ปรัชญาการศึกษาและมาตรฐานจริยธรรมในการสอบธรรมสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๓๓: โอวาทธรรมพระสุธรรมาธิบดี
พุทธศักราช ๒๕๓๓ นับเป็นอีกวาระสำคัญทางประวัติศาสตร์การศึกษาของคณะสงฆ์ไทย เมื่อสำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง โดยการนำของ พระสุธรรมาธิบดี (แม่กองธรรมสนามหลวงในขณะนั้น) ณ วัดราชาธิวาสวิหาร ได้มอบนโยบายและโอวาทธรรมสำคัญแก่ผู้บริหารและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งถือเป็น “เข็มทิศทางจริยธรรม” ที่กำหนดทิศทางของกระบวนการวัดผลการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรม ให้มุ่งเน้นที่แก่นแท้ขององค์ความรู้มากกว่ารูปแบบภายนอก
๑. คุณค่าที่แท้จริงของ “นักธรรม”: การขัดเกลาจิตใจเหนือวิทยฐานะ สาระสำคัญของนโยบายการศึกษาในปี พ.ศ. ๒๕๓๓ คือการตอกย้ำวัตถุประสงค์หลักของการเรียนรู้ธรรมะ พระสุธรรมาธิบดีได้เน้นย้ำว่า การศึกษาพระธรรมวินัยมิใช่กระบวนการท่องจำเพียงเพื่อนำไปสอบเลื่อนสมณศักดิ์หรือรับประกาศนียบัตร แต่เป้าหมายสูงสุดคือ “การน้อมนำพระธรรมมาสู่ใจ” เพื่อขัดเกลาอัธยาศัยให้มีความประณีต สุขุม และเยือกเย็น
ในทัศนะของแม่กองธรรม ใบประกาศนียบัตรถือเป็นเครื่องรับรองวิทยฐานะตามสมมติบัญญัติ แต่ “คุณธรรม” และความสงบระงับแห่งจิตใจ คือเนื้อแท้ที่ระบบการศึกษาธรรมมุ่งหวังให้เกิดขึ้นแก่ศาสนทายาททุกคน
๒. สัมฤทธิผลทางการศึกษา: นัยแห่งความรู้ที่ยั่งยืน ประเด็นที่น่าสนใจในโอวาทธรรมปีนั้น คือการให้มุมมองต่อ “ผลสอบ” ที่แตกต่างไปจากค่านิยมทั่วไป โดยระบุว่า “การสอบได้หรือตกไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุด” แต่สำคัญที่ว่าผู้เรียนมี “ความรู้จริง” หรือไม่
- กรณีสอบตกแต่มีความรู้: หากผู้เรียนได้เพียรศึกษาจนแตกฉาน แม้จะเกิดข้อผิดพลาดในการสอบจนไม่ผ่านเกณฑ์ องค์ความรู้และภูมิธรรมนั้นก็ยังคงสถิตถาวรอยู่ในตน มิได้เสื่อมสลายไปตามผลสอบ
- กรณีสอบได้แต่ไร้ความรู้: ในทางตรงกันข้าม หากผู้เรียนมุ่งหวังเพียงผลสอบผ่านโดยใช้วิธีการทุจริต หรืออาศัยความช่วยเหลือที่ไม่ชอบธรรม สิ่งที่ได้รับคือกระดาษแผ่นหนึ่งที่ปราศจากคุณค่าทางจิตวิญญาณ เปรียบเสมือนการประดับยศที่ไร้ความหมาย เพราะไม่อาจนำความรู้นั้นไปใช้ดับทุกข์หรือจรรโลงพระศาสนาได้จริง
๓. บทบาทของบุคลากรทางการศึกษาในการรักษามาตรฐานพุทธจักร นอกจากผู้เข้าสอบแล้ว วิสัยทัศน์ในปี ๒๕๓๓ ยังให้ความสำคัญกับ “ผู้กำกับการสอบ” และครูอาจารย์ โดยเน้นย้ำถึงหน้าที่ในการรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของสนามสอบ การปล่อยปละละเลยหรือสนับสนุนให้เกิดการทุจริต ถือเป็นการทำลายรากฐานของพระพุทธศาสนาโดยตรง
นโยบายดังกล่าวถือเป็นการสืบสานเจตนารมณ์ในการสังคายนาและพัฒนาระบบการศึกษาของคณะสงฆ์ ให้เป็นกลไกคัดกรองบุคลากรที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง เพื่อให้ศาสนทายาทที่ผ่านกระบวนการนี้ เป็นผู้ที่มีความสุจริตเป็นที่ตั้ง และเป็นกำลังสำคัญในการสืบทอดพระพุทธศาสนาให้มั่นคงสืบไป
บทสรุป วิสัยทัศน์ของพระสุธรรมาธิบดี ในการสอบธรรมสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๓๓ ได้วางบรรทัดฐานสำคัญว่าด้วย “ความรู้คู่คุณธรรม” เป็นการเตือนสติให้พุทธบริษัทตระหนักว่า เกียรติยศแห่งนักธรรมมิได้วัดกันที่คะแนนสอบ แต่วัดกันที่ความบริสุทธิ์ยุติธรรมและความรู้จริง อันเป็นหลักประกันความยั่งยืนของสถาบันการศึกษาคณะสงฆ์ไทย

