ปราการแห่งปัญญา: วัดสามพระยาและเส้นทางโลจิสติกส์ใบตอบสนามหลวง พ.ศ. 2513

ท่ามกลางระลอกคลื่นแห่งความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยในช่วงพุทธศตวรรษที่ 25 ยามที่ลมหนาวเดือนธันวาคมพัดผ่านคุ้งน้ำเจ้าพระยา, มีสถานที่แห่งหนึ่งที่ยืนหยัดเป็นประดุจ “ประภาคารทางปัญญา” ของเหล่าพุทธบริษัททั่วราชอาณาจักร นั่นคือ วัดสามพระยา พระนคร, ในพุทธศักราช 2513 สถานที่แห่งนี้มิได้เป็นเพียงพระอารามหลวงที่สงบสงัด แต่ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์และสมรภูมิทางปัญญาที่รองรับแผ่นกระดาษใบตอบกว่าสองแสนฉบับที่หลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศ บทความนี้จะพาท่านย้อนรอยไปสัมผัสบรรยากาศอันเข้มขลังและภารกิจอันยิ่งใหญ่ของการตรวจธรรมสนามหลวงในอดีต

เส้นทางใบตอบ—โลจิสติกส์แห่งศรัทธาข้ามภูมิภาค

ลองจินตนาการถึงภาพการสอบธรรมสนามหลวงที่จัดขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศระหว่างวันที่ 15 ถึง 18 ธันวาคม พ.ศ. 2513 เมื่อเสียงหวูดหมดเวลาสอบดังกังวาน ณ สนามสอบ ภารกิจที่ตึงเครียดที่สุดจึงเริ่มต้นขึ้น นั่นคือการรวบรวม “ใบตอบ” ของนักเรียนกว่า 200,563 รูป/คน

ในยุคนั้น กระบวนการขนส่งข้อสอบและใบตอบคือความร่วมมืออันทรงพลังระหว่าง “อาณาจักร” และ “พุทธจักร” โดยมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการประสานงานกับเจ้าคณะจังหวัด เมื่อการสอบเสร็จสิ้น ใบตอบนับแสนจะถูกบรรจุหีบห่ออย่างมิดชิด เดินทางผ่านรถยนต์บรรทุกหรือขบวนรถไฟจากหัวเมืองไกลสู่พระนคร เพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดหมายเดียวคือ ศาลาอบรมสงฆ์ วัดสามพระยา ซึ่งเป็นศูนย์กลางที่รอคอยการตรวจปัญญาธรรมจากทั่วราชอาณาจักร

ฉากที่ 2: ศาลาอบรมสงฆ์—ชุมนุมปราชญ์กลางพระนคร

เมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2514 (ตามปีปฏิทินตรวจของ พ.ศ. 2513) มาถึง บรรยากาศภายในวัดสามพระยาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ภายใต้หลังคาอันโอ่โถงของ ศาลาอบรมสงฆ์ ที่เจ้าสำนักเรียนวัดสามพระยาได้อนุญาตให้ใช้เป็นสถานที่ตรวจกลาง เสียงฝีเท้าของพระเถรานุเถระและพระเปรียญนับร้อยรูปที่สละเวลามาเป็นพระกรรมการตรวจเริ่มดังขึ้นตั้งแต่ช่วงเวลา 13.00 น.

ภายในศาลาคลาคล่ำไปด้วยกองใบตอบที่วางเรียงรายเป็นภูเขาขนาดย่อม กรรมการแต่ละรูปจะได้รับมอบหมายให้ตรวจ “ความรู้ตามความเป็นจริง” โดยเน้นทั้งความจำ ความเข้าใจ และความคิด บรรยากาศเต็มไปด้วยความเคร่งครัดและเยือกเย็น ทุกสายตาจดจ้องที่อักขระบนกระดาษเพื่อเฟ้นหา “ศาสนทายาท” ผู้เป็นทองเนื้อแท้ ภารกิจนี้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องทุกวันจนกว่าการตรวจใบตอบทั้งหมดจะเสร็จสิ้นสมบูรณ์

แรงหนุนจากสาธุชน—พลังอุปถัมภ์ที่อยู่เบื้องหลัง

เบื้องหลังการทำงานหนักของคณะกรรมการตรวจปัญญาธรรม ณ วัดสามพระยา คือพลังศรัทธาของพุทธศาสนิกชนที่มิเคยขาดสาย สนามหลวงแผนกธรรมบันทึกไว้ว่า การสอบและตรวจธรรมในแต่ละปีเป็นภาระที่หนักยิ่ง แต่กลับดำเนินไปได้อย่างสะดวกเรียบร้อยเพราะได้รับความอุปถัมภ์จากคฤหบดี พ่อค้า และประชาชน

ภาพควันกรุ่นจากอาหารที่ชาวบ้านนำมาถวายเป็นภัตตาหารเพลแก่พระกรรมการ หรืออุปกรณ์เครื่องเขียนที่จัดหามาอำนวยความสะดวกในสถานที่ตรวจ คือภาพสะท้อนของ “พุทธบริษัท 4” ที่ร่วมแรงร่วมใจกันอย่างแท้จริง ความเหนื่อยยากของการตรวจข้อสอบนับแสนฉบับจึงถูกคลี่คลายด้วยน้ำใจและศรัทธาที่มุ่งหวังจะสืบอายุพระพุทธศาสนาให้ยืนยาว

บทสรุป: วัดสามพระยาในฐานะสัญลักษณ์แห่งมาตรฐาน

บทบาทของวัดสามพระยาในปี พ.ศ. 2513 (และต่อเนื่องมาอีกหลายทศวรรษ) มิใช่เพียงแค่สถานที่ตั้งโต๊ะตรวจข้อสอบ แต่คือ “สถาบันแห่งมาตรฐาน” ที่ทำหน้าที่ควบคุมคุณภาพปัญญาของคณะสงฆ์ไทยทั่วประเทศ การรวบรวมใบตอบจากทั่วราชอาณาจักรมาตรวจ ณ จุดเดียว ช่วยให้เกิดความเสมอภาคและความเที่ยงธรรมตามหลัก “มัชฌัตตุเบกขา”

วัดสามพระยาจึงเปรียบเสมือน “เขื่อนยักษ์ที่คัดกรองสายน้ำแห่งปัญญา” ที่ไหลมาจากลำธารเล็ก ๆ ในต่างจังหวัด ผ่านระบบโลจิสติกส์ที่เข้มแข็ง เพื่อให้มั่นใจว่าปัญญาธรรมที่ไหลผ่านที่นี่ไป จะเป็นสายน้ำที่บริสุทธิ์และทรงคุณค่าต่อรัฐสีมาอาณาจักร ตลอดกาลนาน

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *