พลวัตใหม่การศึกษาสงฆ์: วิเคราะห์ธรรมาภิบาลในวงจรชีวิตสถานศึกษาตามข้อบังคับ พ.ศ. ๒๕๖๗

ในอดีตบริบทการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมมักขึ้นอยู่กับดุลยพินิจและบารมีของเจ้าอาวาสเป็นสำคัญ ลักษณะการดำเนินงานในรูปแบบ “ใครพร้อมก็เปิด ใครไม่พร้อมก็ปิด” โดยขาดการกำกับดูแลเชิงระบบ ส่งผลให้เกิดภาวะ “เบี้ยหัวแตก” กล่าวคือ มีสถานศึกษากระจายตัวอยู่จำนวนมากแต่ขาดเสถียรภาพและมาตรฐานทางวิชาการ อย่างไรก็ตาม ภายใต้การปฏิรูปกิจการคณะสงฆ์ในปัจจุบัน ข้อบังคับคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม (กศป.) ว่าด้วยการจัดตั้งสถานศึกษาฯ พ.ศ. ๒๕๖๗ ได้เข้ามาวางรากฐาน “วงจรชีวิต” ของสถาบันการศึกษาสงฆ์ใหม่ ให้ก้าวสู่ความเป็นนิติรัฐที่มีความชัดเจนและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น

บทความนี้จะนำเสนอบทวิเคราะห์เจาะลึกถึงกฎหมายลำดับรองฉบับดังกล่าว ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการคัดกรองและยกระดับโรงเรียนพระปริยัติธรรมให้มีสถานะเป็นสถาบันการศึกษาที่มีมาตรฐานระดับมืออาชีพ

๑. การจัดตั้ง: มาตรฐานแรกรับที่เข้มงวด (Entry Requirements)

หากพิจารณาการจัดตั้งสถานศึกษาเสมือน “การเกิด” กฎเกณฑ์ใหม่ในปี พ.ศ. ๒๕๖๗ ได้กำหนดเกณฑ์ “สุขภาพแรกรับ” ไว้อย่างรัดกุมเพื่อป้องกันปัญหาคุณภาพการศึกษาในระยะยาว โดยจำแนกตามประเภทสถานศึกษา ดังนี้

  • สำนักเรียนและสำนักศาสนศึกษา (แผนกบาลี-ธรรม): กำหนดเกณฑ์เชิงประจักษ์ โดยต้องมีจำนวนผู้เรียนไม่น้อยกว่า ๑๕ รูป และที่สำคัญคือต้องมีประวัติการจัดการเรียนการสอนต่อเนื่องมาแล้วไม่น้อยกว่า ๒ ปี ข้อกำหนดนี้เป็นกลไกคัดกรองเพื่อป้องกันการจัดตั้งสำนักเรียนที่ขาดความพร้อมหรือเปิดตามกระแส
  • โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา: เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงกำหนดให้มีผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นไม่น้อยกว่า ๓๐ รูป และมัธยมศึกษาตอนปลายไม่น้อยกว่า ๒๕ รูป นอกจากนี้ ยังมีการกำหนด “มาตรการระยะห่าง” (Zoning) โดยสถานศึกษาใหม่ต้องตั้งอยู่ห่างจากโรงเรียนเดิมไม่น้อยกว่า ๒๐ กิโลเมตร เพื่อป้องกันความซ้ำซ้อนและการแย่งชิงทรัพยากรผู้เรียน เว้นแต่กรณีมีความจำเป็นจำเพาะในพื้นที่

กระบวนการอนุมัตินี้ได้เปลี่ยนผ่านจากการใช้ดุลยพินิจส่วนบุคคล สู่กระบวนการพิจารณาโดยคณะกรรมการ (กศป.) และมหาเถรสมาคม ซึ่งเป็นการประกันคุณภาพเบื้องต้นว่าสถานศึกษาใหม่จะมีศักยภาพเพียงพอในการผลิตศาสนทายาทที่มีคุณภาพ

๒. การขยายชั้นเรียน: เติบโตด้วยคุณภาพ (Quality-Based Expansion)

ข้อบังคับฉบับใหม่ได้วางหลักการสำคัญสำหรับการขยายชั้นเรียน โดยมิได้พิจารณาเพียงความพร้อมด้านกายภาพเท่านั้น แต่เน้นที่ “คุณภาพสะสม” ของสถานศึกษา เป็นเงื่อนไขสำคัญ กล่าวคือ สถานศึกษาที่จะขยายชั้นเรียนได้ต้องเปิดดำเนินการมาแล้วไม่น้อยกว่า ๓ ปี และต้องผ่านการประเมินคุณภาพการศึกษาในระดับ “ดี” ขึ้นไป กลไกนี้เป็นการชี้นำให้สถานศึกษาต้องให้ความสำคัญกับการรักษามาตรฐานทางวิชาการอย่างต่อเนื่อง แทนการมุ่งเน้นเพียงการขยายตัวเชิงปริมาณ

๓. การยุบเลิกและการควบรวม: การบริหารทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพ (Rationalization)

มิติที่มีความก้าวหน้าอย่างยิ่งของข้อบังคับ พ.ศ. ๒๕๖๗ คือการบัญญัติหลักเกณฑ์เรื่อง “การยุบเลิกสถานศึกษา” ไว้อย่างชัดเจน เพื่อแก้ไขปัญหาสถานศึกษาร้างหรือด้อยคุณภาพ กล่าวคือ

  • เกณฑ์ ๓ ปีการศึกษา: หากสถานศึกษาใดมีจำนวนผู้เรียนต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดติดต่อกัน ๓ ปีการศึกษา หรือไม่มีการจัดการเรียนการสอนจริง ให้ถือเป็นเหตุแห่งการยุบเลิกสถานศึกษา
  • การควบรวมเพื่อประสิทธิภาพ: กฎหมายมิได้มุ่งเน้นเพียงการยุบเลิก แต่ส่งเสริม “การรวมสถานศึกษา” เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล (จศป.) และงบประมาณให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด
  • การบริหารจัดการทรัพย์สิน: เมื่อมีการยุบเลิก ทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์จะตกเป็นของวัดที่เป็นที่ตั้ง ส่วนสังหาริมทรัพย์ให้อยู่ในดุลยพินิจของ กศป. ในการจัดสรร เพื่อให้มั่นใจว่าทรัพยากรของพระพุทธศาสนาและงบประมาณแผ่นดินจะถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างสูงสุด

บทสรุป

การประกาศใช้ข้อบังคับ พ.ศ. ๒๕๖๗ นับเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญจากการจัดการศึกษาแบบดั้งเดิมสู่ระบบบริหารจัดการสมัยใหม่ ตัวเลขเกณฑ์จำนวนผู้เรียน “๑๕ รูป” หรือ “๓๐ รูป” มิใช่เพียงสถิติทางตัวเลข แต่คือ “เส้นแบ่งความรับผิดชอบ” ที่สะท้อนถึงเจตนารมณ์ในการคัดกรองเฉพาะสถาบันที่มีความพร้อมเข้าสู่ระบบ

เปรียบเสมือนการ “บริหารจัดการระบบนิเวศป่าไม้” ที่ในอดีตอาจเน้นการปลูกป่าโดยไม่คัดแยกพันธุ์ไม้จนเกิดความหนาแน่นแต่ขาดคุณภาพ แต่หลักเกณฑ์ใหม่นี้ทำหน้าที่เสมือน “รุกขกร” ผู้เชี่ยวชาญ ที่คอยตัดแต่งกิ่งก้านที่ร่วงโรย (การยุบเลิก) และฟูมฟักต้นไม้ที่แข็งแรงให้เติบใหญ่ (การจัดตั้ง/ขยาย) เพื่อให้ระบบนิเวศแห่งปัญญาพุทธธรรมนี้หยั่งรากลึกอย่างมั่นคงและเป็นที่พึ่งทางปัญญาให้กับสังคมโลกได้อย่างยั่งยืน

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *