Monthly Archive: December 2025
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว การปฏิรูปประเทศให้ทันสมัยถือเป็นพระราชภารกิจที่สำคัญยิ่ง และหนึ่งในรากฐานที่ทรงวางไว้อย่างมั่นคงคือ “การปฏิรูปการศึกษา” เพื่อกระจายโอกาสการเรียนรู้ไปสู่ประชาชนในวงกว้าง โดยมีจุดเริ่มต้นสำคัญที่ โรงเรียนวัดมหรรณพาราม กรุงเทพมหานคร
ในหน้าประวัติศาสตร์วารสารศาสตร์ไทย การอุบัติขึ้นของนิตยสาร “ธรรมจักษุ” ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่แสดงถึงการปรับตัวของคณะสงฆ์ไทยเข้าสู่ยุคแห่งการสื่อสารสมัยใหม่ โดยมีเป้าหมายเพื่อนำหลักธรรมคำสอนจากคัมภีร์มาสู่หน้ากระดาษที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
การสถาปนา “มหามกุฏราชวิทยาลัย” เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๓๖ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในประวัติศาสตร์การศึกษาของไทย สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ผู้ทรงวางรากฐานการดำเนินงาน ได้ทรงกำหนดวัตถุประสงค์หลัก ๓ ประการ เพื่อยกระดับความรู้ของทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์ให้ก้าวทันต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกในขณะนั้น ดังนี้
ในปี พ.ศ. ๒๔๕๕ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการปฏิรูปการปกครองคณะสงฆ์ไทย เมื่อสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงริเริ่มภารกิจการเสด็จตรวจการคณะสงฆ์ในหัวเมืองต่างๆ ทั่วราชอาณาจักร ภารกิจนี้มิใช่เพียงการเสด็จเยือนตามธรรมเนียมปฏิบัติ แต่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการวางรากฐานระเบียบปฏิบัติและสร้างความเป็นปึกแผ่นให้กับคณะสงฆ์ไทย โดยมีวัตถุประสงค์หลัก ๕ ประการ ดังนี้
ในปี พ.ศ. ๒๔๖๐ นับเป็นหมุดหมายสำคัญของการปฏิรูปการศึกษาคณะสงฆ์ไทย เมื่อสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงพระดำริให้ปรับปรุงหลักสูตรการสอบเปรียญประโยค ๔ โดยเพิ่มเงื่อนไขเชิงวิชาการที่มีนัยสำคัญต่อการพัฒนาศาสนทายาท ๒ ประการหลัก ดังนี้
การศึกษาของคณะสงฆ์ไทยมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีผู้วางรากฐานสำคัญคือ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส พระองค์ทรงริเริ่มหลักสูตร “นักธรรม” หรือการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรมขึ้น เพื่อยกระดับความรู้ของภิกษุสามเณรให้มีความเป็นสากลและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมในขณะนั้น โดยมีเหตุผลและปัจจัยเกื้อหนุนสำคัญ ๕ ประการ ดังนี้
นวัตกรรมเชิงยุทธศาสตร์ “วัดเป็นโรงเรียน”: พลิกวิกฤตทรัพยากรสู่รากฐานการศึกษาสมัยใหม่ ในยุคที่สยามประเทศต้องเร่ง “อัปเกรด” ระบบปฏิบัติการของชาติให้ทันสมัยทัดเทียมตะวันตก โจทย์ที่ยากที่สุดของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) คือการขยายการศึกษาให้ทั่วถึงราษฎรในเวลาอันสั้นท่ามกลางข้อจำกัดมหาศาล ท่ามกลางวิกฤตนี้ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้ทรงเสนอทางออกที่เป็น “จุดเปลี่ยน” สำคัญผ่านกุศโลบาย “ใช้วัดเป็นโรงเรียน ใช้พระเป็นครู” ซึ่งหากเราวิเคราะห์ด้วยสายตาคนทำงานยุคปัจจุบัน นี่คือแนวคิดการบริหารจัดการที่เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ผ่าน ๔ มิติดังนี้ครับ
ฝ่าวิกฤตปฏิรูปการศึกษา: ถอดรหัสอุปสรรคและจุดเปลี่ยนแห่งการเรียนรู้ในหัวเมืองสยาม การวางรากฐานระบบการศึกษาทั่วประเทศในช่วงต้นของการปฏิรูปสยาม ไม่ได้ราบรื่นเหมือนการขีดเขียนลงบนกระดาษเปล่า แต่คือการปรับแก้โครงสร้างทางสังคมที่หยั่งรากลึกมานับศตวรรษ จากการศึกษาเอกสาร “การพัฒนาสยามประเทศ” เราพบว่าภารกิจการจัดการศึกษาในหัวเมืองสมัยรัชกาลที่ ๕ ต้องเผชิญกับกำแพงอุปสรรค ๔ ประการที่ท้าทายวิสัยทัศน์ของผู้นำในยุคนั้นอย่างยิ่ง
พิกัดการศึกษา: ทำไมรัชกาลที่ ๕ จึงเลือก “คน” เป็นยุทธศาสตร์สูงสุดในการกู้ชาติสยาม ในยุคที่สยามประเทศเปรียบเสมือนเรือลำเล็กกลางมหาสมุทรที่เต็มไปด้วยฉลามจากชาติตะวันตก การปฏิรูปบ้านเมืองเพื่อความอยู่รอดไม่ได้หมายถึงเพียงการสร้างรถไฟหรือป้อมปราการ แต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) ทรงมองเห็นลึกไปถึง “ระบบปฏิบัติการ” (Software) ของชาติ นั่นคือ “คนไทย” จากข้อมูลเชิงลึกในหนังสือ “การพัฒนาสยามประเทศ” เราสามารถถอดรหัสพระราชวิสัยทัศน์ว่า เหตุใดการปฏิรูปการศึกษาจึงถูกยกให้เป็นภารกิจระดับ “ความมั่นคงของชาติ” ผ่าน ๔ เหตุผลเชิงยุทธศาสตร์ดังนี้ครับ
“แว่นอังกฤษ”: หน้าต่างทางปัญญาและนวัตกรรมการศึกษาของปราชญ์สยาม ในยุคที่สยามประเทศกำลังก้าวข้ามผ่านจารีตเดิมเพื่อเข้าสู่ความเป็นอารยะ ภาษาอังกฤษไม่ได้เป็นเพียง “ภาษาที่สอง” แต่คือเครื่องมือสื่อสารกับอำนาจและวิทยาการของโลกใหม่ ท่ามกลางกระแสการปฏิรูปนั้น ตำรา “แว่นอังกฤษ” (Wan Angkrit) ได้อุบัติขึ้นในฐานะนวัตกรรมทางปัญญาที่ส่องสว่างให้กับวงการศึกษาไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ดูเหมือนจะอนุรักษนิยมที่สุดอย่าง “สังฆมณฑล”