูมิมัชฌิมะไว้ ดังนี้
๑. เรียงความแก้กระทู้ธรรม ชักภาษิตในที่อื่นมาอ้างไว้ด้วย ต้องเชื่อมความกันให้สนิท ฯ ๒. แก้ปัญหาธรรมวิภาคพิสดารออกไป ฯ ๓. แก้ปัญหาอนุพุทธประวัติ คือตำนานแห่งสาวก ฯ ๔. แก้ปัญหาวินัยบัญญัติพิสดารออกไป ฯ
หนังสือสำหรับใช้เป็นหลักสูตรแก้กระทู้ธรรมนั้น จะใช้หนังสือพุทธศาสนสุภาษิตไปพลาง กว่าหนังสือหลักธรรมอื่นจักแต่งแล้ว ฯ หนังสือสำหรับใช้เป็นหลักสูตรสอบ ธรรมวิภาค จักแต่งแล้วในไม่ช้า เป็นอันทันใช้ ฯ หนังสือสำหรับใช้เป็นหลักสูตรสอบอนุพุทธประวัติ จักใช้หนังสือพุทธานุพุทธประวัติ ตอนกล่าวประวัติแห่งพระสาวกไปพลาง กว่าหนังสือใหม่จะแต่งแล้ว ฯ หนังสือสำหรับใช้เป็นหลักสูตรสอบวินัยบัญญัติ จักใช้หนังสือวินัยมุข ๒ เล่ม เรื่องนี้แต่งเสร็จแล้ว ฯ
ผู้จะเข้าสอบประโยคนักธรรมชั้นโทนี้ ต้องได้ประโยคนักธรรมชั้นตรีในสนามหลวงมาแล้ว ฯ
เปรียญธรรมชั้นตรีผู้จะเข้าสอบบาลีประโยค ๔ ในศกหน้า (พ.ศ. ๒๔๖๐) ต้องสอบองค์นักธรรมชั้นโท คือแก้กระทู้ธรรมกับธรรมวิภาคได้ก่อนแล้ว เมื่อจะสอบบาลีประโยค ๕ ต้องสอบอนุพุทธประวัติและวินัยบัญญัติได้ก่อนแล้ว ถ้าเป็นสามเณร ยกวินัยบัญญัติไว้ก่อน กว่าจะอุปสมบทเป็นภิกษุขึ้น ฯ เมื่อสอบบาลีประโยค ๖ ได้แล้ว จัดเป็นเปรียญธรรมชั้นโท ฯ
นักธรรมชั้นโท เข้าสอบบาลีสำหรับชั้นนี้ เพื่อเป็นเปรียญธรรมชั้นโท ไม่ต้องสอบองค์นักธรรมชั้นโทคั่นประโยคอีก ฯ
เปรียญบาลี ๔ ประโยค ๕ ประโยค ๖ ประโยค ในศกนี้และล้ำเข้าไป ไม่ต้องสอบองค์นักธรรมคั่น ได้ประโยค ๖ แล้ว เป็นเปรียญบาลีชั้นโท ถ้าได้เป็นกรรมการสนามหลวงผู้ตรวจประโยคนักธรรมชั้นโท นับว่าเป็นเปรียญธรรมชั้นโทโดยเกียรติ ถ้าเป็นครูเข้าสอบได้ในสนามหลวง สนามหลวงเห็นสมควร จักยกขึ้นเป็นเปรียญธรรมชั้นโทโดยเกียรติเหมือนกัน ฯ
ประกาศไว้ ณ วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๕๙
(ลงพระนาม) กรม-วชิรญาณวโรรส

