แฟ้มธรรม ตอนที่ ๑๓: กำเนิด “นักธรรมชั้นตรี” ยุค ๒๔๕๖ เมื่อการสอบแยกประโยคถูกยุบรวม!
ปัจจุบันใครที่บวชเรียนก็ต้องสอบ “นักธรรมชั้นตรี” เป็นด่านแรกใช่ไหมครับ? แต่ทราบหรือไม่ว่า… เมื่อร้อยปีก่อน คำว่านักธรรมชั้นตรี ยังไม่มี!
ในยุคแรกเริ่ม การสอบนักธรรมแบ่งออกเป็น “ประโยค ๑” และ “ประโยค ๒” แยกสอบคนละที แต่ด้วยวิสัยทัศน์ของ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ที่ทรงเห็นว่าการศึกษาเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว จึงทรงออกประกาศฉบับประวัติศาสตร์นี้ เพื่อ “ปฏิรูป” การสอบครั้งใหญ่ ให้กลายเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ
🔄 สรุปความเปลี่ยนแปลง: จาก “แยกส่วน” สู่ “ความเป็นหนึ่งเดียว”
เพื่อให้เข้าใจประกาศฉบับนี้ง่ายขึ้น เราสรุปใจความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงในปี ๒๔๕๖ มาให้แล้วครับ:
- ⛔ ระบบเก่า: สอบทีละขั้น (ประโยค ๑ แล้วค่อยไปสอบ ประโยค ๒)
- ✅ ระบบใหม่ (นักธรรมชั้นตรี): สอบรวดเดียวจบ! (ยุบรวมประโยค ๑ และ ๒ เข้าด้วยกัน)
🎓 วิชาที่สอบ: พระภิกษุสอบ ๔ วิชา / สามเณรสอบ ๓ วิชา (ยกเว้นวินัย)
- ⚖️ การวัดผล: ใช้ระบบ “เฉลี่ยคะแนน” (จากตอนที่แล้ว) มาช่วย คือสอบรวดเดียว รู้ผลเลยว่าได้หรือตก
- 🏳️🌈 ข้อยกเว้นสำหรับต่างจังหวัด: ในหัวเมืองที่เพิ่งเริ่มจัดการศึกษา อนุญาตให้ใช้ระบบเก่า (แยกสอบ) ไปพลางก่อนได้ จนกว่าจะพร้อม
เกร็ดน่ารู้: ประกาศนี้ระบุว่าในปีนั้น มีผู้เข้าสอบนักธรรมมากถึงเกือบ ๖๐๐ รูป! ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงมากในยุคเริ่มต้นการศึกษาแผนใหม่

📜 เอกสารจดหมายเหตุ: ประกาศรวมองค์นักธรรม (พ.ศ. ๒๔๕๖) (ด้านล่างนี้คือข้อความจากเอกสารต้นฉบับ แสดงถึงคำสั่งการก่อตั้งชั้นนักธรรมตรีอย่างเป็นทางการ)
คลิกเพื่ออ่านเอกสารจดหมายเหตุ: ประกาศรวมองค์นักธรรม (พ.ศ. ๒๔๕๖)
ที่ ๓/๒๔๕๖ ประกาศ รวมองค์นักธรรมประโยค ๑ ประโยค ๒ เข้าเป็นองค์นักธรรมชั้นตรี
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาวชิรญาณวโรรส พระมหาสมณะ ตรัสประกาศไว้ว่า ในศกนี้ มีภิกษุสามเณรเข้าสอบองค์นักธรรมเกือบถึง ๖๐๐ เข้าสอบประโยค ๒ เกือบถึง ๒๐๐ มีจำนวนผู้สอบได้ก็มาก การเล่าเรียนพระธรรมวินัยแพร่หลายออกไป ทั้งในเวลานี้ก็ได้ตั้งวิธีคิดเฉลี่ยคะแนนได้ตกขึ้น เป็นอันผ่อนลงให้ได้สะดวกเข้าแล้ว เป็นเวลาสมควรจะจัดให้เข้าระเบียบได้อยู่
ตั้งแต่ศกหน้า สนามหลวงจะสอบความรู้ธรรมของภิกษุสามเณร พร้อมคราวเดียวกันทั้ง ๒ ประโยค เป็นความรู้สำหรับภิกษุ ๔ อย่าง สำหรับสามเณร ๓ อย่าง (ยกวินัยไว้พลาง) ได้หรือตกก็พร้อมกัน ไม่มีพักเป็นประโยคดุจเดิม สอบได้แล้ว เป็นนักธรรมชั้นตรี ได้แก่ นวกภูมิ
ส่วนสามเณรอุปสมบทแล้ว ต้องสอบวินัยเพิ่มให้ได้ก่อน จึงจะได้รับประกาศนียบัตรเป็นนักธรรมชั้นนั้น ส่วนนักธรรมประโยค ๑ อนุญาตให้สอบเพิ่มประโยคได้ เหมือนในศกนี้ฯ
ฝ่ายนักธรรมของวัดทั้งหลาย ที่วัดเหล่านั้นจะขอโอนเป็นนักธรรมของสนามหลวง ให้โอนได้ต่อเมื่อได้ครบองค์ของนักธรรมชั้นตรี และองค์เหล่านั้น ต้องสอบได้ในระยะกาลไม่ห่างกว่า ๓ เดือนในระหว่าง ต้องเป็นองค์ที่สอบได้ทั้งนั้น
ส่วนในหัวเมือง พึ่งเริ่มจัดขึ้น อนุญาตให้การสอบความรู้องค์นักธรรม ที่ทำในหัวเมืองนั้น ๆ เอง พักเป็นประโยค ๑ ประโยค ๒ ได้เหมือนเดิม กว่าจะจัดให้เข้ารูปได้ แต่สำหรับเฉพาะภิกษุสามเณรผู้อยู่ในเมืองนั้นเอง ฯ
ประกาศไว้ ณ วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๔๕๖ ฯ
(ที่มา: แถลงการณ์คณะสงฆ์ เล่ม ๑ พ.ศ. ๒๔๕๖. หน้า ๕๒๔-๕๒๕)
บทส่งท้าย ประกาศฉบับนี้คือหลักฐานสำคัญที่ยืนยันว่า “นักธรรมชั้นตรี” ถือกำเนิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบในปี ๒๔๕๖ (ร.ศ. ๑๓๒) เพื่อรองรับจำนวนผู้เรียนที่มากขึ้น และเป็นการวางรากฐานระบบการศึกษาคณะสงฆ์ให้เข้มแข็งและเป็นเอกภาพมาจนถึงปัจจุบัน

