บันทึกการเดินทาง: การเสด็จตรวจการคณะสงฆ์ในหัวเมือง
รอยเท้าแรกบนเส้นทางธุรกันดาร หากพลิกหน้าประวัติศาสตร์การปกครองคณะสงฆ์ไทยย้อนกลับไปก่อนปี พ.ศ. ๒๔๕๕ ภาพของ “สมเด็จพระสังฆราช” มักประทับ ณ พระอารามหลวงในราชธานี เป็นศูนย์กลางแห่งความศรัทธาที่ห่างไกลจากหัวเมืองชายขอบ แต่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงเลือกที่จะพลิกหน้าประวัติศาสตร์นั้น พระองค์ทรงริเริ่มภารกิจที่มิเคยมีสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใดทรงปฏิบัติมาก่อน นั่นคือการ “เสด็จตรวจการคณะสงฆ์ในหัวเมือง” ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ
ฝ่าเปลวแดดและแมกไม้: บันทึกแห่งความเพียร การเสด็จเยือนหัวเมืองในยุคนั้น มิใช่การนั่งพาหนะหรูหราผ่านถนนลาดยางอันราบเรียบ แต่คือบททดสอบความอดทนขั้นสูงสุด บันทึกระยะทางเสด็จได้ฉายภาพให้เห็นถึงความยากลาบากที่แปรเปลี่ยนเป็นความงดงามแห่งความเพียร
ลองจินตนาการถึงภาพขบวนเสด็จยามบ่ายแก่ ๆ เวลาประมาณ ๔ โมงเย็น แสงแดดยังคงแผดเผา พระองค์ต้องทรงพระดำเนิน (เดินเท้า) ไปตาม “ทางเกวียน” ที่ขรุขระ ผ่านทุ่งนาเวิ้งว้างและป่าละเมาะรกชัฏ สองข้างทางเต็มไปด้วยป่าทึบ หมู่บ้านแต่ละแห่งตั้งอยู่ห่างไกลกันลิบลับ กว่าจะถึงที่หมายตะวันก็ลาลับขอบฟ้า ความมืดเข้าปกคลุมจนชาวบ้านต้องจุดโคมไฟส่องนาทางถวาย
สถิติจากบันทึกหน้าหนึ่งสะท้อนความวิริยะอุตสาหะได้อย่างน่าอัศจรรย์ ในวันหนึ่งพระองค์ทรงออกเดินทางตั้งแต่ ๘ โมงเช้า ทรงพระดาเนินผ่านตำบลโคกช้าง หนองปรือ เขาสมอแคลง กว่าจะถึงที่ประทับแรมในเวลา ๖ โมงเย็น รวมระยะทางที่ทรงเดินเท้าในวันเดียวนั้นถึง ๔๑,๕๓๐ ก้าว หรือคิดเป็นระยะทางกว่า ๑๔ กิโลเมตร หยาดเหงื่อทุกหยดที่รินรดลงบนแผ่นดินหัวเมือง คือพยานแห่งความมุ่งมั่นที่จะเข้าถึงพุทธบริษัทของพระองค์
ทอดพระเนตร “ความจริง” หลังกำแพงวัด เหตุใดพระองค์จึงต้องทรงลำบากพระวรกายเพียงนี้? คำตอบมิใช่อยู่ที่การท่องเที่ยว แต่คือการค้นหา “ความจริง” พระองค์มุ่งหมายที่จะทอดพระเนตรความเป็นอยู่จริงของวัดวาอารามโดยไม่เลือกว่าจะเป็นวัดหลวงที่โอ่อ่าหรือวัดราษฎร์ที่ทรุดโทรม
พระองค์เสด็จเข้าไปตรวจตราทุกซอกมุม ตั้งแต่พระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ ไปจนถึงกุฏิพระและเจ้าอาวาส เพื่อให้ทรงทราบแน่ชัดว่า “วัด” ซึ่งเป็นหัวใจของชุมชนนั้นเจริญรุ่งเรืองหรือเสื่อมโทรมเพียงใด พระสงฆ์มีความเป็นอยู่อย่างไร ขัดสนหรือสมบูรณ์ และที่สาคัญคือชาวบ้านในถิ่นนั้นมีศรัทธาต่อพระศาสนามากน้อยเพียงใด การเสด็จไปถึงถิ่นด้วยพระองค์เองทาให้ได้รับข้อมูลดิบที่แท้จริง ซึ่งไม่อาจหาได้จากรายงานบนหน้ากระดาษ
บทสรุป: สะพานเชื่อมใจระหว่างผู้นำกับผู้ตาม การเสด็จตรวจการคณะสงฆ์จึงมิใช่เพียงภารกิจเชิงนโยบาย แต่เป็นกุศโลบายอันชาญฉลาดในการสร้าง “ความสัมพันธ์” ระหว่างประมุขสงฆ์กับพระผู้น้อยในหัวเมือง การได้พบปะพูดคุย สอบถามทุกข์สุข และแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยพระองค์เอง ทำให้พระเถระในท้องถิ่นได้รับรู้ถึงพระอัธยาศัยและแนวทางบริหารที่ชัดเจน
รอยพระบาทที่ประทับลงบนเส้นทางทุรกันดารทั่วราชอาณาจักร จึงเป็นร่องรอยแห่งภาวะผู้นำที่เปี่ยมด้วยความรับผิดชอบ และเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้การปกครองคณะสงฆ์ไทยเป็นปึกแผ่นมั่นคงสืบมาจนถึงปัจจุบัน
เรียบเรียงข้อมูลจากหนังสือ: การพัฒนาสยามประเทศ (ที่ระลึกงานฉลองพระเกียรติคุณ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส)

