ปัญญาธรรมสะพรั่งทั่วแผ่นดิน: บทวิเคราะห์สถิติและการเติบโตของการศึกษาคณะสงฆ์ พ.ศ. 2508

ในพุทธศักราช 2508 ท่ามกลางบรรยากาศของสังคมไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ การศึกษาของคณะสงฆ์หาได้หยุดนิ่งไม่ หากแต่เปรียบเสมือน “กองทัพธรรม” ที่กำลังแผ่ขยายแสนยานุภาพทางปัญญาไปทุกหัวระแหง เสียงระฆังจากวัดราชผาติการามที่เป็นที่ทำการแม่กองธรรมสนามหลวงในขณะนั้น มิได้เป็นเพียงสัญญาณบอกเวลาปฏิบัติศาสนกิจ แต่คือสัญญาณแห่งการขับเคลื่อนตัวเลขสถิติอันน่าอัศจรรย์ที่สะท้อนถึงศรัทธาและความรู้ของพุทธบริษัทไทย

มหกรรมปัญญา—เมื่อผู้สมัครทะลุหลักแสน

ลองจินตนาการถึงภาพใบสมัครสอบนับหมื่นนับแสนแผ่นที่หลั่งไหลมาจากทั่วทุกภาคของประเทศ ในปี พ.ศ. 2508 สถิติตัวเลขผู้สมัครสอบธรรมสนามหลวงพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บันทึกประวัติศาสตร์ระบุว่ามีนักเรียนสมัครเข้าสอบทั้งนักธรรมและธรรมศึกษารวมเฉพาะในประเทศถึง 140,484 รูป/คน

หากย้อนกลับไปเพียงสองปีก่อนหน้า คือในปี พ.ศ. 2506 จำนวนผู้สมัครอยู่ที่ประมาณ 139,000 รูปเศษ การขยายตัวใน พ.ศ. 2508 จึงเป็นการตอกย้ำถ้อยคำของพระธรรมปาโมกข์ แม่กองธรรมสนามหลวงที่ปรารภว่า “การเรียนการสอบธรรมเจริญมาโดยลำดับ จำนวนผู้ศึกษาธรรมเข้าสอบมากขึ้น” ภาพของศาลาการเปรียญที่เนืองแน่นไปด้วยจีวรสีส้มและการแต่งกายสุภาพของฆราวาสผู้สอบธรรมศึกษา คือเครื่องยืนยันว่าการศึกษาธรรมไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป,

รัศมีแห่งธรรม—การขยายตัวของสนามสอบ 878 แห่ง

จากพระนครสู่ยอดดอย และจากเขตเมืองสู่เรือนจำที่มืดมิด แสงสว่างทางปัญญาได้ถูกจุดขึ้นทั่วราชอาณาจักร ในปี พ.ศ. 2508 สนามหลวงแผนกธรรมได้ขยายสถานจัดสอบออกไปกว้างขวางที่สุดยุคหนึ่ง โดยมีการเปิดสนามสอบรวมทั้งสิ้น 878 แห่ง ทั่วประเทศ

ความน่าสนใจอยู่ที่การกระจายตัวของสนามสอบเหล่านี้ คือ

ส่วนกลาง (พระนคร-ธนบุรี): มีสนามสอบที่เป็น “หัวใจ” ในการอำนวยการถึง 28 แห่ง

ส่วนภูมิภาค: แผ่กระจายไปตามวัดประจำจังหวัดและอำเภออีก 850 แห่ง

พื้นที่พิเศษ: แสงธรรมได้ลอดผ่านซี่กรงเหล็กเข้าไปสู่ เรือนจำถึง 40 แห่ง เพิ่มขึ้นจากปี 2506 ที่มีเพียง 39 แห่ง สะท้อนถึงบทบาทของธรรมะในการขัดเกลาจิตใจผู้ต้องขังอย่างเป็นรูปธรรม

ภาพที่เห็นชัดเจนคือความร่วมมือของเจ้าคณะภาคทั้ง 18 ภาค ที่ทำหน้าที่เป็นโซ่ข้อกลางเชื่อมโยงสำนักเรียนต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ทำให้มาตรฐานการสอบจากกรุงเทพฯ แผ่ไปถึงหมู่บ้านห่างไกลได้อย่างไร้รอยต่อ

จากอดีตสู่อนาคต—รอยล้อทางปริมาณที่น่าทึ่ง

หากเรามองสถิติ พ.ศ. 2508 เป็นจุดตัดของกาลเวลา เราจะเห็นรอยล้อการเติบโตที่น่าสนใจยิ่ง เมื่อเทียบกับ พ.ศ. 2485 ที่มีผู้สมัครสอบเพียง 99,666 รูป/คน ในยุคกึ่งพุทธกาลนั้น การศึกษาพระปริยัติธรรมได้เติบโตขึ้นกว่า 40% ภายในเวลาเพียงสองทศวรรษเศษ

การเติบโตนี้ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษ แต่คือการขยายตัวของ “สำนักเรียน” ที่เกิดขึ้นตามความต้องการของชุมชน แม้บางปีจะมีจำนวนลดลงบ้างตามสภาวะสังคม (ดังเช่นในปี 2506 ที่ลดลงเล็กน้อยจากปี 2505) แต่แม่กองธรรมยืนยันว่า “ไม่ใช่เครื่องส่องว่าการศึกษาเสื่อมลง” เพราะปริมาณงานและภาระของสนามหลวงเพิ่มขึ้นเกือบตลอดปีเพื่อรองรับระบบการเรียนการสอบที่ซับซ้อนขึ้น ความมั่นคงนี้เองที่เป็นรากฐานให้ในทศวรรษต่อ ๆ มา (เช่น พ.ศ. 2534) จำนวนผู้สมัครสอบธรรมศึกษาสูงขึ้นจนทะลุหลักหลายแสนคนในที่สุด

บทสรุป: ปริมาณที่ส่องถึงคุณภาพ

สถิติเปรียบเทียบในช่วง พ.ศ. 2507-2508 มิได้เป็นเพียงการรายงานตัวเลข แต่คือ “มาตรวัดศรัทธา” ของสังคมไทยในยุคนั้น การขยายตัวของสถานที่สอบจาก 835 แห่งในปี 2500 มาเป็น 878 แห่งในปี 2508 คือข้อพิสูจน์ถึงความสำเร็จในการกระจายอำนาจการบริหารการศึกษาไปยังภูมิภาค,

ตัวเลข 1.4 แสนคนในปี พ.ศ. 2508 คือ “กองทัพปัญญา” ที่ช่วยค้ำจุนรากแก้วของพระพุทธศาสนาให้ยืนยง ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกสมัยใหม่ ทำให้พระธรรมวินัยมิได้สถิตอยู่เพียงในตู้พระไตรปิฎก แต่สถิตอยู่ในหัวใจของกุลบุตรพุทธบริษัทสี่ทั่วทุกตารางนิ้วของแผ่นดินไทย.

เรียบเรียงข้อมูลจากหนังสือ: เรื่องสอบธรรม พ.ศ. 2508

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *