รากแก้วแห่งปัญญา: ‘นวโกวาท’ กับการหล่อหลอมสังฆมณฑลไทย พ.ศ. 2513
ท่ามกลางลมหนาวที่พัดผ่านยอดเจดีย์และศาลาการเปรียญทั่วพระราชอาณาจักรในช่วงกลางเดือนธันวาคม พุทธศักราช 2513 บรรยากาศภายในวัดวาอารามต่าง ๆ ดูเคร่งขรึมและมีชีวิตชีวาเป็นพิเศษ บนอาสนะไม้เก่า ๆ เหล่าภิกษุหนุ่มและสามเณรน้อยนับแสนรูปต่างก้มหน้าจดจ่ออยู่กับสมุดเล่มเล็กสีตุ่น ๆ ที่พกติดย่ามอยู่เสมอ หนังสือเล่มนั้นคือ “นวโกวาท” พระนิพนธ์อันทรงคุณค่าของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ซึ่งทำหน้าที่เป็นประดุจ “แผนที่นำทาง” ผืนแรกในโลกแห่งผ้ากาสาวพัสตร์ บทความนี้จะพาท่านย้อนเวลากลับไปสำรวจความสำคัญของตำราเล่มนี้ ในฐานะเสาหลักที่ค้ำจุนมาตรฐานการศึกษาสงฆ์ไทยในสนามสอบธรรมสนามหลวงปี 2513
ประตูบานแรกสู่โลกแห่งพระธรรมวินัย
หากจะกล่าวว่านักธรรมชั้นตรีคือ “ก้าวแรก” ของการเป็นศาสนทายาทที่สมบูรณ์ หนังสือ “นวโกวาท” ก็คือหัวใจสำคัญที่บรรจุอยู่ในย่ามของนักเรียนธรรมทุกคน ในปี พ.ศ. 2513 เมื่อจำนวนผู้สมัครสอบนักธรรมและธรรมศึกษาพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึงกว่า 200,000 รูป/คน ความเป็นเอกภาพของเนื้อหาจึงเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้เลย
ในสนามสอบวิชา “ธรรม” ของนักธรรมชั้นตรี หลักสูตรได้กำหนดให้ใช้หนังสือนวโกวาทแผนก ธรรมวิภาค และ คิหิปฏิบัติ เป็นบรรทัดฐานสำคัญ ฉากที่เห็นจนชินตาคือภาพนักเรียนธรรมท่องจำหลักธรรมตั้งแต่หมวด 2 ไปจนถึงหมวดหมู่ที่ซับซ้อนขึ้น การที่พระภิกษุสามเณรทั่วราชอาณาจักรศึกษาจากตำราเล่มเดียวกันเช่นนี้ คือกุศโลบายสำคัญที่ช่วยป้องกันความขัดแย้งทางความคิด เพราะหากต่างรูปต่างเรียนตามความเข้าใจของตนเอง ย่อมเกิดการทะเลาะวิวาทว่าสิ่งใดคือธรรมหรือวินัยที่แท้จริง
วินัยบัญญัติ—เกราะคุ้มครองเพศสมณะ
เมื่อก้าวเข้าสู่วิชา “วินัย” ของนักธรรมชั้นตรี หนังสือ “นวโกวาท แผนกวินัยบัญญัติ” ได้รับการประกาศให้เป็นมาตรฐานกลางควบคู่ไปกับวินัยมุข เล่ม 1 สำหรับพระภิกษุใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่สังฆมณฑล นวโกวาทฉบับนี้เปรียบเสมือน “กฎหมายเบื้องต้น” ที่ย่อสรุปสิกขาบทอันยุ่งยากซับซ้อนให้เข้าใจง่ายและนำไปปฏิบัติได้ทันที
ในสนามสอบ พ.ศ. 2513 วิชาเอกนี้มิใช่เพียงการทดสอบความจำ แต่เป็นการปลูกฝัง “หิริโอตตัปปะ” เพื่อสร้างคุณภาพให้แก่พระภิกษุสามเณร การที่พระสังฆาธิการทุกระดับชั้นช่วยกันกวดขันให้นักเรียนทำความเข้าใจนวโกวาทอย่างถ่องแท้ ทำให้คณะสงฆ์มั่นใจได้ว่า ผู้ที่สอบผ่านนักธรรมชั้นตรีในปีนั้นจะเป็น “ทองเนื้อแท้” ที่รู้จักขอบเขตของศีลวินัยอย่างมั่นคง
มาตรฐานเดียวกันทั่วราชอาณาจักร
ความยิ่งใหญ่ของการศึกษาสงฆ์ในปี 2513 คือการที่อาณาจักรและพุทธจักรประสานมือกันอย่างแน่นแฟ้น ภายใต้ร่มพระบารมีขององค์เอกอัครศาสนูปถัมภก การส่งข้อสอบที่อ้างอิงจากหลักสูตรนวโกวาทเดินทางไปถึงจังหวัดที่ห่างไกลผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดและเจ้าคณะจังหวัด
ไม่ว่าจะเป็นสนามสอบในพระนคร หรือในถิ่นทุรกันดารทางภูมิภาค ใบตอบที่หลั่งไหลกลับมายัง วัดสามพระยา เพื่อรับการตรวจปัญหานั้น ล้วนสะท้อนถึงเนื้อหาที่มาจากรากแก้วเดียวกัน มาตรฐานนี้ทำให้พุทธศาสนิกชนเกิดความเลื่อมใสว่า พระภิกษุที่จบเป็นนักธรรมตรีนั้นมี “ภูมิรู้” และ “ภูมิธรรม” ที่เป็นระบบเดียวกันสม่ำเสมอทั่วประเทศ
บทสรุป: มรดกปัญญาที่ไม่มีวันเลือนหาย
ความสำคัญของหนังสือนวโกวาทในหลักสูตรนักธรรมชั้นตรี พ.ศ. 2513 จึงมิใช่เพียงแค่หนังสือเรียนเล่มหนึ่ง แต่เป็นเครื่องมือในการ “สร้างคน” และ “สร้างสังฆมณฑล” ให้มีความเป็นปึกแผ่น การกำหนดให้นวโกวาททั้งแผนกธรรมวิภาคและวินัยบัญญัติเป็นมาตรฐานกลาง ได้ช่วยหลอมรวมจิตใจของศาสนทายาทนับแสนรูปให้เดินตามรอยพระพุทธบาทอย่างเป็นเอกภาพ
ดังนั้น นวโกวาทจึงเปรียบเสมือน “เข็มทิศทางวิญญาณ” ที่ทำให้พุทธศาสนาในประเทศไทยมั่นคงสถาพร เพราะเมื่อ “รู้ดีก็เป็นผู้เจริญ” และความเจริญนั้นเริ่มจากการมีรากฐานปัญญาที่ถูกต้องตั้งแต่ก้าวแรกนั่นเอง
เรียบเรียงข้อมูลจากหนังสือ: เรื่องสอบธรรม พ.ศ.2513

