บทธรรมเทศนา ตอนที่ ๒๑ เลิกไหว้ลมแล้ง แล้วมาไหว้ ‘คน’: คู่มือบริหารชีวิตฉบับ CEO ครัวเรือน

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ)

เจริญพรญาติโยม สาธุชนผู้มีปัญญา และผู้แสวงหาความมั่นคงในชีวิตทุกท่าน…

วันนี้อาตมาอยากชวนพวกเรามาคุยกันเรื่อง “พิธีกรรม” กับ “ความจริง” โยมเคยสงสัยไหมว่า ทำไมเราถึงต้องไหว้เจ้าที่? ทำไมต้องดูฮวงจุ้ย? ทำไมต้องมูเตลู? ลึก ๆ แล้ว มนุษย์เราแสวงหาความมั่นคง แสวงหาที่พึ่งทางใจ เพราะเรากลัว… กลัวจน กลัวเจ็บ กลัวความล้มเหลว แต่เมื่อ ๒,๕๐๐ กว่าปีก่อน มีชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อ “สิงคาลกะ” เขาก็มีความกลัวแบบเรานี่แหละ เขาตื่นแต่เช้าตรู่ เอาตัวไปแช่น้ำจนเปียกโชก ผมเผ้ายุ่งเหยิง แล้วมายืนกลางแจ้ง ประนมมือไหว้ทิศทั้ง ๖ ทิศ ไหว้ทิศตะวันออก ทิศใต้ ทิศตะวันตก ทิศเหนือ ทิศเบื้องบน ทิศเบื้องล่าง… ไหว้ลมไหว้แล้งไปอย่างนั้น

พอพระพุทธเจ้าเสด็จผ่านมาเห็น พระองค์ตรัสถามว่า “ดูก่อนคฤหบดีบุตร… เธอทำอะไรของเธอน่ะ?” สิงคาลกะตอบว่า “พ่อสั่งไว้ก่อนตายครับ พ่อสั่งว่าให้ไหว้ทิศทั้ง ๖ แล้วชีวิตจะดี ผมไม่กล้าขัดคำสั่งพ่อ”

โยมดูสิ… ความกตัญญูเขาน่ารักนะ แต่ “ปัญญา” เขาอาจจะยังไม่ถึงพร้อม พระพุทธเจ้าของเรา ทรงเป็นยอดนักเล่าเรื่อง และเป็นยอดนักจิตวิทยา พระองค์ไม่ตำหนิเลยนะว่า “งมงาย! ไร้สาระ!” พระองค์ไม่หักหาญน้ำใจ แต่พระองค์ทรงใช้เทคนิคที่เรียกว่า Reframing หรือการ “เปลี่ยนกรอบความคิด” พระองค์ตรัสว่า “ในอริยวินัย (ในแบบฉบับของผู้รู้จริง) เขาก็มีการไหว้ทิศนะ… แต่เขาไม่ได้ไหว้ทิศทางลมแบบนี้ เขาไหว้ บุคคล ที่อยู่รอบตัวต่างหาก”

และนั่นคือจุดเริ่มต้นของพระสูตรที่ชื่อว่า “สิงคาลกสูตร” คัมภีร์ Management เล่มแรกของโลก ที่สอนวิธีบริหารชีวิต บริหารคน และบริหารเงิน สำหรับคนธรรมดาอย่างพวกเราโดยเฉพาะ

๑. อุดรอยรั่วของชีวิต: ปิดประตูความเสื่อม ๑๔ บาน

ก่อนจะไปไหว้ใคร พระพุทธองค์ทรงสอนให้เรา “คลีน” ตัวเองก่อน โยมจะเอาถังไปตักน้ำ ถ้าถังมันรั่ว ตักให้ตายน้ำก็ไม่เต็ม จริงไหม? ชีวิตคนเราก็เหมือนกัน ถ้ายังมีรูรั่ว ต่อให้ขยันหาเงินแทบตาย ชีวิตก็ไม่เจริญ พระองค์ทรงชี้เป้า “รูรั่ว” ๑๔ จุด ที่เราต้องอุดให้สนิท

ชุดแรก: กิเลสเครื่องเศร้าหมอง ๔ (Moral Risk) ๑. ปาณาติบาต: ชอบใช้ความรุนแรง ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต (สร้างศัตรู) ๒. อทินนาทาน: มือไวใจเร็ว ลักขโมย คดโกง (เสียเครดิต) ๓. กาเมสุมิจฉาจาร: ไม่ซื่อสัตย์ในคู่ครอง (ครอบครัวพัง) ๔. มุสาวาท: พูดเท็จ (หมดความน่าเชื่อถือ) สี่ข้อนี้ คือพื้นฐานความเป็นมนุษย์ ถ้าโยมยังรักษาไม่ได้ อย่าเพิ่งหวังความเจริญเลย

ชุดที่สอง: ความลำเอียง ๔ (Bias) อันนี้สำคัญมากสำหรับคนเป็นหัวหน้า เป็นพ่อแม่ หรือเป็นผู้นำ คนเราจะตัดสินใจผิดพลาด ก็เพราะ ๔ อย่างนี้: ๑. ลำเอียงเพราะรัก (ฉันทาคติ): เลือกที่รักมักที่ชัง ๒. ลำเอียงเพราะเกลียด (โทสาคติ): เอาอารมณ์มาตัดสินงาน ๓. ลำเอียงเพราะหลง (โมหาคติ): ไม่รู้ข้อมูลจริง แต่ตัดสินไปแล้ว ๔. ลำเอียงเพราะกลัว (ภยาคติ): ไม่กล้าทำสิ่งที่ถูกต้อง พระพุทธองค์ตรัสเปรียบเทียบไว้คมคายมากว่า “ใครที่มีความลำเอียง ยศศักดิ์บริวารจะลดลงเหมือนพระจันทร์ข้างแรม แต่ใครที่เที่ยงธรรม ยศศักดิ์จะเจริญขึ้นเหมือนพระจันทร์ข้างขึ้น”

ชุดที่สาม: ทางฉิบหาย ๖ (Financial Leak) อันนี้คือเรื่องปากท้องและเงินทองล้วนๆ พระองค์เรียกว่า “อบายมุข ๖” ๑. ติดเหล้า: เสียเงินไม่พอ เสียสติด้วย ก่อเรื่องวิวาทด้วย ๒. เที่ยวกลางคืน: ตัวเองไม่ปลอดภัย ลูกเมียระแวง ทรัพย์สินเสียหาย ๓. ติดมหรสพ: งานการไม่ทำ มัวแต่ไปดูเขาเต้นเขาร้อง (สมัยนี้ก็คือติดซีรีส์ ติดส่องโซเชียลจนเสียงาน) ๔. เล่นการพนัน: ข้อนี้พระองค์ตรัสไว้เจ็บแสบ “ผู้ชนะย่อมก่อเวร ผู้แพ้ย่อมเสียดายทรัพย์” และที่สำคัญ ไม่มีใครอยากแต่งงานด้วย เพราะดูแล้วเลี้ยงครอบครัวไม่รอด ๕. คบคนชั่ว: พาเราไปลงเหว ๖. เกียจคร้าน: ข้อนี้โดนใจคนยุคนี้มาก คนขี้เกียจจะมีข้ออ้างเสมอ… “หนาวนักไม่ทำงาน ร้อนนักไม่ทำงาน เย็นแล้วไม่ทำงาน หิวนักไม่ทำงาน อิ่มนักไม่ทำงาน”… สุดท้าย ทรัพย์ใหม่ไม่เกิด ทรัพย์เก่าก็หมดไป

๒. คัดกรอง Connection: เลิกคบเพื่อนปลอม ถนอมเพื่อนแท้

เมื่ออุดรูรั่วส่วนตัวแล้ว ต่อไปคือการบริหาร “คน” พระพุทธเจ้าทรงเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านดูคน พระองค์สอนให้สิงคาลกะรู้จัก Audit (ตรวจสอบ) เพื่อนในชีวิต โยมลองเช็คดูซิว่า เพื่อนรอบตัวโยม เป็นแบบไหน?

กลุ่มเพื่อนปลอม (มิตรปฏิรูป): ต้องรีบหนีให้ไกล! ๑. คนปอกลอก: คิดแต่จะเอาฝ่ายเดียว เสียน้อยจะเอามาก คบเราเพราะเรามีผลประโยชน์ ๒. คนดีแต่พูด: ปากหวานก้นเปรี้ยว รับปากส่งเดช เวลาเราเดือดร้อนพึ่งพาไม่ได้ อ้างโน่นอ้างนี่ ๓. คนหัวประจบ: เราทำชั่วก็ออเออ เราทำดีก็ออเออ ต่อหน้าสรรเสริญ ลับหลังนินทา ๔. คนชวนฉิบหาย: ชวนกินเหล้า ชวนเล่นยา ชวนเล่นพนัน

กลุ่มเพื่อนแท้ (มิตรแท้): ต้องรักษาไว้เท่าชีวิต! ๑. เพื่อนอุปการะ: ป้องกันเราตอนเราประมาท (เช่น ตอนเมา) รักษาทรัพย์ให้เรา เป็นที่พึ่งตอนมีภัย ๒. เพื่อนตาย (ร่วมสุขร่วมทุกข์): เก็บความลับเราได้ บอกความลับตนแก่เรา ไม่ทิ้งเราตอนตกต่ำ ยอมตายแทนได้ ๓. เพื่อนแนะนำ: ห้ามเราทำชั่ว ให้เราตั้งอยู่ในความดี บอกทางเจริญให้ ๔. เพื่อนน้ำใจงาม: ยินดีตอนเราได้ดี ไม่ซ้ำเติมตอนเราพลาด ห้ามคนที่นินทาเรา

โยม… เพื่อนดีๆ หายากนะ ถ้าเจอแล้วต้องรักษาเขาไว้ เหมือนแม่รักษาลูกน้อยเลยทีเดียว

๓. ทิศ ๖ ที่แท้จริง: 360-Degree Relationship Management

ทีนี้มาถึงจุดพีคของเรื่อง… การ “ไหว้ทิศ” แบบชาวพุทธ พระพุทธองค์ทรงเปลี่ยนทิศทางลม ให้กลายเป็น “หน้าที่” (Duties) ที่เราต้องปฏิบัติต่อคน ๖ กลุ่มรอบตัว นี่คือหลักการบริหารความสัมพันธ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด

ทิศเบื้องหน้า = พ่อแม่ ท่านเลี้ยงเรามา เราเลี้ยงท่านตอบ ช่วยทำธุระให้ท่าน ดำรงวงศ์ตระกูล และทำบุญให้เมื่อท่านล่วงลับ

ทิศเบื้องขวา = ครูอาจารย์ ท่านสอนวิชา เราต้องลุกต้อนรับ เชื่อฟัง และตั้งใจเรียน (ไม่ใช่ลบหลู่ครูบาอาจารย์)

ทิศเบื้องหลัง = ลูกเมีย (ข้อนี้สำคัญมาก!) โยมผู้ชายฟังให้ดี… พระพุทธเจ้าสอนวิธีครองใจภรรยาไว้ ๔-๕ ข้อ แต่มีข้อหนึ่งที่ล้ำสมัยมาก คือ “มอบความเป็นใหญ่ให้” (ในบ้าน) และ “ให้เครื่องแต่งตัว” เห็นไหมว่าพระองค์เข้าใจจิตวิทยาความรักขนาดไหน การให้เกียรติและดูแลความสวยงามของภรรยา คือเคล็ดลับบ้านสงบสุข! ส่วนฝ่ายภรรยา ก็ต้องจัดการงานบ้านให้ดี สงเคราะห์ญาติ และไม่นอกใจ

ทิศเบื้องซ้าย = มิตรสหาย วางตัวให้เหมาะสม เผื่อแผ่แบ่งปัน พูดจาไพเราะ และมีความจริงใจ

ทิศเบื้องต่ำ = ลูกน้อง/ลูกจ้าง (หลัก HR ยุคพุทธกาล) โยมที่เป็นนายจ้างฟังทางนี้… พระองค์สอนให้: ๑. ใช้งานตามกำลัง (ไม่โขกสับ) ๒. ให้อาหารและรางวัล (เงินเดือนต้องแฟร์) ๓. รักษาพยาบาลตอนเจ็บไข้ (สวัสดิการต้องมี) ๔. มีของอร่อยต้องแบ่งให้กิน (น้ำใจ) ๕. ปล่อยให้หยุดตามสมัย (Work-Life Balance พระองค์สอนมา ๒,๕๐๐ ปีแล้ว!)

ทิศเบื้องบน = สมณพราหมณ์ ดูแลท่านด้วยความเมตตา ต้อนรับด้วยอามิสทาน เพื่อให้ท่านเป็นนาบุญและผู้ชี้ทางจิตวิญญาณ

ถ้าโยมทำหน้าที่ครบ ๖ ทิศนี้… ชีวิตโยมจะมีเกราะป้องกันภัยรอบด้าน ลูกน้องรัก เจ้านายเมตตา ครอบครัวอบอุ่น เพื่อนฝูงเกื้อกูล นี่แหละคือการ “ปกปิดทิศ” ที่แท้จริง ปลอดภัยกว่าการไปยืนไหว้ลมไหว้แล้งร้อยเท่าพันเท่า

๔. สูตรเศรษฐี: การบริหารเงิน ๔ ส่วน

สุดท้าย… พระพุทธองค์ไม่ลืมเรื่อง “เงิน” พระองค์สอนสูตรบริหารจัดการทรัพย์ (Financial Allocation) ไว้ให้สิงคาลกะด้วย ถ้าโยมมีรายได้มา ๔ ส่วน ให้แบ่งดังนี้

๑ ส่วน: “ใช้สอยเลี้ยงชีพ” (ให้ตัวเอง ให้ครอบครัว ทำบุญ) ๒ ส่วน: “ลงทุนประกอบการงาน” (Re-invest ต่อดยอดธุรกิจ) สังเกตไหมว่าให้ลงทุนถึง ๕๐% และอีก ๑ ส่วน: “เก็บออม” (ไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ยามเจ็บป่วย)

นี่คือสูตรความมั่งคั่งที่ยั่งยืน มีกิน มีใช้ มีต่อยอด และมีหลักประกัน

บทสรุป: ถึงเวลาเปลี่ยนชีวิต

ช่วงนี้ขอให้โยมตั้งใจฟังให้ลึกซึ้ง และน้อมเข้ามาสู่ตัว

ญาติโยมสาธุชนทั้งหลาย… สิงคาลกสูตร ไม่ใช่แค่เรื่องเล่าในอดีต แต่มันคือ “กระจกเงา” ที่ส่องดูชีวิตเราในปัจจุบัน

ลองถามตัวเองดูซิว่า… วันนี้เราเป็นเหมือน “สิงคาลกะ” ในตอนแรกหรือเปล่า? เรากำลังวิ่งหาความสำเร็จด้วยการมูเตลู ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอพรจากฟ้า แต่กลับปล่อยให้ “ทิศเบื้องหลัง” (ลูกเมีย) นอนร้องไห้? ปล่อยให้ “ทิศเบื้องต่ำ” (ลูกน้อง) สาปแช่ง? ปล่อยให้ “ทิศเบื้องหน้า” (พ่อแม่) ว้าเหว่? หรือเรากำลังคบ “มิตรเทียม” ที่พาเราไปลงเหวแห่งอบายมุข?

ถ้าเป็นอย่างนั้น… ต่อให้โยมไหว้เจ้าที่ร้อยวัด ก็ช่วยอะไรโยมไม่ได้!

ถึงเวลาแล้วหรือยัง… ที่เราจะลุกขึ้นมา “ไหว้ทิศ” ในแบบที่พระพุทธเจ้าสอน? วันนี้ กลับไปบ้าน… ไปไหว้พ่อไหว้แม่ด้วยการดูแลท่าน ไปไหว้สามีภรรยาด้วยการให้เกียรติกัน ไปไหว้ลูกน้องด้วยความเมตตาและยุติธรรม ไปไหว้กัลยาณมิตรด้วยความจริงใจ

และที่สำคัญ… เลิกขี้เกียจ! เลิกข้ออ้าง! อุดรูรั่วทางการเงิน วางแผนชีวิตให้ดี เริ่มทำตั้งแต่วันนี้ เดี๋ยวนี้!

ถ้าโยมทำได้ตามนี้… อาตมากล้ารับประกันเลยว่า ชีวิตของโยมจะ “เกษมสำราญ” ปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง โยมจะเป็นผู้ชนะทั้งในโลกนี้ (มีทรัพย์ มียศ มีความสุข) และเป็นผู้ชนะในโลกหน้า (มีสุคติเป็นที่ไป) อย่างแน่นอน

ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย และบารมีธรรมแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จงดลบันดาลให้ญาติโยมทุกท่าน เป็นผู้ฉลาดในประโยชน์ เป็นผู้มีปัญญารักษาตน ให้พ้นจากภัยพิบัติทั้งปวง มีความเจริญรุ่งเรือง มั่งคั่ง มั่นคง และถึงพร้อมด้วยความสุขสวัสดี ตลอดกาลนานเทอญ…

เจริญพร

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *