Daily Archive: December 10, 2025
Introduction: The Inquiry at Veranja In the historical records of the Vinaya Pitaka (The Book of Discipline), a significant event is documented at the city of Veranja. At that time, the Buddha was staying...
บทนำ: ความย้อนแย้ง ณ เมืองเวรัญชา ภายหลังจากที่ “เวรัญชพราหมณ์” ได้ละทิฐิมานะและปวารณาตนเป็นพุทธมามกะ เขาได้กราบทูลอาราธนาสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพร้อมด้วยคณะสงฆ์หมู่ใหญ่ประมาณ ๕๐๐ รูป ให้จำพรรษา ณ เมืองเวรัญชา เหตุการณ์นี้ดูประหนึ่งจะเป็นนิมิตหมายอันดีในการเผยแผ่ศาสนธรรม แต่ในทางกลับกัน ฤดูฝนดังกล่าวกลับกลายเป็นช่วงเวลาแห่งบททดสอบครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์พุทธกาล เมื่อเมืองเวรัญชาต้องเผชิญกับภาวะ “ทุพภิกขภัย” (Famine) หรือวิกฤตการณ์ขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรง จนนำไปสู่ประเด็นการถกเถียงเรื่องการใช้อิทธิฤทธิ์และการวางรากฐานความยั่งยืนของพุทธจักร
บทนำ: ปุจฉา ณ เมืองเวรัญชา ในบันทึกทางประวัติศาสตร์พุทธศาสนาหมวดพระวินัยปิฎก ปรากฏเหตุการณ์สำคัญ ณ เมืองเวรัญชา เมื่อครั้งที่พระพุทธองค์ประทับอยู่ ณ ควงไม้สะเดาที่นเฬรุยักษ์สิงสถิต พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ประมาณ ๕๐๐ รูป ในขณะนั้นกิตติศัพท์ของพระองค์ในฐานะพระอรหันต์ผู้ตรัสรู้ชอบโดยพระองค์เอง ผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ และเป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ ได้ขจรขจายไปทั่วสารทิศ
คำถามที่ว่า “การสอบนักธรรมสนามหลวงมีกี่แห่ง?” นั้น มีคำตอบที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย จำนวนสนามสอบไม่ได้คงที่ แต่มีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับจำนวนผู้เรียนที่เพิ่มขึ้น จากจุดเริ่มต้นเพียงหลักหน่วย กลายเป็นมาตรฐานเดียวกันครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วไทย
วิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลของ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์การศึกษาคณะสงฆ์ไทย คือการเปลี่ยนจากการเน้นภาษาบาลีอย่างเดียว มาสู่ระบบ “ธรรมะภาษาไทยอย่างสามัญ” หรือที่รู้จักในชื่อ “นักธรรม” ซึ่งทำให้การศึกษาธรรมะเข้าถึงพระภิกษุสามเณรได้อย่างกว้างขวางทั่วประเทศ
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงได้รับการยกย่องเป็นองค์ประมุขคณะสงฆ์ผู้ทรงปฏิรูปการศึกษาอย่างลึกซึ้งและเป็นระบบมากที่สุดพระองค์หนึ่ง ในระหว่างการทรงดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช (พ.ศ. ๒๔๕๓–๒๔๖๔) พระองค์มิเพียงทรงเปลี่ยนแปลงหลักสูตร แต่ทรงสร้าง ระบบบริหารจัดการการศึกษา ที่สมบูรณ์ ครอบคลุมทุกมิติตั้งแต่การออกแบบหลักสูตร โครงสร้างองค์กร การควบคุมคุณภาพ ไปจนถึงการบูรณาการนโยบาย
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส (พ.ศ. ๒๔๐๓ – ๒๔๖๔) ทรงเป็นผู้นำคณะสงฆ์ในยุคที่ประเทศไทยกำลังปรับตัวสู่ความเป็นรัฐสมัยใหม่ พระปรีชาญาณในการแก้ปัญหาของพระองค์ปรากฏชัดผ่านการเปลี่ยนวิกฤตและอุปสรรคต่างๆ ให้กลายเป็นโอกาสในการปฏิรูปโครงสร้างและมาตรฐานการศึกษาคณะสงฆ์อย่างเป็นระบบ สร้างรากฐานที่มั่นคงมาจนถึงปัจจุบัน
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์ (สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์) ทรงเป็นแม่กองธรรมสนามหลวง รูปที่ ๓ ผู้ทรงรับภาระธุระทางพระพุทธศาสนาสืบต่อจากสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส บทบาทสำคัญที่สุดของพระองค์คือการขยายโอกาสและการสร้างมาตรฐานการสอบธรรมสนามหลวงให้เป็นปึกแผ่นและเป็นเอกภาพทั่วราชอาณาจักร
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส (พ.ศ. ๒๔๐๓ – ๒๔๖๔) ทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๐ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และทรงเป็น “แม่กองธรรมสนามหลวง” พระองค์แรก ตลอดพระชนมชีพของพระองค์เต็มไปด้วยการทำงานหนักเพื่อวางรากฐานและการปฏิรูประบบการศึกษาและการปกครองคณะสงฆ์ครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย
ปี พ.ศ. ๒๔๕๖ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์การศึกษาธรรมะของคณะสงฆ์ไทย โดยเป็นปีที่มีการจัดสอบ “นักธรรมชั้นตรี” อย่างเป็นทางการครั้งแรก ซึ่งเป็นการยกระดับหลักสูตรอย่างสามัญ (นวกภูมิ) จากการทดลองสู่ระบบมาตรฐาน