จากเกณฑ์ทหารสู่มาตรฐานการศึกษา: ปัจจัยรัฐประศาสโนบายกับกำเนิดระบบสอบ “นักธรรม” (พ.ศ. ๒๔๕๔)

หนึ่งในปัจจัยสำคัญทางรัฐประศาสโนบายของรัฐบาลสยาม ซึ่งถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่กระตุ้นให้คณะสงฆ์ต้องเร่งสร้างมาตรฐานการศึกษาใหม่ จนนำไปสู่การวางรากฐานระบบการสอบ “นักธรรม” อย่างเป็นทางการ คือการประกาศใช้ พระราชบัญญัติลักษณะเกณฑ์ทหาร ร.ศ. ๑๓๐ (พ.ศ. ๒๔๕๔)

บริบทของกฎหมายฉบับนี้ ได้กำหนดข้อยกเว้นราชการทหารไว้สำหรับ “พระภิกษุ” โดยทั่วไป แต่สำหรับ “สามเณร” นั้น ทางราชการได้กำหนดเงื่อนไขสำคัญไว้ว่า จะยกเว้นให้เฉพาะผู้ที่ “รู้ธรรม” เท่านั้น เงื่อนไขดังกล่าวได้กลายเป็นโจทย์ปัญหาสำคัญที่ส่งมาถึงคณะสงฆ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ในฐานะประธานเถรสมาคม ว่าจะต้องนิยามคำว่า “รู้ธรรม” ให้ชัดเจนและเป็นรูปธรรมว่ามีขอบเขตเพียงใด

การกำหนดนิยามและมาตรฐาน “สามเณรรู้ธรรม” นี้ จึงมิใช่เพียงการตอบคำถามทางกฎหมาย แต่ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปการศึกษาคณะสงฆ์ครั้งใหญ่ โดยมีวัตถุประสงค์หลัก ๒ ประการ คือ:

  1. เพื่อการคัดกรองบุคลากรที่มีคุณภาพ (Quality Screening): สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ทรงมีพระประสงค์ที่จะคัดเลือกสามเณรผู้มีความวิริยอุตสาหะ ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน และมีศักยภาพที่เหมาะสม เพื่อรักษาไว้เป็นศาสนทายาทในการสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา
  2. เพื่อตอบสนองต่อระเบียบราชการ (Government Compliance): เพื่อให้สามเณรที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ได้รับการรับรองมาตรฐานความรู้ (ซึ่งในระยะแรกเทียบเท่าประโยคนักธรรมชั้นตรี) สำหรับใช้เป็นหลักฐานประกอบการขอยกเว้นการเข้ารับราชการทหาร

ในการประชุมเถรสมาคมเมื่อวันที่ ๑๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๕๔ (ร.ศ. ๑๓๐) สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ได้ทรงเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์เกื้อกูลกันระหว่างศาสนจักรและอาณาจักร โดยทรงชี้ให้เห็นว่า การสร้างความมั่นคงให้แก่ประเทศชาตินั้น จำเป็นต้องอาศัยบุคคลทำหน้าที่ในหลายมิติ ทั้งฝ่ายพระสงฆ์ ผู้ทำหน้าที่สั่งสอนศีลธรรมแก่ประชาชน และฝ่ายทหาร ผู้ทำหน้าที่ป้องกันรักษาประเทศ

ด้วยปัจจัยแวดล้อมดังกล่าว คณะสงฆ์จึงมีความจำเป็นต้องเร่งกำหนดหลักสูตรการศึกษาและจัดตั้งสนามสอบขึ้น ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ได้พัฒนาจนกลายมาเป็นจุดกำเนิดของระบบการศึกษาและหลักสูตร “นักธรรม” ที่มีความเป็นระบบระเบียบและสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *