จากนวกภูมิสู่ตรีภูมิ: กำเนิดและพัฒนาการของ “นักธรรมชั้นตรี” โดยสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
การศึกษาพระพุทธศาสนาในระบบคณะสงฆ์ไทย มีโครงสร้างที่เป็นขั้นเป็นตอนชัดเจน ซึ่งรากฐานสำคัญนี้วางโดยสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส พระองค์ทรงปฏิรูปการศึกษาโดยอิงจากพระวินัย และจัดระบบ “ภูมิความรู้” อันเป็นต้นแบบของหลักสูตรนักธรรมในปัจจุบัน
การแบ่งภูมิความรู้ตามหลักพระวินัย
พระองค์ทรงแบ่งระดับภูมิความรู้ของภิกษุออกเป็น ๓ ระดับ โดยอ้างอิงจากหลักการจัดจำแนกภิกษุในพระวินัยปิฎก ได้แก่
- นวกภูมิ (นวกะ) : ระดับสำหรับผู้บวชใหม่ เทียบเท่ากับ นักธรรมชั้นตรี ในปัจจุบัน
- มัชฌิมภูมิ (มัชฌิมะ) : ระดับปานกลาง เทียบเท่ากับ นักธรรมชั้นโท
- เถรภูมิ (เถระ) : ระดับผู้ใหญ่หรือทรงประสบการณ์ เทียบเท่ากับ นักธรรมชั้นเอก
จุดเริ่มต้นของ “นวกภูมิ” และ “นักธรรมชั้นตรี”
สมเด็จพระมหาสมณเจ้าทรงจัดตั้งหลักสูตร นวกภูมิ ขึ้นเป็นพื้นฐานแรก เพื่อให้ภิกษุและสามเณรใหม่ได้เรียนรู้หลักธรรมพื้นฐานผ่านภาษาไทย โดยใช้ตำรา “นวโกวาท” เป็นสื่อการสอนหลัก ซึ่งทำให้การศึกษาเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
ในยุคเริ่มต้น หลักสูตรนวกภูมิ (ก่อนจะเรียกว่านักธรรมชั้นตรี) แบ่งการสอบออกเป็น ๒ ประโยค คือ
- ประโยค ๑: วิชาธรรมวิภาค และเรียงความแก้กระทู้ธรรม (ห้ามอ้างคัมภีร์)
- ประโยค ๒: พุทธประวัติย่อ และเรียงความแก้กระทู้ธรรม (อ้างคัมภีร์ได้)
ต่อมาใน ปี พ.ศ. ๒๔๕๖ การสอบทั้งสองประโยคได้ถูกรวมเข้าด้วยกันเป็นหลักสูตรเดียว และได้รับการเรียกขานอย่างเป็นทางการว่า “นักธรรมชั้นตรี” ซึ่งถือเป็นหลักสูตรพื้นฐานที่สมบูรณ์สำหรับการเตรียมความพร้อมแก่ภิกษุใหม่ (นวกภิกษุ)

บทสรุป
การริเริ่มระบบ “ภูมิความรู้” โดยสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ถือเป็นรากฐานที่มั่นคงของการศึกษาพระพุทธศาสนาแผนกธรรมในประเทศไทย โดยเฉพาะ “นักธรรมชั้นตรี” ซึ่งพัฒนามาจาก “นวกภูมิ” ยังคงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญสำหรับผู้แสวงหาความรู้ในพระธรรมวินัย สืบทอดเจตนารมณ์ของการศึกษาที่เป็นระบบและเข้าถึงได้มาจนถึงปัจจุบัน

