พระเนตรนักอนุรักษ์: ภารกิจพิทักษ์มรดกศิลป์กลางพงไพร ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
ในยามที่ขบวนเสด็จตรวจการคณะสงฆ์เคลื่อนผ่านป่าเขาและทุ่งนาอันกว้างใหญ่ไพศาลของสยามประเทศเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ภารกิจของ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส มิได้จำกัดอยู่เพียงการจัดระเบียบพระสงฆ์หรือการบริหารคณะนิกายเท่านั้น แต่ภายใต้พระเนตรอันแหลมคมของปราชญ์ พระองค์ทรงมองเห็นเพชรน้ำงามที่ซุกซ่อนอยู่ตามซากปรักหักพังและวัดร้างกลางป่า นั่นคือ “มรดกทางศิลปวัฒนธรรม” ที่กำลังถูกกาลเวลากัดกิน
นักสำรวจพุทธศิลป์: เมื่อ “ของเก่า” มีค่ากว่า “ทองคำ”
ทุกครั้งที่เสด็จไปถึงหัวเมืองต่าง ๆ สิ่งหนึ่งที่ทรงปฏิบัติควบคู่ไปกับการตรวจเยี่ยมพระสงฆ์ คือการเสด็จไปทอดพระเนตร “โบราณสถานและโบราณวัตถุ” ทั้งที่อยู่ในเขตวัดและนอกเขตวัด
ภาพที่พระองค์ทรงพบเห็นบ่อยครั้ง คือเจดีย์เก่าแก่ที่ยอดหักพังลงมา พระพุทธรูปศิลาโบราณที่ถูกทิ้งร้างตากแดดตากฝน หรือศิลปวัตถุล้ำค่าที่ชาวบ้านมองข้ามเพราะความชินชา แต่ด้วยสายพระเนตรของนักปราชญ์ พระองค์ทรงตระหนักถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และศิลปะที่ประเมินค่ามิได้ พระองค์จึงทรงทำหน้าที่เป็น “ครู” ชี้แนะให้ทั้งพระสงฆ์และชาวเมืองได้ “ตื่นรู้” และมองเห็นคุณค่าของสมบัติบรรพบุรุษเหล่านี้ เพื่อให้ช่วยกันดูแลรักษาหวงแหน มิให้ถูกทอดทิ้งเป็นเพียงก้อนอิฐก้อนหินไร้ค่า
ศาสตร์แห่งการบูรณะ: รักษา “คุณค่า” มิใช่แค่ทำใหม่
ในยุคสมัยที่ความรู้เรื่องการอนุรักษ์ยังไม่แพร่หลาย การ “บูรณะ” มักหมายถึงการรื้อของเก่าทิ้งแล้วสร้างของใหม่ทับ หรือการโบกปูนปิดทับลวดลายวิจิตรบรรจงเดิมจนหมดสิ้น แต่สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ทรงมีวิสัยทัศน์ที่ก้าวล้ำนำสมัย พระองค์ทรงวางแนวทางสำคัญในการบูรณปฏิสังขรณ์ไว้ว่า “ต้องไม่ทำลายสิ่งที่มีคุณค่า”
เมื่อทรงพบเห็นวัดวาอารามที่ทรุดโทรม พระองค์จะทรงแนะแนวทางให้ซ่อมแซมโดยรักษาเค้าโครงและความงามดั้งเดิมไว้ มิใช่ทำลายของเก่าที่มีคุณค่าทางศิลปะเพื่อสร้างสิ่งใหม่ที่ไร้รากเหง้า พระองค์ทรงสอนให้รู้จักการอนุรักษ์ที่ถูกต้อง คือการต่อลมหายใจให้โบราณสถาน โดยไม่ไปพรากจิตวิญญาณเดิมของมันไป
นิรภัยศิลป์: ภารกิจกู้ชีพสมบัติชาติ
นอกจากการชี้แนะแล้ว พระองค์ยังทรงปฏิบัติการเชิงรุกในการปกป้องสมบัติชาติ หากทรงพบเห็นโบราณวัตถุชิ้นสำคัญที่ถูกทิ้งร้างอยู่ในที่เปลี่ยว หรืออยู่ในสภาพสุ่มเสี่ยงต่อการสูญหายและถูกทำลาย พระองค์จะทรงแนะนำให้ “ย้ายไปไว้ในที่ที่เหมาะสมและปลอดภัย” เปรียบเสมือนการช่วยชีวิตมรดกของชาติให้รอดพ้นจากภัยคุกคาม และหากวัดใดขาดแคลนทุนทรัพย์ในการบูรณะซ่อมแซมศาสนสถาน พระองค์ก็มิได้ทรงนิ่งดูดาย แต่ทรงบริจาคทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ร่วมสมทบ หรือทรงเป็นธุระจัดหาผู้มีจิตศรัทธามาช่วยบูรณะให้สำเร็จลุล่วง
รอยทางที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้เสด็จผ่านไป จึงมิได้ทิ้งไว้เพียงระเบียบวินัยของสงฆ์ที่เข้มแข็ง แต่ยังทิ้งมรดกทางวัฒนธรรมที่ได้รับการปกป้องรักษาไว้ให้ลูกหลานไทยได้ภาคภูมิใจตราบจนทุกวันนี้
เรียบเรียงข้อมูลจากหนังสือ: การพัฒนาสยามประเทศ (ที่ระลึกงานฉลองพระเกียรติคุณ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส)

