Monthly Archive: December 2025
ถอดรหัส พ.ร.บ. คณะสงฆ์ ร.ศ. ๑๒๑: เมื่อ “ระเบียบสงฆ์” คือพิมพ์เขียวแห่งการพัฒนาชาติ ในบรรดาการปฏิรูปครั้งใหญ่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) การประกาศใช้ พระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ. ๑๒๑ (พ.ศ. ๒๔๔๕) ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเพียง “วัตรปฏิบัติ” ของพระสงฆ์ แต่เป็นการจัดวางระบบปฏิบัติการ (Operating System) ใหม่ให้กับพุทธจักรไทยเพื่อให้สอดรับกับความเป็น “รัฐสมัยใหม่”
หน้าต่างบานแรกสู่โลกกว้าง: ปริศนาครูชาวสกอต และมรดก “แว่นอังกฤษ” ในยุคสมัยที่สยามประเทศกำลังเปิดรับอารยธรรมตะวันตกเพื่อการปฏิรูปครั้งใหญ่ “ภาษาอังกฤษ” ไม่ใช่เพียงแค่ทักษะสื่อสาร แต่คือกุญแจสำคัญในการเข้าถึงวิทยาการระดับสากล หนึ่งในปัญญาชนสยามที่ทรงใช้กุศโลบายนี้ได้อย่างโดดเด่นที่สุดคือ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทว่าหลายท่านอาจยังไม่ทราบว่า ใครคือผู้วางรากฐาน “พหุภาษา” ให้แก่พระองค์ตั้งแต่ครั้งยังทรงพระเยาว์
คู่คิดการปฏิรูป: บทบาทเคียงข้างรัชกาลที่ ๕ พลิกโฉมสยามสู่ “รัฐสมัยใหม่” (Modern State) ในหน้าประวัติศาสตร์ไทย ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงที่เข้มข้นที่สุดยุคหนึ่งคือรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) ซึ่งเป็นยุคที่สยามต้องเผชิญกับมรสุมแห่งลัทธิล่าอาณานิคม การรักษาอธิปไตยของชาติในเวลานั้นมีเพียงหนทางเดียว คือการเร่งปฏิรูป (Reform) และสร้างความทันสมัย (Modernization) ให้ทัดเทียมนานาอารยประเทศ
ทางแยกแห่งศรัทธาและยุทธศาสตร์: การตัดสินพระทัยที่เปลี่ยนโฉมหน้าคณะสงฆ์ไทย หาก “การศึกษา” คือเครื่องมือหลักที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงใช้ในการพัฒนาสยามประเทศ “ผ้ากาสาวพัสตร์” ก็เปรียบเสมือนธงชัยที่นำทางพระองค์ไปสู่ความสำเร็จนั้น การตัดสินพระทัยละทิ้งวิถีทางโลกเพื่อมุ่งสู่ทางธรรมของเจ้าฟ้าผู้ทรงภูมิปัญญาพระองค์นี้ ไม่ใช่เพียงเรื่องของความศรัทธาส่วนพระองค์ แต่เป็นกุศโลบายสำคัญที่ส่งผลต่อโครงสร้างสังคมไทยในเวลาต่อมา
รัฐบุรุษทางปัญญาคู่พระทัยรัชกาลที่ ๕: การวางรากฐานการศึกษาชาติด้วยกุศโลบาย “วัดเป็นโรงเรียน” ในยุคสมัยที่คลื่นลมแห่งจักรวรรดินิยมกำลังโหมกระหน่ำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) ทรงตระหนักอย่างถ่องแท้ว่า พรมแดนที่แข็งแกร่งที่สุดในการปกป้องเอกราชของสยามไม่ใช่เพียงอาวุธยุทโธปกรณ์ แต่คือ “คุณภาพของคน” และเครื่องมือเพียงหนึ่งเดียวที่จะสร้างคุณภาพนั้นได้ คือการปฏิรูประบบการศึกษาให้ทัดเทียมนานาอารยประเทศ
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส: ปราชญ์ผู้ปฏิรูปสยามสู่ความทันสมัย ในหน้าประวัติศาสตร์แห่งการปฏิรูปประเทศสยามสู่ความทันสมัย นามของ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงได้รับการจารึกในฐานะปราชญ์ทางพุทธศาสนาและ “รัฐบุรุษทางปัญญา” พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญยิ่งในการวางรากฐานการศึกษาและระบบการปกครองคณะสงฆ์ไทย จนได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก ในวาระครบรอบ ๑๐๐ ปีแห่งการสิ้นพระชนม์
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส: ปัญญาชนสยามผู้พลิกโฉมการศึกษาและสังคมไทยสู่โลกสมัยใหม่ ในวาระครบรอบหนึ่งศตวรรษแห่งการสิ้นพระชนม์ องค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศยกย่องให้ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงเป็น บุคคลสำคัญของโลก ในปี พ.ศ. 2564 สาขาการศึกษา วัฒนธรรม สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ เหตุใดพระภิกษุผู้ครองสมณเพศในยุคเปลี่ยนผ่านของสยามพระองค์นี้ จึงได้รับการยอมรับในระดับสากล? บทความนี้จะพาไปสำรวจวิสัยทัศน์และ “มรดกทางปัญญา” ที่พระองค์ทรงวางรากฐานไว้ จนกลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไทยจวบจนปัจจุบัน
ข่าวประชาสัมพันธ์: พิธีปิดโครงการตรวจใบตอบข้อสอบธรรมสนามหลวง นักธรรมและธรรมศึกษาชั้นเอก (ส่วนภูมิภาค) ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๘ กรุงเทพมหานคร (๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๘) – สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง จัดพิธีปิดโครงการตรวจใบตอบข้อสอบธรรมสนามหลวง นักธรรมและธรรมศึกษาชั้นเอก ส่วนภูมิภาค ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๘ อย่างเป็นทางการ โดยได้รับเมตตาจากพระเถรานุเถระคณะผู้บริหาร และคณะกรรมการตรวจข้อสอบร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ณ วัดสามพระยา วรวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
Namo Tassa Bhagavato Arahato Samma Sambuddhassa (3 times) May blessings be upon all of you, laypeople and good folks. Whether you are the energetic new generation or the experienced elders who have seen much...
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ) เจริญพร ญาติโยมสาธุชนทุกท่าน ทั้งที่เป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรง และผู้หลักผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมามากทุกท่าน ที่ได้มาประชุมพร้อมเพรียงกัน หรือกำลังรับฟังผ่านสื่อออนไลน์อยู่ในขณะนี้ วันนี้อาตมภาพอยากจะชวนพวกเรามานั่งพัก แล้วลองทบทวนชีวิตกันสักนิด ท่ามกลางโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็วเหลือเกินในยุคปัจจุบัน โยมเคยรู้สึกเหนื่อยบ้างไหม? เหนื่อย… ทั้งที่ไม่ได้ไปแบกหามอะไรหนักๆ แต่ทำไมใจมันหนักอึ้ง? เคยตั้งคำถามกับตัวเองไหมว่า ที่เราตื่นแต่เช้า รีบเร่งเดินทาง ทำงานตัวเป็นเกลียวจนดึกดื่น แข่งขันกับเวลา แข่งขันกับคนอื่น… ทั้งหมดนี้ เรากำลังทำเพื่ออะไร?