Daily Archive: January 4, 2026
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ) สมโณ อัสสะ สมาหิโต (ผู้มีใจตั้งมั่น ชื่อว่าเป็นสมณะ) เจริญพร ท่านสาธุชนผู้แสวงหาความจริงของชีวิตทุกท่าน ท่ามกลางกระแสโลกที่เชี่ยวกรากในปัจจุบัน เรามักตัดสินคุณค่าของคนจากสิ่งที่ตาเห็น เรามองดูเสื้อผ้าที่สวมใส่ ยศถาบรรดาศักดิ์ที่ต่อท้ายชื่อ หรือภาพลักษณ์ที่ถูกปรุงแต่งขึ้นบนโลกโซเชียลมีเดีย เรามักถามกันว่า “คนนี้เป็นใคร?” “ทำอาชีพอะไร?” หรือ “มียศตำแหน่งใด?”
In today’s world, where “personal branding” and external image often define a person’s worth, we often ask: What truly separates an “ordinary person” from a “seeker of truth” (an ascetic or samaṇa)?
ในโลกยุคปัจจุบันที่ “Personal Branding” และภาพลักษณ์ภายนอกมักถูกใช้เป็นมาตรวัดคุณค่าของบุคคล เรามักตั้งคำถามว่า อะไรคือสิ่งแบ่งแยก “คนธรรมดา” ออกจาก “ผู้แสวงหาความจริง” (สมณะ)? คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่โปรไฟล์ในโซเชียลมีเดีย หรือแม้แต่เครื่องแบบที่สวมใส่ ย้อนกลับไปในสมัยพุทธกาล ณ นิคมอัสสปุระ แคว้นอังคะ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงวางบรรทัดฐานที่ลึกซึ้งกว่านั้นไว้ใน “มหาอัสสปุรสูตร” (Mahā-assapura Sutta) พระองค์ทรงชี้ชัดว่า แก่นแท้ของการเป็นสมณะมิได้อยู่ที่การครองจีวร หากแต่อยู่ที่ “คุณภาพของจิตใจ”
Namo Tassa Bhagavato Arahato Samma Sambuddhassa (Homage to the Blessed One, the Worthy One, the Fully Enlightened One) “Aññatra paccayā natthi viññāṇassa sambhavo.” (Apart from conditions, there is no origination of consciousness.) Blessings to...
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ) อัญญัตระ ปัจจะยา นัตถิ วิญญาณัสสะ สัมภะโว (เว้นจากปัจจัยแล้ว ความเกิดแห่งวิญญาณย่อมไม่มี) เจริญพร ท่านสาธุชนผู้ใฝ่ในธรรม ผู้แสวงหาแสงสว่างแห่งปัญญาและอิสรภาพทางจิตวิญญาณทั้งหลาย ในยามค่ำคืนที่เงียบสงัด หากเราแหงนมองท้องฟ้า หรือมองลึกลงไปในความว่างเปล่าของจิตใจ เคยมีคำถามหนึ่งผุดขึ้นมาในห้วงความคิดของท่านหรือไม่ว่า… “ตัวเรานี้คือใคร?” และ “เมื่อร่างกายนี้แตกดับไปแล้ว สิ่งที่เรียกว่า ‘วิญญาณ’ ของเรา จะล่องลอยไปสู่ที่แห่งใด?”
In popular culture and our common intuition, the concept of “Consciousness” (or the Soul) is often imagined as a mysterious energy or a permanent “Self.” We picture it like a traveler packing bags, leaving...
ในโลกทัศน์ของคนทั่วไปและวัฒนธรรมป๊อป (Pop Culture) คำว่า “วิญญาณ” มักถูกจินตนาการว่าเป็นกลุ่มก้อนพลังงานลึกลับ หรือ “ตัวตน” (Self) ที่ทำหน้าที่เหมือนนักเดินทาง ผู้เก็บข้าวของย้ายจากบ้านหลังเก่า (ร่างกายที่ตาย) ไปสู่บ้านหลังใหม่ (ภพชาติใหม่) อย่างอิสระ
ภายใต้โครงสร้างอันสวยหรูของ พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ การศึกษาใน “แผนกสามัญศึกษา” ถูกนิยามให้เป็นโมเดลการเรียนรู้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงสุด หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็น “Hybrid Model” ของวงการสงฆ์ เพราะต้องจัดการเรียนการสอนวิชาสามัญตามมาตรฐานกระทรวงศึกษาธิการ ควบคู่ไปกับวิชาธรรมและบาลีของสนามหลวง
ในศตวรรษที่ ๒๑ ที่คลื่นแห่งเทคโนโลยีถาโถมเข้าใส่ทุกสถาบันทางสังคม การศึกษาสงฆ์ไทยกำลังยืนอยู่บนรอยต่อของความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่ง นั่นคือการ “เปลี่ยนกระบวนทัศน์” (Paradigm Shift) ของผู้ทำหน้าที่ถ่ายทอดธรรมะ จากภาพจำเดิมของครูผู้ยืนหน้าชั้นและ “บรรยายความรู้” (Lecturer) ป้อนข้อมูลฝ่ายเดียว วันนี้บริบทโลกบีบคั้นให้ต้องยกระดับสู่บทบาทใหม่ที่ท้าทายกว่า นั่นคือการเป็น “ผู้อำนวยการการเรียนรู้” (Learning Facilitator) ผู้ทำหน้าที่ออกแบบและบริหารจัดการให้ปัญญางอกงามขึ้นในใจผู้เรียน
ภายใต้ร่มเงาของ พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมิได้จำกัดอยู่เพียงการจัดระเบียบโครงสร้างหรือตำแหน่งงานเท่านั้น ทว่า “หัวใจ” ที่แท้จริงของการปฏิรูปครั้งนี้ คือภารกิจในการยกระดับ “คุณภาพสถานศึกษา” ให้ก้าวพ้นจากกรอบเดิม ๆ ไปสู่การเป็นสถาบันที่ได้รับการยอมรับในระดับ “มาตรฐานการศึกษาของชาติ”