เบื้องหลังความสำเร็จ: เจาะลึกโครงสร้าง “จศป. สายสนับสนุน” (ฟันเฟืองที่ขับเคลื่อนการศึกษาคณะสงฆ์ให้หมุนไปข้างหน้า)
เมื่อ “ทัพหน้า” แข็งแกร่ง ต้องมี “กองหนุน” ที่ทรงพลัง
เวลาเราพูดถึงการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นทางโลกหรือทางธรรม สปอตไลท์มักจะส่องไปที่ “ครูผู้สอน” เป็นหลัก แต่ในความเป็นจริง ระบบการศึกษาจะเดินหน้าไปไม่ได้เลยหากขาด “Infrastructure” หรือโครงสร้างพื้นฐานด้านการบริหารจัดการที่ดี
ภายใต้ พ.ร.บ.การศึกษาพระปริยัติธรรม และข้อบังคับปี ๒๕๖๓ ได้ปฏิวัติโครงสร้างนี้ใหม่ โดยการยกระดับบุคลากรฝ่ายสนับสนุน (Back Office) ให้มีสถานะเป็น “จศป. ประเภทผู้สนับสนุนการศึกษา” ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงผู้ช่วยงานวัดทั่วไปอีกต่อไป แต่คือบุคลากรวิชาชีพที่มีลำดับขั้น (Career Ladder) ชัดเจน ถอดแบบมาจากโครงสร้างข้าราชการพลเรือนเป๊ะๆ
เรามาดูกันว่า “กองหนุน” เหล่านี้ ถูกจัดวางตำแหน่งแห่งที่ไว้อย่างไรในระบบใหม่นี้?
บทนำ: เมื่อ “ทัพหน้า” แข็งแกร่ง ต้องมี “กองหนุน” ที่ทรงพลัง
เวลาเราพูดถึงการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นทางโลกหรือทางธรรม สปอตไลท์มักจะส่องไปที่ “ครูผู้สอน” เป็นหลัก แต่ในความเป็นจริง ระบบการศึกษาจะเดินหน้าไปไม่ได้เลยหากขาด “Infrastructure” หรือโครงสร้างพื้นฐานด้านการบริหารจัดการที่ดี
ภายใต้ พ.ร.บ.การศึกษาพระปริยัติธรรม และข้อบังคับปี ๒๕๖๓ ได้ปฏิวัติโครงสร้างนี้ใหม่ โดยการยกระดับบุคลากรฝ่ายสนับสนุน (Back Office) ให้มีสถานะเป็น “จศป. ประเภทผู้สนับสนุนการศึกษา” ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงผู้ช่วยงานวัดทั่วไปอีกต่อไป แต่คือบุคลากรวิชาชีพที่มีลำดับขั้น (Career Ladder) ชัดเจน ถอดแบบมาจากโครงสร้างข้าราชการพลเรือนเป๊ะๆ
เรามาดูกันว่า “กองหนุน” เหล่านี้ ถูกจัดวางตำแหน่งแห่งที่ไว้อย่างไรในระบบใหม่นี้?
1. The Hierarchy: โครงสร้าง ๔ เสาหลักของการสนับสนุน
เพื่อให้การบริหารงานในโรงเรียนพระปริยัติธรรมมีความเป็นมืออาชีพ กฎหมายได้แบ่งประเภทตำแหน่งของสายสนับสนุนออกเป็น ๔ กลุ่มใหญ่ ตามลักษณะงานและความรับผิดชอบ ดังนี้
- ๑. สายบริหาร (The Executives): กลุ่มผู้นำองค์กรและวางนโยบาย
- ระดับ: ต้น / สูง
- สายอำนวยการ (The Directors): กลุ่มผู้บริหารจัดการหน่วยงานย่อยและการกำกับดูแล
- ระดับ: ต้น / สูง
- ๓. สายวิชาการ (The Academics): กลุ่มมันสมองและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (กลุ่มนี้มักต้องใช้วุฒิปริญญา)
- ระดับ: ปฏิบัติการ –> ชำนาญการ –> ชำนาญการพิเศษ –> เชี่ยวชาญ –> ทรงคุณวุฒิ
- ๔. สายทั่วไป (The General Staff): กลุ่มปฏิบัติงานที่เน้นทักษะฝีมือ
- ระดับ: ปฏิบัติงาน –> ชำนาญงาน –> อาวุโส –> ทักษะพิเศษ
ข้อฉุกคิด: สังเกตไหมว่า การมีระดับสูงสุดถึง “ทรงคุณวุฒิ” หรือ “ทักษะพิเศษ” สะท้อนให้เห็นว่า คณะสงฆ์ให้ความสำคัญกับการเติบโตในสายงานนี้มาก ไม่ใช่แค่ตำแหน่งลอยๆ แต่มีศักดิ์และสิทธิ์เทียบเท่าระดับสูงของราชการ
2. The Roles: พวกเขาคือใครในระบบนิเวศนี้?
คำว่า “ผู้สนับสนุนการศึกษา” ในบริบทของ จศป. มีความหมายกว้างและครอบคลุมมาก ไม่ใช่แค่เจ้าหน้าที่ธุรการเท่านั้น แต่หมายรวมถึง
- ผู้บริหารสถานศึกษา: เจ้าสำนักเรียน, อาจารย์ใหญ่, หรือผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ ซึ่งเปรียบเสมือน CEO ของโรงเรียน
- ฝ่ายสนับสนุนเทคนิค: นักเทคโนโลยีการศึกษา, บรรณารักษ์ห้องสมุด
- ฝ่ายทะเบียนและวัดผล: ผู้กุมข้อมูลนักเรียนและผลการเรียน
- งานแนะแนว: ผู้ชี้ทางสว่างทางการศึกษาต่อ
หน้าที่หลักของพวกเขาคือการดูแล “Ecosystem” การเรียนการสอน การนิเทศ และการบริการการศึกษาให้ราบรื่น เพื่อให้ครูได้สอนเต็มที่ และนักเรียนได้เรียนเต็มอิ่ม
3. The Stability: ความมั่นคงที่มาจาก “รัฐ”
จุดเปลี่ยนสำคัญ (Turning Point) ของระบบนี้คือเรื่อง “สถานะและรายได้”
บุคลากรกลุ่มนี้ ไม่ว่าจะเป็น บรรพชิต (พระ) หรือ คฤหัสถ์ (โยม) จะมีสถานะเป็น จศป. อย่างเป็นทางการ
ที่สำคัญคือ ได้รับค่าตอบแทนจาก “งบประมาณแผ่นดิน” (ไม่ใช่เงินบริจาคตามศรัทธา) โดยอัตราเงินเดือนนั้นถูกกำหนดโดย กบป. และต้องผ่านความเห็นชอบจาก กระทรวงการคลัง
บทสรุป: จิ๊กซอว์ที่ขาดไม่ได้
การกำหนดตำแหน่งและระดับของ “จศป. สายสนับสนุน” อย่างละเอียดเช่นนี้ คือเครื่องยืนยันว่า การศึกษาคณะสงฆ์กำลังก้าวเข้าสู่ยุคมาตรฐานสากล
ระบบนี้เปลี่ยนมุมมองจาก “การช่วยงานวัด” ให้กลายเป็น “อาชีพที่มีเกียรติ” (Profession)
เมื่อกองหนุนมีความมั่นคง มีความก้าวหน้า และมีระบบรองรับ ทัพหน้าอย่างครูอาจารย์ย่อมมีความพร้อมที่จะนำพาศาสนทายาทให้เติบโตได้อย่างมีคุณภาพ.

