Daily Archive: January 2, 2026
ในโลกของการบริหารจัดการสมัยใหม่ สิ่งที่ยากยิ่งกว่าการ “แสวงหาอำนาจ” คือการ “บริหารความรับผิดชอบ” โดยเฉพาะเมื่อต้องรับผิดชอบต่อผู้มีอำนาจสองฝ่ายที่มีเป้าหมายต่างกันอย่างสิ้นเชิง การประกาศใช้ พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ มิใช่เพียงการจัดระเบียบองค์กรสงฆ์ใหม่ แต่คือการก่อกำเนิดโมเดลการปกครองที่นักรัฐศาสตร์และนักนโยบายสาธารณะเรียกว่า “ภาวะความรับผิดชอบสองทาง” (Dual Accountability) สถานการณ์ที่เปราะบางและท้าทายนี้เกิดขึ้นเมื่อ คณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม (กศป.) ถูกวางบทบาทให้เป็น “คนกลาง” ที่ต้องรักษาสมดุลระหว่าง “อำนาจรัฐ” (อาณาจักร) ที่เน้นความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ กับ “อำนาจสงฆ์” (ศาสนจักร) ที่เน้นความบริสุทธิ์แห่งพระธรรมวินัย
หากเปรียบการปฏิรูปเป็นงานก่อสร้าง วันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๖๒ คือวันที่แปลนพิมพ์เขียวฉบับใหม่ถูกกางออกอย่างเป็นทางการ การประกาศใช้ พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ ไม่ใช่เพียงการเพิ่มกฎหมายลงในราชกิจจานุเบกษา แต่คือการวางศิลาฤกษ์ให้แก่โครงสร้างการบริหารรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “คณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม” (กศป.)
หากจะเอ่ยถึง “จุดเปลี่ยน” (Turning Point) ที่สำคัญที่สุดของการศึกษาคณะสงฆ์ไทยในรอบทศวรรษ คงหนีไม่พ้นการประกาศใช้ พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ กฎหมายฉบับนี้มิได้ทำหน้าที่เพียงแค่ปรับปรุงระเบียบปฏิบัติราชการทั่วไป แต่คือนวัตกรรมทางความคิดที่เข้ามารื้อถอนโครงสร้างอำนาจเดิม เพื่อสถาปนาสิ่งที่เรียกว่า “นิติรัฐ” (Rule of Law) ให้เกิดขึ้นจริงในวงการสงฆ์
หากกาลเวลาคือเครื่องพิสูจน์ศรัทธา กฎหมายก็คงเป็นเครื่องมือพิสูจน์ความยั่งยืนขององค์กร วันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๖๒ มิใช่เพียงวันธรรมดาในปฏิทินของคณะสงฆ์ไทย แต่เป็นหมุดหมายสำคัญ (Milestone) ของการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง เมื่อมีการประกาศใช้ “พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒”
Namo Tassa Bhagavato Arahato Samma Sambuddhassa. Blessings to all wise individuals seeking stability in life. Today, I invite you all to rest your eyes from busy screens, rest your ears from the clamor of...
Namo Tassa Bhagavato Arahato Samma Sambuddhassa. (Homage to the Blessed One, the Worthy One, the Fully Enlightened One.) May prosperity in the Dhamma be upon all you wise and faithful listeners. In the midst...
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ฯ เจริญพร สาธุชนผู้มีปัญญา ผู้กำลังแสวงหาความมั่นคงให้แก่ชีวิตทุกท่าน วันนี้ อาตมภาพ ขอเชิญชวนท่านทั้งหลาย พักสายตาจากหน้าจอที่วุ่นวาย พักหูจากเสียงอึกทึกของโลกภายนอก แล้วน้อมจิตเข้ามาสู่ความสงบภายในสักครู่หนึ่ง วันนี้อาตมาจะพาทุกท่านย้อนเวลากลับไปสู่ริมฝั่งแม่น้ำคงคา ในสมัยพุทธกาล เพื่อไปเรียนรู้ “วิชาชีวิต” จากปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ ผ่านเรื่องราวที่ดูเหมือนจะเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยปรัชญาอันลึกซึ้ง นั่นคือเรื่องราวของ “คนเลี้ยงวัว” ใน จูฬโคปาลสูตร
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ฯ ขอความเจริญในธรรม จงมีแด่ท่านสาธุชนผู้เปี่ยมด้วยปัญญาและศรัทธาทุกท่าน ในท่ามกลางกระแสธารแห่งโลกที่เชี่ยวกรากและเต็มไปด้วยการแข่งขัน มนุษย์เราต่างพากันแสวงหาหนทางที่จะนำพาชีวิตไปสู่ความสำเร็จ ความมั่นคง และความผาสุก หลายคนมองหาต้นแบบจากมหาเศรษฐี บ้างก็มองหาสูตรสำเร็จจากตำราบริหารจัดการตะวันตก แต่ทว่า ในคลังสมบัติแห่งพระพุทธศาสนา มีพระสูตรหนึ่งที่เปรียบดั่งเพชรน้ำงาม ซ่อนอยู่ในพระไตรปิฎกมานานนับพันปี นั่นคือ “มหาโคปาลสูตร”