ดาบอาญาสิทธิ์: วิเคราะห์โครงสร้างอำนาจการลงโทษทางวินัยเจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม (จศป.)
ในระบบราชการหรือองค์กรขนาดใหญ่ “วินัย” คือกระดูกสันหลังที่ค้ำจุนให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส สำหรับระบบการศึกษาพระปริยัติธรรม ซึ่งมีบุคลากรทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์รวมเรียกว่า “เจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม” (จศป.) นั้น กฎหมายได้วางโครงสร้างอำนาจการลงโทษทางวินัยไว้อย่างรัดกุม โดยจำแนก “ผู้ถือดาบอาญาสิทธิ์” ตามลำดับชั้นของตำแหน่ง เพื่อสร้างดุลยภาพแห่งความยุติธรรม
บทความนี้จะพาไปสำรวจกลไกการลงโทษที่แบ่งแยกชัดเจนระหว่าง “ฝ่ายบริหาร” และ “ฝ่ายปฏิบัติการ” รวมถึงทำความรู้จักกับ ๕ สถานโทษทางวินัยที่บุคลากรต้องพึงระวัง
๑. กลไกการลงโทษสองมาตรฐาน (ในทางที่ดี): การแบ่งแยกตามระดับตำแหน่ง
เพื่อให้การพิจารณาโทษเป็นไปอย่างเหมาะสมและปราศจากการแทรกแซง กฎระเบียบได้แบ่งแยกอำนาจการสั่งลงโทษออกเป็น ๒ ระดับตามสถานะของบุคคล
- ระดับบริหาร (The Executive Level): สำหรับ จศป. ที่ดำรงตำแหน่งบริหาร การพิจารณาโทษจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลเพียงคนเดียว แต่เป็นอำนาจขององค์กรคณะบุคคล นั่นคือ คณะกรรมการบริหารงานบุคคลการศึกษาพระปริยัติธรรม (กบป.) โดยกระบวนการต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ กบป. กำหนด เพื่อประกันความรอบคอบและยุติธรรมสำหรับผู้นำองค์กร
- ระดับปฏิบัติการ (The Operational Level): สำหรับ จศป. ตำแหน่งอื่นๆ (เช่น ครูผู้สอน หรือสายสนับสนุน) อำนาจการลงโทษจะอยู่ที่ “ผู้มีอำนาจตามข้อ ๓๐” ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของส่วนงานนั้นๆ เพื่อความรวดเร็วและเด็ดขาดในการบริหารงานบุคคล
๒. เปิดโฉมหน้า ‘ผู้มีอำนาจตามข้อ ๓๐’: ๔ เสาหลักผู้กุมอำนาจ
คำว่า “ผู้มีอำนาจตามข้อ ๓๐” หมายถึงผู้บริหารสูงสุดของ ๔ ส่วนงานหลักที่ขับเคลื่อนการศึกษาพระปริยัติธรรม ซึ่งมีอำนาจสั่งการลงโทษทางวินัยแก่บุคลากรในสังกัด ได้แก่
- แม่กองบาลีสนามหลวง: ดูแลสายงานการศึกษาภาษาบาลี
- แม่กองธรรมสนามหลวง: ดูแลสายงานการศึกษาพระธรรมวินัย
- ประธานกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา: ดูแลโรงเรียนพระปริยัติธรรมที่สอนวิชาสามัญควบคู่
- ประธานศูนย์พระปริยัตินิเทศก์แห่งคณะสงฆ์: ดูแลงานนิเทศและติดตามผล
เมื่อเกิดกรณีร้องเรียนหรือสงสัยว่ามีการกระทำผิดวินัย ผู้บังคับบัญชาเบื้องต้นมีหน้าที่ต้องรายงานให้บุคคลกลุ่มนี้ทราบโดยเร็ว แม้ว่าผู้มีอำนาจเหล่านี้จะสามารถมอบหมายอำนาจให้รองผู้บังคับบัญชาปฏิบัติแทนได้ แต่ความรับผิดชอบสูงสุดยังคงอยู่ที่พวกเขา
๓. มาตรวัดความผิด: ๕ สถานโทษทางวินัย
เมื่อกระบวนการสอบสวนสิ้นสุดลงและพบว่ามีความผิดจริง บทลงโทษจะถูกบังคับใช้ตามความร้ายแรงของความผิด ซึ่งแบ่งออกเป็น ๕ ระดับ ดังนี้
- ภาคทัณฑ์: การตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรสำหรับความผิดเล็กน้อย
- ตัดเงินเดือน: การหักเงินเดือนบางส่วนเป็นระยะเวลาหนึ่ง
- ลดเงินเดือน: การปรับลดฐานเงินเดือนลง
- ปลดออก: การให้ออกจากงาน (ถือเป็นโทษวินัยร้ายแรง แต่ยังอาจได้รับบำเหน็จบำนาญตามเกณฑ์)
- ไล่ออก: โทษสูงสุดสถานหนัก คือการขับออกจากระบบโดยไม่มีสิทธิประโยชน์ใดๆ (ถือเป็นโทษวินัยร้ายแรง)
บทสรุป โครงสร้างอำนาจการลงโทษทางวินัยของ จศป. สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างระบบธรรมาภิบาลภายในองค์กรสงฆ์ โดยการกระจายอำนาจให้เหมาะสมกับระดับตำแหน่งและสายงาน เพื่อให้ “วินัย” เป็นเครื่องมือในการรักษามาตรฐานและศรัทธา มิใช่เครื่องมือของการใช้อำนาจโดยมิชอบ

