พลิกประวัติศาสตร์การศึกษาสงฆ์: เงื่อนไขใหม่ในการสอบเปรียญประโยค ๔ ปี พ.ศ. ๒๔๖๐
ในปี พ.ศ. ๒๔๖๐ นับเป็นหมุดหมายสำคัญของการปฏิรูปการศึกษาคณะสงฆ์ไทย เมื่อสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงพระดำริให้ปรับปรุงหลักสูตรการสอบเปรียญประโยค ๔ โดยเพิ่มเงื่อนไขเชิงวิชาการที่มีนัยสำคัญต่อการพัฒนาศาสนทายาท ๒ ประการหลัก ดังนี้
๑. การเชื่อมโยงหลักสูตร “นักธรรม” เข้ากับ “เปรียญบาลี”
ทรงกำหนดเงื่อนไขว่า ผู้ที่จะมีสิทธิ์เข้าสอบเปรียญประโยค ๔ จะต้องเป็นผู้ที่ “สอบไล่ได้นักธรรมชั้นโท” มาก่อนเท่านั้น การปรับปรุงครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการความรู้ในสองภาคส่วนเข้าด้วยกัน คือ
- ภาคความรู้ทางธรรม (นักธรรม): เพื่อให้ผู้เรียนมีความเข้าใจในเนื้อหาและหลักปรารถนาของพระธรรมวินัยอย่างถ่องแท้
- ภาคความรู้ทางภาษา (บาลี): เพื่อให้มีความเชี่ยวชาญในการแปลและตีความภาษาบาลี การวางกฎเกณฑ์เช่นนี้ ช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านภาษาขาดความเข้าใจในหลักธรรมที่เป็นแก่นแท้ของพุทธศาสนา
๒. การบรรจุวิชา “อักษรขอม” เป็นเกณฑ์มาตรฐาน
ทรงกำหนดให้วิชา “การเขียนอักษรขอม” เป็นส่วนหนึ่งของการวัดผล โดยครอบคลุมทั้งการเขียนภาษาไทยเป็นอักษรขอม และการเขียนอักษรขอมกลับเป็นภาษาไทย
เหตุผลและความจำเป็นเชิงประวัติศาสตร์: ในสมัยนั้น คัมภีร์และคัมภีร์ใบลานส่วนใหญ่จารึกด้วยอักษรขอม สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ทรงเล็งเห็นว่าผู้ที่จะได้รับวิทยฐานะเป็น “เปรียญ” ซึ่งถือว่าเป็นปราชญ์ทางศาสนา จำเป็นต้องมีทักษะในการอ่านและเขียนอักษรขอมได้อย่างคล่องแคล่ว เพื่อให้สามารถสืบค้นและศึกษาข้อมูลจากคัมภีร์ต้นฉบับโบราณได้อย่างอิสระและถูกต้องตามหลักวิชาการ
การเปลี่ยนแปลงในปี พ.ศ. ๒๔๖๐ จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มวิชาสอบ แต่คือการวางรากฐานให้พระภิกษุสามเณรไทยเป็นผู้มีความรู้ที่ครบถ้วน ทั้งในมิติด้านภาษาศาสตร์ วรรณคดี และหลักการทางศาสนาอย่างเป็นระบบ

