มหามกุฏราชวิทยาลัย: ปฐมบทแห่งการปฏิรูปการศึกษาพระพุทธศาสนาและวิชาการสมัยใหม่
การสถาปนา “มหามกุฏราชวิทยาลัย” เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๓๖ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในประวัติศาสตร์การศึกษาของไทย สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ผู้ทรงวางรากฐานการดำเนินงาน ได้ทรงกำหนดวัตถุประสงค์หลัก ๓ ประการ เพื่อยกระดับความรู้ของทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์ให้ก้าวทันต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกในขณะนั้น ดังนี้
๑. การยกระดับการศึกษาพระปริยัติธรรมสำหรับคณะสงฆ์
วัตถุประสงค์ประการแรกคือ เพื่อให้เป็นสถานศึกษาพระปริยัติธรรมของพระสงฆ์ในคณะธรรมยุติกนิกาย โดยมุ่งเน้นการจัดการเรียนการสอนพระธรรมวินัยในรูปแบบใหม่ที่มีระบบระเบียบและเป็นมาตรฐานสากลมากขึ้น เพื่อสร้างศาสนทายาทที่มีความรู้ความสามารถในการรักษาหลักการทางพระพุทธศาสนาได้อย่างถูกต้อง
๒. การบูรณาการวิชาการสมัยใหม่เพื่อกุลบุตรไทย
นอกเหนือจากกิจการสงฆ์ มหามกุฏราชวิทยาลัยยังได้รับภารกิจสำคัญในการเป็นสถานศึกษาวิทยาการทั้งของชาติและต่างประเทศสำหรับเด็กชายหรือกุลบุตรทั่วไป โดยมีการสอนทั้งภาษาไทยและวิชาการสมัยใหม่ เช่น ภาษาอังกฤษ เพื่อเตรียมความพร้อมให้เยาวชนไทยมีความรู้ที่ทันสมัยและสามารถพึ่งพาตนเองได้ในยุคแห่งการปฏิรูปประเทศ
๓. ศูนย์กลางการเผยแผ่และหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา
มหามกุฏราชวิทยาลัยถูกวางบทบาทให้เป็นศูนย์กลางในการจัดการสั่งสอนและเผยแผ่หลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนาสู่สาธารณชน เพื่อให้ธรรมะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจและแนวทางในการดำเนินชีวิตแก่สังคมในวงกว้างอย่างเป็นระบบ
นัยสำคัญของการเริ่มจาก “คณะธรรมยุติกนิกาย”
เหตุผลที่ข้อกำหนดเบื้องต้นระบุให้เป็นสถานศึกษาสำหรับพระสงฆ์ในคณะธรรมยุติกนิกายนั้น เนื่องจากในขณะนั้นสมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ทรงดำรงตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต พระองค์จึงทรงใช้พื้นที่ภายใต้การดูแลรับผิดชอบของพระองค์เป็น “โครงการนำร่อง” เพื่อทดลองจัดการศึกษาในรูปแบบใหม่นี้ให้เกิดผลสำเร็จเชิงประจักษ์ ก่อนที่จะขยายผลไปสู่การปฏิรูปการศึกษาของคณะสงฆ์ไทยทั่วประเทศในเวลาต่อมา

