Daily Archive: December 20, 2025
พระปริยัตินิเทศก์: กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาคณะสงฆ์ ในการบริหารจัดการการศึกษาของคณะสงฆ์ไทย “พระปริยัตินิเทศก์” ถือเป็นบุคลากรที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการรักษามาตรฐานและยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนพระปริยัติธรรม บทความนี้จะนำเสนอสาระสำคัญเกี่ยวกับนิยาม บทบาทหน้าที่ และสถานภาพทางกฎหมายของพระปริยัตินิเทศก์ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อโครงสร้างการบริหารงานบุคคลภายใต้ระบบการศึกษาพระปริยัติธรรม
กลไกที่มองไม่เห็น (The Invisible Mechanism) ในระบบการศึกษาทางโลก เรามี “ศึกษานิเทศก์” คอยกำกับคุณภาพโรงเรียน ในโลกของธุรกิจ เรามี “Auditor” และ “Consultant” คอยตรวจสอบและวางแผนกลยุทธ์ แล้วในโลกของการศึกษาคณะสงฆ์ล่ะ? ใครคือคนที่คอยดูว่า พระเณรเรียนอะไร? ครูสอนดีไหม? หรือหลักสูตรเดินหน้าไปทางไหน? คำตอบคือ “พระปริยัตินิเทศก์”.
เมื่อ “ทัพหน้า” แข็งแกร่ง ต้องมี “กองหนุน” ที่ทรงพลัง เวลาเราพูดถึงการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นทางโลกหรือทางธรรม สปอตไลท์มักจะส่องไปที่ “ครูผู้สอน” เป็นหลัก แต่ในความเป็นจริง ระบบการศึกษาจะเดินหน้าไปไม่ได้เลยหากขาด “Infrastructure” หรือโครงสร้างพื้นฐานด้านการบริหารจัดการที่ดี
เมื่อการสอนธรรมะ ต้องมี “วิทยฐานะ” รองรับ ในอดีต ภาพจำของ “ครูสอนพระปริยัติธรรม” อาจดูเหมือนภารกิจเชิงอุทิศตนที่ขึ้นอยู่กับความเสียสละเป็นหลัก แต่ภายใต้โครงสร้างใหม่ของ พ.ร.บ.การศึกษาพระปริยัติธรรม และข้อบังคับปี ๒๕๖๓ การจัดการศึกษาของคณะสงฆ์กำลังก้าวเข้าสู่ยุค “Professionalism” (ความเป็นมืออาชีพ)
ความยืดหยุ่นภายใต้กฎระเบียบ ในภาพจำเดิมๆ ของสังคมไทย พระภิกษุมักจำพรรษาอยู่ที่วัดใดวัดหนึ่งเป็นหลัก แต่ในโลกของการศึกษาพระปริยัติธรรมยุคใหม่ พระภิกษุที่เป็น “จศป.” (เจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม) ไม่ได้เป็นเพียงพระลูกวัด แต่ท่านคือ “บุคลากรภาครัฐ” ภายใต้โครงสร้างคณะสงฆ์ คำถามที่น่าสนใจคือ เมื่อพระคุณเจ้าสวมหมวกความเป็น “เจ้าหน้าที่” ด้วย ท่านจะสามารถโยกย้าย เปลี่ยนที่ทำงาน หรือข้ามสายงานได้หรือไม่? เหมือนข้าราชการครูที่ย้ายโรงเรียนได้ไหม?
ความย้อนแย้งที่น่าสนใจ ในวงการการศึกษาคณะสงฆ์ มีคำถามโลกแตกที่ถามกันบ่อยที่สุดคำถามหนึ่งคือ “ตกลงแล้ว จศป. เป็นข้าราชการหรือไม่?” คำตอบคือ “ไม่ใช่”… แต่เดี๋ยวก่อน ถ้าไม่ใช่ แล้วทำไมถึงใช้ระเบียบวินัยเดียวกับข้าราชการ? ทำไมเงินเดือนต้องผ่านกระทรวงการคลัง?
รอยต่อของ “ศรัทธา” กับ “ระบบงาน” ในอดีต ภาพจำของการทำงานในแวดวงศาสนา มักถูกขับเคลื่อนด้วย “ศรัทธา” เป็นที่ตั้ง จนบางครั้งเราอาจหลงลืมไปว่า บุคลากรทางการศึกษาพระปริยัติธรรม—ไม่ว่าจะเป็นพระภิกษุ จิตอาสา หรือฆราวาส—ต่างก็คือ “มนุษย์ทำงาน” ที่ต้องการระบบบริหารจัดการที่มีมาตรฐาน
ในโลกของการศึกษาพระปริยัติธรรม (ปริยัติธรรม) ซึ่งเป็นรากฐานของคณะสงฆ์ไทย การบริหารจัดการบุคคลากรนั้นเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อน แต่ในที่สุด เราก็ได้เห็นความชัดเจนที่สำคัญยิ่งในเชิง “ความเป็นรัฐ” ของเจ้าหน้าที่ เมื่อ “ประกาศคณะกรรมการบริหารงานบุคคลการศึกษาพระปริยัติธรรม เรื่อง บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๗” ถูกประกาศใช้
เมื่อ “เวลาสงฆ์” ต้องเดินตรงกับ “เวลางบ” ในโลกของการบริหารจัดการ องค์กรที่ขับเคลื่อนได้ไวที่สุดคือองค์กรที่มี “วินัยทางการเงิน” และ “ความชัดเจนของเวลา” ไม่เว้นแม้แต่สถาบันหลักของชาติอย่าง “คณะสงฆ์ไทย” เอกสารล่าสุดจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ที่แจ้งมติมหาเถรสมาคม (มส.) ฉบับนี้ ไม่ใช่แค่กระดาษแจ้งข่าวสารธรรมดา แต่มันคือ “สัญญาณการปฏิรูปเชิงธุรการ” ครั้งสำคัญ เป็นการประกาศว่า การบริหารจัดการคณะสงฆ์ยุคใหม่ จะต้องสอดรับกับระบบงบประมาณแผ่นดินอย่างไร้รอยต่อ ลดความล่าช้า และเน้นความโปร่งใสที่ตรวจสอบได้
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ) เจริญพรสาธุชนผู้แสวงหาความเบาสบายแห่งจิตใจทุกท่าน วันนี้อาตมาภาพมีคำถามง่ายๆ มาถามพวกเรา… “เหนื่อยไหมกับความคิดของตัวเอง?” เคยไหมโยม? เรื่องมันจบไปตั้งนานแล้ว แต่ในหัวเรายังไม่จบ ยังเอามาฉายซ้ำ รีเพลย์วนไปวนมา หรือบางทีเรื่องยังไม่เกิดเลย แต่เรา “มโน” ไปไกลแล้วว่า ถ้าเป็นแบบนั้นจะเป็นยังไง ถ้าเขาพูดแบบนี้เราจะตอบว่าไง ปรุงแต่งไปจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ เครียด วิตกกังวล