ปฏิรูปปัญญาบนหน้ากระดาษ: พลิกประวัติศาสตร์ระบบ “ให้คะแนน” และกฎเหล็ก “ห้ามศูนย์” ในสนามสอบธรรม พ.ศ. 2508

ท่ามกลางความเงียบงันของศาลาการเปรียญที่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นหมึกจากปากกาคอแร้งและกระดาษฟุลสแก๊ป พุทธศักราช 2508 ถือเป็นยุคทองแห่งการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของการศึกษาคณะสงฆ์ไทย เมื่อระบบการวัดผลได้ถูกขัดเกลาจนเข้าสู่มาตรฐานสากล ภาพของกรรมการผู้ตรวจข้อสอบที่เคยจดจ้องเพียงเพื่อ “จับผิด” นักเรียน ได้แปรเปลี่ยนไปสู่กระบวนการ “มองหาปัญญา” ผ่านโครงสร้างคะแนนแบบใหม่ที่เน้นความบริสุทธิ์ยุติธรรมและภูมิธรรมที่แท้จริง

อวสานยุค “เก็บคะแนน”—จากการจับผิดสู่การให้โอกาส

หากจะเข้าใจการเปลี่ยนแปลงในปี 2508 เราต้องมองย้อนกลับไปก่อนพุทธศักราช 2500 ในยุคนั้นการตรวจข้อสอบใช้ระบบที่เรียกว่า “ระบบเก็บคะแนน” ซึ่งมีวิธีการที่ดุดันและสร้างความกดดันให้แก่นักเรียนอย่างยิ่ง. ในระบบเก่า กรรมการจะตั้งคะแนนเต็มไว้ แล้วคอย “เก็บ” หรือ “หัก” ออกเมื่อพบที่ผิด หากนักเรียนทำผิดเพียงสองข้อครึ่งหรือถูกหักเกิน 25 คะแนนจาก 100 คะแนน สนามหลวงจะสั่งให้ “ลงศูนย์” และปรับตกทันที แม้ในข้ออื่น ๆ นักเรียนจะตอบได้ดีเพียงใดก็ตาม

แม่กองธรรมสนามหลวงในขณะนั้นเล็งเห็นว่า ระบบเก่านี้ “แรงไป” และดูประหนึ่งว่ากรรมการมุ่ง “จับผิด” นักเรียนมากกว่าการวัดความรู้. ในปี พ.ศ. 2500 จึงได้ประกาศเลิกใช้ระบบเก็บคะแนน และเปลี่ยนมาใช้ “ระบบให้คะแนน” (Point Giving) แทน ซึ่งเป็นระบบที่สืบเนื่องมาถึงปี 2508 และกลายเป็นรากฐานของการวัดผลในปัจจุบัน

เกณฑ์ 200 คะแนน—สี่เสาหลักแห่งภูมิธรรม

ในพุทธศักราช 2508 เกณฑ์การตัดสินถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจนและเคร่งครัด สำหรับนักธรรมชั้นตรี-โท-เอก และธรรมศึกษาชั้นตรี ผู้สอบต้องเผชิญกับ 4 รายวิชา (เรียงความแก้กระทู้ธรรม, ธรรมะ, พุทธประวัติ/ตำนาน, และวินัย) โดยแต่ละวิชามีคะแนนเต็ม 70 คะแนน รวมเป็นคะแนนเต็มทั้งสิ้น 280 คะแนน

ภาพจำที่นักเรียนทุกคนต้องตระหนักคือ “เกณฑ์ผ่าน 200 คะแนน” นี่คือเส้นชัยที่ต้องก้าวให้ถึงผ่านการรวมคะแนนจากทุกรายวิชา การวัดผลรูปแบบนี้เปิดโอกาสให้นักเรียนที่มีความถนัดต่างกันสามารถนำคะแนนในวิชาที่ตนเชี่ยวชาญมาชดเชยวิชาที่อ่อนกว่าได้ เช่น หากทำคะแนนวิชากระทู้ธรรมได้สูง ก็สามารถช่วยดึงคะแนนรวมให้พ้นขีดอันตรายได้

ส่วนในระดับธรรมศึกษาชั้นโทและเอก ซึ่งมีเพียง 3 รายวิชา (เว้นวินัย) เกณฑ์การตัดสินจะอยู่ที่ 150 คะแนน จากคะแนนเต็ม 210 คะแนน

“ห้ามได้ศูนย์”—กฎเหล็กที่แลกด้วยเกียรติคุณ

แม้ระบบใหม่จะมีความยืดหยุ่นด้วยการใช้คะแนนรวม แต่สนามหลวงก็ได้วาง “กฎเหล็กห้ามได้ศูนย์” ไว้เป็นปราการป้องกันความอ่อนแอทางวิชาการ กฎข้อนี้ระบุว่า “วิชาที่ตอบจะต้องได้คะแนนทุกวิชา หากเกิดวิชาใดไม่ได้คะแนนแม้แต่คะแนนเดียว ห้ามรวมคะแนนและปรับเป็นตกทันที”

ลองนึกภาพนักเรียนที่ทำคะแนน 3 วิชาแรกได้เต็มจนรวมได้ถึง 210 คะแนน ซึ่งเกินเกณฑ์ผ่าน 200 คะแนนไปแล้ว แต่หากในวิชาสุดท้ายเขากลับตอบไม่ได้เลยจนได้รับ “ศูนย์” ความเพียรพยายามทั้งหมดจะกลายเป็นโมฆะ กฎนี้สะท้อนปรัชญาที่ว่า ผู้จะเป็นนักธรรมต้องมีความรู้พื้นฐานครบถ้วนทุกด้าน จะละเลยวิชาใดวิชาหนึ่งจนสิ้นเชิงไม่ได้ เพราะแต่ละวิชาคือองค์ประกอบของ “ความเป็นผู้รู้ดี” ตามพระพุทธพจน์ที่แม่กองธรรมมักยกมาเตือนสติ

ความละเอียดอ่อนในการตรวจ—มากกว่าแค่ถูกหรือผิด

ในห้องตรวจข้อสอบปี 2508 กรรมการ 2 รูปจะนั่งร่วมกันพิจารณาใบตอบอย่างละเอียด คะแนน 10 คะแนนในแต่ละข้อไม่ได้ให้มาโดยง่าย นักเรียนที่ตอบ “สับข้อ” แม้จะถูกหมดก็จะถูกหัก 2 คะแนน เพื่อฝึกความเป็นคนรอบคอบ หากตอบไม่หมดข้อ กรรมการจะพิจารณาให้คะแนนตามส่วนของเนื้อหาที่ปรากฏ

คำเฉลยของสนามหลวงในปี 2508 ไม่ได้ถูกใช้เป็น “ไม้บรรทัด” ที่คอยฟาดฟัน แต่ถูกใช้เป็น “เข็มทิศ” แนวทาง กรรมการถูกกำชับให้ใช้เมตตากรุณาและมัชฌัตตุเบกขา หากนักเรียนตอบด้วยโวหารของตนเองแต่สามารถรักษา “ใจความสำคัญ” ไว้ได้ กรรมการก็พร้อมจะยกประโยชน์และให้คะแนนตามภูมิความรู้จริง

บทสรุป: มาตรฐานที่คงอยู่สู่อนาคต

ระบบการให้คะแนนและเกณฑ์การตัดสินในปี พ.ศ. 2508 คือหลักฐานของวิวัฒนาการทางการศึกษาที่ก้าวหน้าไปพร้อมกับการรักษาศรัทธา แม้ในเวลาต่อมา เช่นในปี พ.ศ. 2538 จะมีการเพิ่มจำนวนข้อสอบเป็น 10 ข้อต่อวิชา และปรับคะแนนเต็มเป็น 100 คะแนน (เกณฑ์ผ่าน 280 จาก 400) แต่ “หัวใจ” ของการวัดผลที่มุ่งเน้นความเป็นธรรมและความสัตย์ซื่อยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

การเรียนธรรมสอบธรรมจึงไม่ใช่เพียงการไล่ล่าใบประกาศนียบัตร แต่คือการฝึกฝนใจให้ละเอียดลออและสัตย์ซื่อ ดังที่แม่กองธรรมเคยปรารภไว้ว่า “การสอบตกไม่เป็นเรื่องสำคัญ… แต่ถ้าได้โดยไม่สมควร ก็ได้แต่ประกาศนียบัตรใบเดียวเท่านั้น ภูมิธรรมในเชิงปฏิบัติจะมีไม่ได้เลย”

เรียบเรียงข้อมูลจากหนังสือ: เรื่องสอบธรรม พ.ศ. 2508

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *