โครงสร้างและอำนาจหน้าที่: นิยามและสถานะทางกฎหมายของ ‘พระสังฆาธิการ’ ในการปกครองคณะสงฆ์ไทย
นิยามความหมาย คำว่า “พระสังฆาธิการ” ในทางนิตินัยและพฤตินัย หมายถึง พระภิกษุผู้ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในการปกครองคณะสงฆ์ มีอำนาจและหน้าที่ในการบริหารจัดการกิจการพระศาสนาให้เป็นไปตามพระธรรมวินัย กฎหมาย และระเบียบแบบแผนของมหาเถรสมาคม
๑. ตำแหน่งพระสังฆาธิการในปัจจุบัน ตามกฎมหาเถรสมาคมที่เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งและถอดถอนพระสังฆาธิการ (อาทิ ฉบับที่ ๕ พ.ศ. ๒๕๐๖, ฉบับที่ ๑๖ พ.ศ. ๒๕๓๕ และ ฉบับที่ ๒๔ พ.ศ. ๒๕๔๑) ได้จำแนกตำแหน่งพระสังฆาธิการไว้ตามลำดับชั้นการปกครอง ดังนี้
- ระดับบริหารสูงสุดและระดับภาค: ได้แก่ เจ้าคณะใหญ่, เจ้าคณะภาค และรองเจ้าคณะภาค
- ระดับจังหวัด: ได้แก่ เจ้าคณะจังหวัด และรองเจ้าคณะจังหวัด (รวมถึงเจ้าคณะกรุงเทพมหานครและรองเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร)
- ระดับอำเภอ: ได้แก่ เจ้าคณะอำเภอ และรองเจ้าคณะอำเภอ (ในเขตกรุงเทพมหานครเรียกว่า เจ้าคณะเขตและรองเจ้าคณะเขต)
- ระดับตำบล: ได้แก่ เจ้าคณะตำบล และรองเจ้าคณะตำบล (ในเขตกรุงเทพมหานครเรียกว่า เจ้าคณะแขวงและรองเจ้าคณะแขวง)
- ระดับวัด: ได้แก่ เจ้าอาวาส, รองเจ้าอาวาส และผู้ช่วยเจ้าอาวาส
อนึ่ง อาจมีตำแหน่งอื่นที่มีชื่อเรียกแตกต่างออกไป แต่หากระเบียบมหาเถรสมาคมกำหนดให้เทียบเท่า ก็ถือว่าเป็นพระสังฆาธิการเช่นเดียวกัน
๒. บริบททางประวัติศาสตร์: ยุค พ.ร.บ. คณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๔๘๔ หากย้อนกลับไปศึกษาโครงสร้างในอดีต ภายใต้พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช ๒๔๘๔ (ซึ่งปัจจุบันถูกยกเลิกแล้ว) ระบบการปกครองสงฆ์มีความคล้ายคลึงกับระบบรัฐสภาและคณะรัฐมนตรี คำว่า “พระคณาธิการ” ในส่วนภูมิภาคสมัยนั้น มีขอบเขตครอบคลุมถึงตำแหน่งดังต่อไปนี้ด้วย
- เจ้าคณะตรวจการ
- กรรมการสงฆ์จังหวัด
- กรรมการสงฆ์อำเภอ
- เลขานุการในคณะกรรมการต่าง ๆ
๓. สถานะทางกฎหมายและประมวลกฎหมายอาญา ประเด็นสำคัญที่พึงตระหนักคือ สถานะทางกฎหมายของพระสังฆาธิการ มิได้จำกัดอยู่เพียงอำนาจหน้าที่ทางศาสนาเท่านั้น แต่ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย พระภิกษุที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งพระสังฆาธิการ ถือว่าเป็น “เจ้าพนักงาน” ตามความในประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งส่งผลให้การปฏิบัติหน้าที่หรือการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มีผลผูกพันและต้องรับผิดตามกฎหมายบ้านเมืองเช่นเดียวกับข้าราชการฝ่ายอาณาจักร

