แสงธรรมนอกรั้ววัด: พลวัตแห่ง ‘ธรรมศึกษา’ และการขยายตัวของสังคมอุดมปัญญา พ.ศ. ๒๕๑๘
บทนำ: รอยต่อแห่งยุคสมัยของการศึกษาพระปริยัติธรรม
พุทธศักราช ๒๕๑๘ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์การศึกษาคณะสงฆ์ไทย เมื่อภาพจำของการสอบธรรมสนามหลวงที่เคยจำกัดอยู่เพียงในแวดวงสมณะ ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างและสังคมวิทยาอย่างมีนัยสำคัญ บรรยากาศของสนามสอบในเดือนธันวาคมปีนั้น มิได้มีเพียงสีเหลืองของผ้ากาสาวพัสตร์ แต่เริ่มปรากฏภาพของข้าราชการ พ่อค้า และเยาวชน ที่ข้ามพ้นรั้วโรงเรียนและหน่วยงานราชการ เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของระบบการวัดผลทางธรรม สะท้อนให้เห็นถึงกระแสธารแห่ง “พุทธปัญญา” ที่กำลังไหลบ่าออกจากเขตพัทธสีมาเข้าสู่พื้นที่สาธารณะ ผ่านกลไกที่เรียกว่า “ธรรมศึกษา”
๑. ปรากฏการณ์คลื่นศรัทธามหาชน: สถิติและการบริหารจัดการ
จากการบันทึกสถิติในปี พ.ศ. ๒๕๑๘ พบว่ามีจำนวนผู้สมัครสอบในสนามหลวงรวมทั้งสิ้นถึง ๒๐๕,๘๗๗ รูป/คน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงการเติบโตแบบก้าวกระโดดของกลุ่มผู้สอบ “ธรรมศึกษา” หรือคฤหัสถ์ ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๓ ที่มีจำนวน ๒๗,๑๐๙ คน สู่จำนวน ๓๘,๓๙๔ คน ในปี พ.ศ. ๒๕๑๗
ความสำเร็จในเชิงปริมาณนี้ มิได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดจากการบริหารจัดการแบบบูรณาการระหว่าง “ศาสนจักร” และ “อาณาจักร” ในระดับภูมิภาค กลไกของรัฐโดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในฐานะ “ผู้อำนวยความสะดวก” (Facilitator) ประสานงานร่วมกับเจ้าคณะจังหวัดเพื่อเปิดพื้นที่วัดให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ ส่งผลให้เกิดความตื่นตัวในการนำหลักธรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยในยุคนั้น
๒. นวัตกรรมทางหลักสูตร: จาก “วินัยสงฆ์” สู่ “จริยธรรมพลเมือง”
หัวใจสำคัญของการขยายฐานการศึกษาพุทธศาสนาสู่ฆราวาสในทศวรรษ ๒๕๑๐ คือการปรับปรุงหลักสูตรให้มีความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับวิถีชีวิต (Contextualization) โดยสำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวงได้วางเกณฑ์การศึกษาวิชา “วินัย” ให้เหมาะสมกับสถานภาพของผู้เรียน
- สำหรับบรรพชิต (นักธรรม): มุ่งเน้นการศึกษา “นวโกวาท แผนกวินัยบัญญัติ” เพื่อการธำรงรักษาศีล ๒๒๗ ข้อ
- สำหรับคฤหัสถ์ (ธรรมศึกษา): ปรับเปลี่ยนมาใช้ตำรา “เบญจศีลเบญจธรรม และอุโบสถศีล” พระนิพนธ์ของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ญาณวรเถร) เป็นแกนหลัก
การปรับเปลี่ยนนี้มีนัยสำคัญทางยุทธศาสตร์ คือการเปลี่ยนเป้าหมายจากการผลิต “สมณะผู้เคร่งครัด” มาเป็นการสร้าง “พลเมืองธรรม” (Citizen of Dhamma) ที่มีคุณภาพ โดยเน้นการปลูกฝัง “เบญจธรรม” เพื่อความมั่นคงในการประกอบสัมมาชีพและการครองเรือน ควบคู่ไปกับการถืออุโบสถศีลเพื่อยกระดับจิตวิญญาณ
๓. มาตรฐานการวัดผล: ความเที่ยงธรรมภายใต้ร่มเงาปราชญ์
แม้จะมีความแตกต่างในรายวิชาวินัย แต่ระบบการศึกษาธรรมสนามหลวงยังคงรักษา “มาตรฐานคุณภาพ” (Quality Assurance) ไว้อย่างเข้มงวด ในรายวิชาแกนกลางอย่าง “เรียงความแก้กระทู้ธรรม” และ “ตำนาน” (พุทธประวัติและปฐมสมโพธิกถา) ทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์ต่างต้องผ่านเกณฑ์การทดสอบเดียวกัน
กระบวนการตรวจข้อสอบ ณ วัดสามพระยา ซึ่งเป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการสอบ ดำเนินการด้วยระบบ “๒ กรรมการ” และใช้เกณฑ์การให้คะแนนที่เป็นมาตรฐานสากล เพื่อให้มั่นใจว่าประกาศนียบัตรที่มอบให้นั้น เป็นเครื่องรับรองภูมิรู้และภูมิธรรมของผู้สอบได้อย่างแท้จริง มิใช่เพียงเอกสารรับรองการผ่านพิธีกรรมทางวิชาการเท่านั้น
บทสรุป
วิวัฒนาการของธรรมศึกษาในช่วงทศวรรษ ๒๕๑๐ ถึง ๒๕๑๘ คือหลักฐานเชิงประจักษ์ถึงวิสัยทัศน์ของคณะสงฆ์ไทยในการ “กระจายโอกาสทางการศึกษา” (Decentralization of Education) การปรับรูปลักษณ์ของวัดให้กลายเป็นโรงเรียนสอนศีลธรรมสากลผ่านหลักสูตรที่ทันสมัย ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยจรรโลงสังคมไทยให้เข้มแข็งด้วยปัญญาและจริยธรรมจวบจนปัจจุบัน

