กศป. กับบทบาท “เสาหลักแห่งนโยบาย”: กลไกการขับเคลื่อนการศึกษาพระปริยัติธรรมสู่มาตรฐานสากล

กศป.: องค์กรบริหารนโยบายและเสาหลักการศึกษาพระปริยัติธรรม

ภายใต้พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ คณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม (กศป.) ได้รับการจัดตั้งขึ้นในฐานะองค์กรระดับมหภาคเชิงนโยบาย ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกสูงสุดในการบริหารจัดการและกำกับดูแลการศึกษาพระปริยัติธรรมของคณะสงฆ์ไทย โดยมีอำนาจหน้าที่ครอบคลุมภารกิจสำคัญ ๕ ด้าน ดังนี้

๑. การกำหนดนโยบายและมาตรฐานการศึกษา (Policy and Standards)

กศป. ทำหน้าที่วางรากฐานและทิศทางการศึกษาพระปริยัติธรรมในระดับประเทศ เพื่อให้มีความเป็นเอกภาพและยั่งยืน กล่าวคือ

  • การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์: กำหนดนโยบาย แผนจัดการศึกษา และแผนงบประมาณประจำปี เพื่อนำเสนอต่อมหาเถรสมาคม (มส.)
  • การประกันคุณภาพ: กำหนดมาตรฐานสถานศึกษาและระบบการประกันคุณภาพการศึกษาพระปริยัติธรรม ให้สอดคล้องและเชื่อมโยงกับมาตรฐานการศึกษาของชาติ
  • การกำกับดูแลเชิงระบบ: ควบคุมดูแลการจัดการศึกษาทั้ง ๓ แผนก (แผนกธรรม, แผนกบาลี และแผนกสามัญศึกษา) ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กฎหมายกำหนด

๒. การบริหารวิชาการและรับรองวิทยฐานะ (Academic and Curriculum)

ในฐานะองค์กรผู้อนุมัติความถูกต้องทางวิชาการ กศป. มีบทบาทสำคัญในการรับรองมาตรฐานการเรียนรู้

  • การอนุมัติหลักสูตร: พิจารณาเห็นชอบหลักสูตรแผนกธรรมและบาลีสนามหลวงก่อนนำเสนอ มส. และกำกับให้แผนกสามัญศึกษาดำเนินงานตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  • การรับรองคุณวุฒิ: อนุมัติการประสาทปริญญาและประกาศนียบัตร รวมถึงกำหนดหลักเกณฑ์คุณสมบัติผู้เข้าศึกษาและเงื่อนไขการสำเร็จการศึกษาให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

๓. การวางมาตรฐานการบริหารงานบุคคล (Personnel Management)

เพื่อให้เกิดระบบคุณธรรม (Merit System) ภายในองค์กร กศป. จึงเป็นผู้กำหนดมาตรฐานกลางในการบริหารทรัพยากรบุคคล

  • การกำหนดมาตรฐานตำแหน่ง: วางโครงสร้างอัตรากำลัง เงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง เงินวิทยฐานะ และสวัสดิการต่างๆ ของเจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม (จศป.)
  • การประสานงานภาครัฐ: บูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงการคลังเพื่อขอความเห็นชอบในส่วนที่เกี่ยวกับงบประมาณและสวัสดิการ เพื่อความมั่นคงทางวินัยการเงินการคลัง
  • การแต่งตั้งองค์กรบริหาร: แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารงานบุคคล (กบป.) เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลและออกหลักเกณฑ์ในรายละเอียดภาคปฏิบัติ

๔. การตรากฎระเบียบและนิติบัญญัติภายใน (Regulations and Legislation)

กศป. มีอำนาจหน้าที่ในการออกข้อบังคับและระเบียบต่างๆ เพื่อให้กฎหมายมีผลบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • การจัดตั้งและบริหารสถานศึกษา: ออกระเบียบเกี่ยวกับการจัดตั้ง การยุบรวม หรือการเลิกสถานศึกษาพระปริยัติธรรม
  • การบริหารจัดการทรัพยากร: วางระเบียบว่าด้วยการบริหารการเงิน การบัญชี การพัสดุ และการดูแลรักษาทรัพย์สินของสถานศึกษาให้มีความโปร่งใส

๕. การคุ้มครองระบบคุณธรรมและการตรวจสอบ (Merit Protection and Oversight)

กศป. ทำหน้าที่เป็นกลไกตรวจสอบถ่วงดุลและรายงานผลการดำเนินงาน

  • องค์กรอุทธรณ์สูงสุด: เป็นหน่วยงานพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งลงโทษหรือข้อร้องทุกข์ของบุคลากร ในกรณีที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือมีความเห็นแย้งกับคำวินิจฉัยของ กบป.
  • การรายงานผลต่อคณะสงฆ์: จัดทำรายงานผลการดำเนินงานเสนอต่อมหาเถรสมาคม เพื่อให้การจัดการศึกษาดำเนินไปตามหลักพระธรรมวินัยและนโยบายของคณะสงฆ์อย่างเคร่งครัด

บทสรุป: อุปมาแห่งภารกิจ “สถาปนิกและวิศวกรใหญ่”

หากจะอุปมาให้เห็นภาพ กศป. เปรียบเสมือน “สถาปนิกและวิศวกรใหญ่” ของอาคารการศึกษาพระปริยัติธรรม ที่มีหน้าที่ตั้งแต่การออกแบบโครงสร้างนโยบายให้มีความแข็งแกร่งและสง่างามตามหลักศาสนา ไปจนถึงการกำกับดูแลให้ผู้อยู่อาศัยและช่างฝีมือ (บุคลากรและสถานศึกษา) ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์อย่างถูกต้อง

นอกจากนี้ กศป. ยังทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสินชี้ขาดเมื่อเกิดข้อพิพาท เพื่อรักษาความยุติธรรมภายในอาคารหลังนี้ อันจะส่งผลให้กระบวนการบ่มเพาะศาสนทายาทดำเนินไปได้อย่างยั่งยืนและมั่นคงบนรากฐานแห่งปัญญาอย่างแท้จริง

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *