เมื่อความยุติธรรมสะดุด: ผ่ากลไก ‘การร้องทุกข์’ และสิทธิขั้นสูงสุดของบุคลากรการศึกษาพระปริยัติธรรม
ในระบบบริหารงานบุคคลที่มีธรรมาภิบาล “ความยุติธรรม” มิได้หมายถึงเพียงการแต่งตั้งคนดีเข้าสู่ตำแหน่ง แต่ยังหมายรวมถึงกระบวนการเยียวยาเมื่อบุคลากรไม่ได้รับความเป็นธรรม ภายใต้บริบทของการศึกษาพระปริยัติธรรม หาก เจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม (จศป.) รู้สึกว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการใช้อำนาจของผู้บังคับบัญชา กฎหมายไม่ได้ปล่อยให้พวกเขาต่อสู้เพียงลำพัง แต่ได้วางกลไก “การร้องทุกข์” ที่มีลำดับชั้นชัดเจน จนถึงองค์กรสูงสุดที่เป็นเสมือน “ศาลสถิตยุติธรรม” ของระบบ
บทความนี้จะพาไปสำรวจเส้นทางสู่ความยุติธรรม เมื่อ “ความคับข้องใจ” กลายเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการตรวจสอบถ่วงดุล
๑. จุดเริ่มต้นแห่งปมปัญหา: ความคับข้องใจจากการบริหาร
สิทธิในการร้องทุกข์เริ่มต้นขึ้นเมื่อ จศป. เกิดความรู้สึก “คับข้องใจ” ซึ่งมีสาเหตุมาจากการกระทำ (Action) หรือ การละเลยไม่กระทำ (Inaction) ของผู้บังคับบัญชา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการมอบหมายงาน การประเมินผล หรือการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียม
ในสถานการณ์เช่นนี้ กฎหมายเปิดช่องให้ผู้นั้นใช้สิทธิร้องทุกข์ได้ โดยใน กรณีทั่วไป จะต้องเริ่มจากการร้องทุกข์ต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ไล่เรียงขึ้นไปจนถึง คณะกรรมการบริหารงานบุคคลการศึกษาพระปริยัติธรรม (กบป.)
๒. บทบาทของ ‘กบป.’: ผู้กำหนดกติกาและด่านกลั่นกรอง
คณะกรรมการบริหารงานบุคคลการศึกษาพระปริยัติธรรม (กบป.) มิได้มีบทบาทเพียงแค่การบริหารงานบุคคลในเชิงนโยบายเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็น “ด่านสำคัญ” ในกระบวนการยุติธรรมทางปกครอง โดยมีอำนาจหน้าที่ ๒ ประการหลักในมิตินี้:
- ผู้ออกกฎ (Rule Maker): การร้องทุกข์ที่จะส่งต่อไปยังองค์กรสูงสุดได้นั้น จะต้องเป็นไปตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่ กบป. กำหนด นี่คือการวางกรอบกติกาเพื่อให้กระบวนการมีความเป็นระเบียบและเป็นมาตรฐานเดียวกัน
- ผู้วินิจฉัย (Adjudicator): กบป. ทำหน้าที่พิจารณาคำร้องทุกข์ในระดับสูง หาก จศป. ร้องทุกข์ขึ้นมาตามลำดับชั้นแล้วยังไม่ได้รับข้อยุติ
๓. บทบาทของ ‘กศป.’: องค์กรพิทักษ์ระบบคุณธรรมสูงสุด
จุดพีคของกระบวนการอยู่ที่ “สิทธิขั้นสุดท้าย” หาก จศป. ได้รับคำวินิจฉัยจาก กบป. แล้ว แต่ยังคง “ไม่เห็นด้วย” กับผลการตัดสินนั้น เส้นทางความยุติธรรมยังไม่สิ้นสุดลง
กฎหมายให้อำนาจ จศป. ในการยื่นเรื่องต่อไปยัง คณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม (กศป.) ซึ่งถือเป็น องค์กรสูงสุด (Supreme Body) ในโครงสร้างนี้
- สถานะ: กศป. ทำหน้าที่เสมือนศาลฎีกาในระบบบริหารงานบุคคลของคณะสงฆ์ เป็นผู้พิทักษ์ระบบคุณธรรมขั้นสุดท้าย
- อำนาจ: มีอำนาจพิจารณาทบทวนคำวินิจฉัยของ กบป. ทั้งในกรณีการร้องทุกข์ (Grievance) และการอุทธรณ์ (Appeal) เพื่อให้มั่นใจว่าบุคลากรทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมและถูกต้องตามหลักกฎหมาย
บทสรุป ระบบการร้องทุกข์ของเจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม ถูกออกแบบมาให้เป็นระบบที่มี “การตรวจสอบและถ่วงดุล” (Checks and Balances) อย่างเป็นลำดับขั้น เริ่มต้นจากผู้บังคับบัญชา สู่ กบป. และสิ้นสุดที่ กศป. กลไกนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างมาตรฐานธรรมาภิบาลภายในองค์กรสงฆ์ เพื่อให้ “ความยุติธรรม” เป็นสิ่งที่จับต้องได้สำหรับบุคลากรทุกคน มิใช่เพียงอุดมคติที่เลื่อนลอย.

