พุทธจักรในระบบนิติรัฐ: ผ่าตัดโครงสร้างและวิกฤตการเปลี่ยนผ่านบุคลากร จศป. ในระยะเริ่มแรก

การประกาศใช้ พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง มิใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงทางธุรการของคณะสงฆ์ไทย แต่คือนัยสำคัญของการเปลี่ยนผ่านกระบวนทัศน์ (Paradigm Shift) จากระบบจารีตนิยมสู่ “ระบบนิติรัฐ” (Rule of Law) อย่างเต็มรูปแบบ ภารกิจที่ละเอียดอ่อนและซับซ้อนที่สุดในสมการนี้ คือการแปลงสถานะบุคลากรเดิมที่ปฏิบัติงานด้วยศรัทธา ให้กลายเป็น “เจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม” (จศป.) ซึ่งมีสถานะทางกฎหมายรองรับ

แม้กฎหมายจะเปิดช่องทางผ่าน “บทเฉพาะกาล” ไว้เพื่อรองรับสิทธิ แต่ในทางปฏิบัติกลับเปรียบเสมือนการเดินบนเส้นด้ายบาง ๆ ระหว่างการรักษาสิทธิเดิมกับการรักษามาตรฐานใหม่ บทความนี้จะพาท่านไปสำรวจรอยต่อของความเปลี่ยนแปลงและวิกฤตที่ซ่อนอยู่ในรายละเอียด

๑. บทเฉพาะกาล: รอยต่อระหว่างศรัทธากับระบบราชการ

ภายใต้ข้อ ๕๘ ของข้อบังคับ กศป. พ.ศ. ๒๕๖๓ เจตนารมณ์ของกฎหมายต้องการ “นิรโทษกรรมทางสถานะ” ให้แก่ผู้ที่ปฏิบัติงานในกองบาลีฯ กองธรรมฯ หรือสถานศึกษาต่าง ๆ อยู่ก่อนแล้ว ให้เปลี่ยนสถานะเป็น จศป. โดยทันที

ทว่า ความท้าทายที่แท้จริงมิใช่อยู่ที่การรับรองสิทธิ แต่อยู่ที่กระบวนการ “เทียบเคียงตำแหน่ง” (Job Mapping) คณะกรรมการบริหารงานบุคคล (กบป.) ต้องเผชิญโจทย์หินในการนำลักษณะงานแบบจารีต—ซึ่งมักมีความยืดหยุ่นสูงแบบ “พี่สอนน้อง” หรือ “ช่วยงานวัด”—มาตีกรอบให้เข้ากับมาตรฐานตำแหน่งของระบบราชการที่แข็งตัว (Rigid) การจัดวางคนให้ตรงกับงานในบริบทใหม่จึงเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยทั้งศาสตร์แห่งการบริหารและศิลปะแห่งการประนีประนอม

๒. กับดักระบบอุปถัมภ์และภาวะผู้นำเชิงปัจเจก (The Abbot Factor)

หนึ่งในปัญหาเชิงโครงสร้างที่หยั่งรากลึกคือ วัฒนธรรมการบริหารแบบ “ปัจเจกบุคคลนิยม” ในอดีต ความรุ่งโรจน์หรือร่วงโรยของสำนักเรียนขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์และบารมีของ “เจ้าอาวาส” เป็นสำคัญ

เมื่อเข้าสู่บทเฉพาะกาล ความเสี่ยงจึงเกิดขึ้นเมื่อเจ้าอาวาสรูปเดิม—ผู้เป็นเสาหลัก—หมดวาระลง หรือมีการผลัดเปลี่ยนผู้นำ หากเจ้าอาวาสรูปใหม่มิได้มีฉันทะในการจัดการศึกษา สำนักเรียนนั้นอาจแปรสภาพเป็น “สำนักเรียนร้าง” ได้ในชั่วข้ามคืน สภาวะนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงในอาชีพของ จศป. ที่กำลังรอการบรรจุ เพราะเมื่อ “ฐานที่มั่น” (สถานศึกษา) สั่นคลอน ตำแหน่งงานย่อมแขวนอยู่บนความไม่แน่นอนทางนโยบายของผู้ปกครองสงฆ์ระดับท้องถิ่น

๓. แรงเสียดทานระหว่างสมรรถนะและใบปริญญา

การเปลี่ยนผ่านนี้ยังต้องเผชิญกับ “ช่องว่างของคุณสมบัติ” (Qualification Gap) บุคลากรเดิมจำนวนมากเปี่ยมด้วยประสบการณ์และจิตวิญญาณความเป็นครู แต่เมื่อต้องนำมาเทียบเคียงกับมาตรฐานข้าราชการพลเรือนที่เน้น “วุฒิการศึกษา” ตามระบบราชการ จึงเกิดความลักลั่น

กบป. จึงแบกรับภาระในการออกแบบเกณฑ์การประเมินผลสัมฤทธิ์ที่ยุติธรรม คือต้องไม่ทิ้งคนเก่าที่มีฝีมือ แต่ก็ต้องไม่ลดทอนมาตรฐานวิชาชีพใหม่ ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีข้อจำกัดด้าน “วินัยการคลัง” การบรรจุบุคลากรจำนวนมากย่อมหมายถึงภาระงบประมาณผูกพันระยะยาว ซึ่งต้องผ่านการเห็นชอบอัตรากำลังจากภาครัฐ ทำให้เกิดสภาวะคอขวดในการจัดสรรตำแหน่งในช่วงแรก

๔. พื้นที่แห่งความยุติธรรม: กลไกการร้องทุกข์

เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปโดยปราศจากคลื่นใต้น้ำ กฎหมายได้วาง “กลไกพิทักษ์สิทธิ” ไว้ตามข้อ ๕๗ นี่คือหมุดหมายสำคัญของธรรมาภิบาล

หาก จศป. รู้สึกถึงความไม่เป็นธรรมจากการใช้อำนาจของผู้บังคับบัญชาในช่วงรอยต่อนี้ ระบบเปิดโอกาสให้มีการ “ร้องทุกข์” ตามลำดับชั้นจนถึงคณะกรรมการ กศป. กลไกนี้ทำหน้าที่ดึงความขัดแย้งจากที่เคยตัดสินด้วย “วาจาสิทธิ์” ของผู้ปกครอง เข้าสู่กระบวนการพิจารณาที่เป็นระบบ มีพยานหลักฐาน และตรวจสอบได้ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของนิติรัฐ


บทสรุปและนัยสู่อนาคต

วิกฤตและปัญหาในบทเฉพาะกาล มิใช่ความล้มเหลวของกฎหมาย แต่คือ “อาการเจ็บปวดจากการเติบโต” (Growing Pains) ขององค์กรที่กำลังก้าวข้ามจากระบบจารีตสู่ความเป็นสถาบันมาตรฐาน ความสำเร็จของการเปลี่ยนผ่านนี้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความศักดิ์สิทธิ์ของตัวบทกฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสามารถในการ “บริหารความรู้สึก” และ “การจัดการทุนมนุษย์” ของผู้บริหารระดับสูง

หากเปรียบให้เข้าใจง่ายก็เหมือน “การบูรณะเรือนไม้โบราณเป็นอาคารคอนกรีต” บุคลากรเดิมเปรียบเสมือน “ไม้สักทองเรือนเก่า” ที่ทรงคุณค่าด้วยประสบการณ์และความภักดี แต่เมื่อโครงสร้างใหม่ถูกออกแบบเป็น “อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก” (ระบบราชการ) การนำไม้เก่ามาประกอบเข้ากับปูนใหม่ จึงต้องอาศัยช่างฝีมือ (กบป.) ที่ประณีตบรรจง หากเร่งรีบตอกตะปู ไม้อาจแตกร้าว (เกิดความขัดแย้ง) หากละเลยทิ้งขว้าง ก็เสียดายเนื้อไม้ชั้นดี ทางออกคือการขัดเกลา ปรับแต่ง และหาตำแหน่งวางที่เหมาะสม เพื่อให้ “บ้านหลังใหม่” มีความแข็งแกร่งทนทานตามยุคสมัย แต่ยังคงไว้ซึ่งกลิ่นอายแห่งศรัทธาและจิตวิญญาณดั้งเดิมอย่างงดงาม

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *