สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส: รัฐบุรุษทางปัญญาผู้ปฏิรูปการศึกษาและคณะสงฆ์สยามสู่สากล
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส: ปราชญ์ผู้ปฏิรูปสยามสู่ความทันสมัย
ในหน้าประวัติศาสตร์แห่งการปฏิรูปประเทศสยามสู่ความทันสมัย นามของ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงได้รับการจารึกในฐานะปราชญ์ทางพุทธศาสนาและ “รัฐบุรุษทางปัญญา” พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญยิ่งในการวางรากฐานการศึกษาและระบบการปกครองคณะสงฆ์ไทย จนได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก ในวาระครบรอบ ๑๐๐ ปีแห่งการสิ้นพระชนม์
๑. ปฐมบทแห่งชีวิต: เจ้าฟ้าผู้หลอมรวมวิชาการสองซีกโลก
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส (พระนามเดิม: พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ามนุษยนาคมานพ) ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ทรงได้รับการปลูกฝังความรู้ที่เข้มข้นทั้งในทางจารีตประเพณีและวิทยาการสมัยใหม่:
- รากฐานวัฒนธรรมตะวันออก: ทรงศึกษาภาษาไทย วรรณคดี และหลักศาสนาจากกรมหลวงวรเสฐสุดา และทรงแตกฉานในคัมภีร์พุทธศาสนา ดาราศาสตร์ และกวีนิพนธ์จากสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์
- วิสัยทัศน์ตะวันตก: ทรงเป็นเจ้านายรุ่นแรกๆ ที่ทรงศึกษาภาษาอังกฤษกับครูชาวตะวันตกจนสามารถอ่าน เขียน และสื่อสารได้เป็นอย่างดี ทักษะนี้กลายเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้พระองค์ทรงเข้าถึงองค์ความรู้ระดับสากลและนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาประเทศในเวลาต่อมา
๒. การตัดสินพระทัยสู่ร่มกาสาวพัสตร์
ภายหลังการใช้ชีวิตฆราวาสในช่วงวัยหนุ่ม พระองค์ทรงตัดสินพระทัยผนวชเป็นพระภิกษุเมื่อพระชนมายุครบ ๒๐ ปี และทรงดำรงสมณเพศตลอดพระชนมชีพ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร การตัดสินพระทัยในครั้งนี้มิได้เป็นเพียงการแสวงหาความสงบส่วนพระองค์ แต่เป็นการเตรียมความพร้อมเชิงปัญญาเพื่อรับภารกิจสำคัญในการปฏิรูปสถาบันสงฆ์และระบบการศึกษาของชาติ
๓. บทบาท “คู่คิด” ในการปฏิรูปแผ่นดินเคียงข้างรัชกาลที่ ๕
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ซึ่งเป็นยุคแห่งการปรับปรุงประเทศให้ทันสมัย (Modernization) เพื่อรับมือกับลัทธิล่าอาณานิคม สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ทรงเป็นกำลังสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนนโยบายในมิติต่างๆ:
- การวางรากฐานการประถมศึกษาของชาติ: พระองค์ทรงได้รับมอบหมายให้เป็นผู้อำนวยการจัดการศึกษาในหัวเมืองทั่วราชอาณาจักร โดยทรงใช้ยุทธศาสตร์ “ปรับวัดให้เป็นโรงเรียน เปลี่ยนพระให้เป็นครู” ทรงส่งพระเถระออกไปจัดตั้งโรงเรียนตามวัดต่างๆ ทั่วประเทศ สอนทั้งวิชาสามัญและจริยธรรม แนวคิดนี้ช่วยให้รัฐสามารถขยายโอกาสทางการศึกษาแก่ประชาชนได้อย่างทั่วถึงโดยไม่ต้องลงทุนมหาศาลในการสร้างอาคารใหม่
- การปฏิรูปโครงสร้างคณะสงฆ์: ทรงริเริ่มการตราพระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ. ๑๒๑ เพื่อจัดระเบียบการปกครองสงฆ์ให้มีมาตรฐานและสอดคล้องกับการบริหารราชการแผ่นดินส่วนกลาง
- งานด้านนิติศาสตร์และบริหาร: ก่อนผนวชถาวร พระองค์เคยทรงปฏิบัติหน้าที่ในกรมราชเลขาธิการ ดูแลงานด้านกฎหมายและการปฏิรูปการปกครอง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการจัดระเบียบองค์กรสงฆ์ในภายหลัง

บทสรุป: มรดกทางปัญญาแห่งสยาม
เดวิด เค. ไวอาต นักประวัติศาสตร์ชื่อดัง ได้ขนานนามพระองค์ว่าเป็น “ปัญญาชนแห่งสยาม” (The Intellectual of Siam) แม้พระองค์จะมิได้เสด็จไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ แต่ด้วยอัจฉริยภาพในการบูรณาการศาสตร์สมัยใหม่เข้ากับรากฐานดั้งเดิม พระองค์จึงทรงสามารถสร้าง “สะพานเชื่อม” ระหว่างโลกเก่าและโลกใหม่ นำพาสยามประเทศให้ก้าวผ่านยุคสมัยแห่งความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมั่นคงและมีศักดิ์ศรี
เรียบเรียงโดยอ้างอิงข้อมูลจาก: หนังสือการพัฒนาสยามประเทศ (ที่ระลึกงานฉลองพระเกียรติคุณ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส)

