พิกัดการศึกษา: ทำไมรัชกาลที่ ๕ จึงเลือก “คน” เป็นยุทธศาสตร์สูงสุดในการกู้ชาติสยาม
พิกัดการศึกษา: ทำไมรัชกาลที่ ๕ จึงเลือก “คน” เป็นยุทธศาสตร์สูงสุดในการกู้ชาติสยาม
ในยุคที่สยามประเทศเปรียบเสมือนเรือลำเล็กกลางมหาสมุทรที่เต็มไปด้วยฉลามจากชาติตะวันตก การปฏิรูปบ้านเมืองเพื่อความอยู่รอดไม่ได้หมายถึงเพียงการสร้างรถไฟหรือป้อมปราการ แต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) ทรงมองเห็นลึกไปถึง “ระบบปฏิบัติการ” (Software) ของชาติ นั่นคือ “คนไทย”
จากข้อมูลเชิงลึกในหนังสือ “การพัฒนาสยามประเทศ” เราสามารถถอดรหัสพระราชวิสัยทัศน์ว่า เหตุใดการปฏิรูปการศึกษาจึงถูกยกให้เป็นภารกิจระดับ “ความมั่นคงของชาติ” ผ่าน ๔ เหตุผลเชิงยุทธศาสตร์ดังนี้ครับ
๑. การศึกษาคือเกราะคุ้มกันเอกราช (Education as a Shield)
ในช่วงที่เพื่อนบ้านโดยรอบเริ่มตกเป็นอาณานิคมของมหาอำนาจ รัชกาลที่ ๕ ทรงตระหนักว่าปืนใหญ่เพียงอย่างเดียวไม่อาจรักษาอธิปไตยได้ แต่สิ่งที่ “อารยประเทศ” จะให้การยอมรับคือความเป็นรัฐที่มีอารยธรรมและความทันสมัย
ทรงมีพระราชดำรัสที่คมกริบว่า “การศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับกู้บ้านเมืองในอนาคต สำหรับอิสรภาพของเมืองไทย” นี่คือการวางพิกัดว่า ปัญญาคืออาวุธชนิดเดียวที่จะช่วยให้สยามเจรจาต่อรองบนเวทีโลกได้อย่างสมศักดิ์ศรี
๒. วิกฤตการณ์ “ขาดแคลนคน”: อุปสรรคของรัฐสมัยใหม่
เมื่อสยามต้องการเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็นรัฐสมัยใหม่ (Modern State) ที่มีกระทรวง ทบวง กรม แบบสากล ปัญหาใหญ่ที่พระองค์ทรงเผชิญไม่ใช่เรื่องงบประมาณ แต่คือเรื่อง “บุคลากร”
ทรงสะท้อนภาพจริงในพระราชหัตถเลขาว่า “ในเมืองเราเวลานี้ ไม่ขัดสนอันใด ยิ่งกว่าคน… การเจริญอันใดจะเป็นไปไม่ได้เร็วก็เพราะเรื่องคนนี้อย่างเดียว” หากไร้ซึ่งคนที่มีความรู้ความสามารถมาขับเคลื่อน ฟันเฟืองการปฏิรูปประเทศในด้านอื่นๆ ก็ย่อมเป็นเพียงภาพวาดบนกระดาษที่ไม่มีวันเป็นจริง
๓. ปฏิบัติการ “พึ่งพาตนเอง” ลดการจ้างงานต่างชาติ
ในระยะแรกของการปฏิรูป รัฐบาลจำเป็นต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติจำนวนมากมาดำรงตำแหน่งสำคัญ ซึ่งนอกจากจะมีค่าใช้จ่ายสูงแล้ว ยังส่งผลต่อความมั่นคงในระยะยาวและการกำหนดทิศทางของชาติ
เป้าหมายเบื้องหลังการปฏิรูปการศึกษาคือการสร้าง “รุ่นนักบริหารไทย” ที่มีความรู้เท่าทันสากล เพื่อให้คนไทยสามารถทำหน้าที่แทนที่ปรึกษาต่างชาติได้ในที่สุด นี่คือการวางรากฐานเพื่อเอกราชทางการบริหารที่ยั่งยืน
๔. สร้างรากฐานที่ยั่งยืน: พัฒนาคนเพื่อพัฒนาชาติ
พระปณิธานของรัชกาลที่ ๕ ไม่ได้หยุดอยู่ที่การสร้างชนชั้นนำ แต่ทรงมุ่งหวังจะกระจายการศึกษาขั้นพื้นฐานให้เข้าถึงราษฎรทั่วราชอาณาจักร ทรงสรุปบทเรียนสำคัญว่า “รวบยอดสำคัญก็เรื่องการเล่าเรียนของคนไทย”
ทรงเชื่อมั่นว่าพลเมืองที่มีคุณภาพจะเป็นรากฐานที่ไม่มีวันพังทลายของประเทศ การพัฒนา “คน” จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทรงพลังที่สุดของการพัฒนา “ชาติ” และเป็นการวางรากฐานความมั่งคั่งทางปัญญาให้ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น
บทสรุปสำหรับคนรุ่นใหม่
สิ่งที่รัชกาลที่ ๕ ทรงทำเมื่อกว่าร้อยปีก่อน คือการบอกเราว่า “การศึกษาไม่ใช่แค่เรื่องส่วนบุคคล แต่เป็นเรื่องส่วนรวมของชาติ” ในโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนผ่านด้วยเทคโนโลยี หากเราย้อนกลับมาดูพระราชวิสัยทัศน์นี้ เราจะพบว่าโจทย์เรื่อง “คุณภาพคน” ยังคงเป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุดในการนำพาประเทศไปสู่อนาคตครับ

