แม่กองธรรมสนามหลวง รูปที่ ๓: สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์ ผู้สร้าง “มาตรฐานเดียว” ทั่วแผ่นดิน
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์ (สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์) ทรงเป็นแม่กองธรรมสนามหลวง รูปที่ ๓ ผู้ทรงรับภาระธุระทางพระพุทธศาสนาสืบต่อจากสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส บทบาทสำคัญที่สุดของพระองค์คือการขยายโอกาสและการสร้างมาตรฐานการสอบธรรมสนามหลวงให้เป็นปึกแผ่นและเป็นเอกภาพทั่วราชอาณาจักร

๑. การสืบสานพระปณิธาน
หลังจากสิ้นยุคของแม่กองธรรมรูปที่ ๑ และ ๒ (ซึ่งคือสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส และ พระศาสนโสภณ (เจริญ ญาณวโร) ตามลำดับ) สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ (พระอิสริยยศในขณะนั้น) ทรงรับหน้าที่สานต่องานแม่กองธรรม โดยทรงมุ่งเน้นการขยายการศึกษาออกสู่ภูมิภาค เพื่อให้พระภิกษุสามเณรในต่างจังหวัดมีโอกาสได้รับการศึกษาทัดเทียมกับในพระนคร
๒. การปฏิรูปครั้งใหญ่ พ.ศ. ๒๔๗๐: กำเนิด “สนามหลวง” ทั่วประเทศ
ผลงานที่เป็นหมุดหมายสำคัญในยุคของแม่กองธรรมสนามหลวง รูปที่ ๓ คือการปฏิรูประบบการสอบครั้งประวัติศาสตร์ในปี พ.ศ. ๒๔๗๐ ซึ่งเปลี่ยนโฉมหน้าการศึกษาคณะสงฆ์ไทยไปตลอดกาล:
- การกระจายอำนาจ: ทรงวางระบบการบริหารจัดการใหม่ โดยเจ้าคณะมณฑลในภูมิภาคได้รับการแต่งตั้งให้เป็น “รองแม่กองสนามหลวง” มีอำนาจหน้าที่ในการแต่งตั้งกรรมการและบริหารการตรวจข้อสอบนักธรรมชั้นตรีในมณฑลของตนเอง
- มาตรฐานเดียว (One Standard): ทรงประกาศกำหนดให้สนามสอบในภูมิภาคที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ถูกยกระดับให้เป็น “สนามหลวง” ทั่วราชอาณาเขต ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๗๑ เป็นต้นไป
- เอกภาพในการสอบ: สิ่งสำคัญที่สุดคือการกำหนดให้ใช้ “ข้อสอบเดียวกัน” และจัดสอบใน “วันเดียวกันทั่วประเทศ” (มักเป็นช่วงหลังวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ของทุกปี) ซึ่งเป็นการลบข้อครหาเรื่องมาตรฐานที่แตกต่างกันระหว่างส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
๓. มรดกแห่งความเท่าเทียม
การดำเนินงานในสมัยของแม่กองธรรมสนามหลวง รูปที่ ๓ ถือเป็นการวางรากฐานให้คำว่า “สนามหลวง” มีความหมายครอบคลุมถึงระบบการสอบที่มีมาตรฐานเดียวทั่วประเทศอย่างสมบูรณ์ ทำให้พระภิกษุสามเณรไม่ว่าจะอยู่ ณ วัดใดในประเทศไทย ต่างก็อยู่ภายใต้มาตรฐานการวัดผลเดียวกัน ซึ่งเป็นรากฐานของความมั่นคงแห่งการศึกษาพระปริยัติธรรมสืบมาจนถึงปัจจุบัน

