แฟ้มธรรม ตอนที่ ๔๕: จบปัญหา “ส่งรายชื่อกระปริบกระปรอย” กฎเหล็กเส้นตาย ๑๕ ต.ค. (ประกาศปี ๒๔๖๘)
ปัญหาคลาสสิกของ “งานทะเบียน” มีมาทุกยุคทุกสมัย! ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๘ เจ้าหน้าที่กองธรรมสนามหลวงต้องปวดหัวหนักกับปัญหา “รายชื่อนักเรียนตกหล่น”

สาเหตุเกิดจากโรงเรียนต่างๆ มักจะส่งรายชื่อผู้เข้าสอบมาแบบ “กระปริบกระปรอย” (ทยอยส่ง ไม่ส่งทีเดียวให้จบ) หรือบางทีก็ส่ง “ล่าช้า” เกินกำหนด ทำให้เจ้าหน้าที่ธุรการทำงานไม่ทัน ทั้งการพิมพ์ข้อสอบและการจัดตารางสอบ จนเกิดความ “ฉุกละหุก” ไปหมด
เพื่อให้งานเอกสารเป็นระเบียบและลดภาระที่ไม่จำเป็น สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์ (เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศ กรมหมื่นชินวรสิริวัฒน์) จึงต้องออกประกาศ “ขีดเส้นตาย” (Deadline) ใหม่ที่ชัดเจนและเด็ดขาด!
📅 กฎเหล็กการส่งรายชื่อ (เริ่มใช้ พ.ศ. ๒๔๖๙):
- Deadline: ต้องส่งรายชื่อให้ถึงกรมธรรมการ ภายในวันที่ ๑๕ ตุลาคม เท่านั้น
- Condition: ต้องรวบรวมส่ง “ครั้งเดียวจบ” (ห้ามทยอยส่งกระปริบกระปรอย)
- Penalty: หากส่งช้ากว่ากำหนด… “สนามจักไม่รับ” (ตัดสิทธิ์ทันที)
(The Archive: เอกสารต้นฉบับ) 📜 สำเนาเอกสารจดหมายเหตุ เรื่อง: ประกาศกำหนดการส่งบัญชีสนามสาขาแลสนามหลวง
สำเนาเอกสารจดหมายเหตุ เรื่อง: ประกาศกำหนดการส่งบัญชีสนามสาขาแลสนามหลวง
“แต่ก่อนการเปิดสนามหลวงมีระยะกาลห่างจากวันกำหนดส่งบัญชีนักเรียน ไม่เป็นเหตุฉุกละหุก แก่เจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรการแลแม่กองสนาม ที่จะพิมพ์ประโยคแลกะวันสอบวิชานั้น ๆ
ครั้นบัดนี้การเปิดสนามหลวงเลื่อนกระชั้นใกล้วันกำหนดส่งบัญชีเข้ามา เป็นเหตุไม่สะดวกแก่เจ้าหน้าที่แลแม่กองสนามในการนั้น ถ้ามีบัญชีของบางสำนักส่งเพิ่มกระปริบกระปรอยไม่สิ้นสุดในครั้งเดียว หรือส่งล่าเกินกำหนด ก็เป็นเหตุให้ยุ่งยากมากขึ้น สมควรเลื่อนเขตส่งบัญชีออกไปตามกัน เพื่อความสะดวกทั้งสองฝ่ายที่จะปฏิบัติการให้เป็นไปโดยความเรียบร้อย ฯ
เพราะฉะนั้น ตั้งแต่ศกน่าเป็นต้น ให้เจ้าสำนักส่งบัญชีนักเรียนผู้จะเข้าสอบ ณ สนามสาขาแลสนามหลวง ทั้งในจังหวัดพระนครทั้งในต่างจังหวัด ตามระเบียบ แต่ครั้งเดียวเท่านั้น ให้ถึงกรมธรรมการภายในวันที่ ๑๕ ตุลาคม ถ้าส่งล่ากว่ากำหนดนี้ สนามจักไม่รับ… ฯ”
ประกาศแต่วันที่ ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๘ (ลงพระนาม) กรมหมื่นชินวรสิริวัฒน์
(อ้างอิง: แถลงการณ์คณะสงฆ์ เล่ม ๑๓ พ.ศ. ๒๔๖๘. หน้า ๖๗๙.)
💡 เกร็ดภาษาจากเอกสารโบราณ
ในเอกสารประกาศฉบับนี้ ท่านจะพบคำว่า “กระปริบกระปรอย” ซึ่งเป็นรูปคำที่นิยมใช้กันในสมัยนั้น (พ.ศ. ๒๔๖๘)
ปัจจุบัน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน กำหนดให้ใช้คำว่า “กะปริดกะปรอย” แทน ซึ่งมีความหมายว่า อาการที่ไหลออกมา หรือทำทีละเล็กทีละน้อย ไม่สม่ำเสมอ หรือไม่ต่อเนื่องกัน

