ธรรมจักษุ: แสงเทียนเล่มแรกแห่งวงการวารสารพุทธศาสนาไทย

ย้อนกลับไปในสมัยรัชกาลที่ ๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ท่ามกลางกระแสการปฏิรูปประเทศที่โหมกระหน่ำเข้ามาในสยามดั่งคลื่นลูกใหญ่ การศึกษาสมัยใหม่เริ่มก่อตัวขึ้น กลิ่นหมึกพิมพ์เริ่มหอมอบอวลแทนที่กลิ่นใบลาน ในยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลงนั้นเอง แสงสว่างดวงหนึ่งได้ถูกจุดขึ้นในวงการพระพุทธศาสนา เป็นแสงสว่างที่ไม่ได้มาจากเปลวเทียนในโบสถ์วิหาร แต่เป็นแสงสว่างแห่งปัญญาที่ถูกจารึกลงบนแผ่นกระดาษ นั่นคือการถือกำเนิดของ “ธรรมจักษุ”

ปฐมบทแห่งหน้ากระดาษ: รุ่งอรุณแห่งปี พ.ศ. ๒๔๓๗

ในวันที่ ๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๓๗ (ร.ศ. ๑๑๓) ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการศาสนาไทยได้ถูกจารึกขึ้น เมื่อ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงริเริ่มออกนิตยสารที่มีชื่อว่า “ธรรมจักษุ” ซึ่งมีความหมายอันลึกซึ้งว่า “ดวงตาแห่งธรรม” หรือ “ดวงตาเห็นธรรม”

การก่อกำเนิดของ “ธรรมจักษุ” มิได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นผลพวงที่งอกงามมาจากการจัดตั้ง “มหามกุฏราชวิทยาลัย” ในวัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๓๖ เพื่อให้เป็นสถานศึกษาพระปริยัติธรรมแบบใหม่ พระองค์ทรงมีพระดำริว่า การเผยแผ่พระศาสนาในยุคใหม่จะอาศัยเพียงการเทศนาบนธรรมาสน์อย่างเดิมคงไม่เพียงพอ จำเป็นต้องมีสื่อกลางที่สามารถส่งผ่านความรู้ข่าวสารและหลักธรรมไปสู่ผู้คนในวงกว้างได้ นิตยสารฉบับนี้จึงถือกำเนิดขึ้นในฐานะ นิตยสารทางพระพุทธศาสนาฉบับแรกของไทย

เวทีแห่งปัญญา: สนามฝึกปรือฝีปากของพระหนุ่มเณรน้อย

ภาพบรรยากาศในรั้ววัดบวรนิเวศวิหารสมัยนั้น เต็มไปด้วยความตื่นตัวทางวิชาการ สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ มิได้ทรงสร้าง “ธรรมจักษุ” ขึ้นมาเพียงเพื่อเป็นกระบอกเสียงประกาศข่าวสารของมหามกุฏราชวิทยาลัยเท่านั้น แต่ทรงมีกุศโลบายที่ลึกล้ำกว่านั้น คือการสร้าง “คน”

พระองค์ทรงใช้พื้นที่ในนิตยสารเล่มนี้เปรียบเสมือน “สนามฝึกซ้อม” ให้แก่เหล่าพระภิกษุสามเณรผู้เป็นนักเรียนในมหามกุฏราชวิทยาลัย ได้ลองจับปากกาขีดเขียน เรียบเรียง และแปลเรื่องราวทางพระพุทธศาสนา จากเดิมที่พระสงฆ์เคยชินแต่การท่องจำคัมภีร์ใบลาน บัดนี้ท่านเหล่านั้นได้รับการฝึกฝนให้ถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านตัวอักษรสมัยใหม่ เพื่อฝึกฝนทักษะการเผยแผ่ธรรมะให้แตกฉานและทันสมัย นิตยสารเล่มนี้จึงเป็นดั่งเบ้าหลอมนักคิดนักเขียนรุ่นใหม่ในวงการสงฆ์อย่างแท้จริง

เปลวไฟที่ไม่มอดดับ: การเดินทางข้ามศตวรรษ

เส้นทางของ “ธรรมจักษุ” มิได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป ในช่วงแรกเริ่ม นิตยสารได้ทำหน้าที่อย่างแข็งขันอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนจะหยุดชะงักไปตามความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์บ้านเมืองและกิจการคณะสงฆ์ แต่ทว่า ถ่านไฟเก่าแห่งศรัทธาและปัญญานั้นยังคงคุกรุ่นอยู่

กาลเวลาล่วงเลยมาถึงปี พ.ศ. ๒๔๗๖ ภายใต้การนำของคณะกรรมการชุดใหม่ นิตยสาร “ธรรมจักษุ” ได้กลับมาโลดแล่นบนแผงหนังสืออีกครั้ง และยืนหยัดทำหน้าที่สื่อสารธรรมะอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง สังคม และวัฒนธรรม มาอย่างยาวนานกว่าร้อยปี

จากฉบับแรกในสมัยรัชกาลที่ ๕ จวบจนปัจจุบัน “ธรรมจักษุ” ยังคงทำหน้าที่เป็นดวงตาแห่งธรรม ส่องสว่างนำทางปัญญาแก่พุทธศาสนิกชน สมดังเจตนารมณ์ดั้งเดิมของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ผู้ทรงวางรากฐานการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้ก้าวทันโลกและยั่งยืนสืบไป

เรียบเรียงข้อมูลจากหนังสือ: การพัฒนาสยามประเทศ (ที่ระลึกงานฉลองพระเกียรติคุณ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส)

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *