การบริหารจัดการและการจัดกลุ่มสนามสอบธรรมสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๓๓: พัฒนาการเชิงโครงสร้างเพื่อรองรับการขยายตัวของผู้เข้าสอบในกรุงเทพมหานคร

ในปีพุทธศักราช ๒๕๓๓ สังคมไทยและกรุงเทพมหานครมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างรวดเร็ว บริบทดังกล่าวส่งผลให้มีผู้สนใจเข้าสอบธรรมสนามหลวงเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากจนแตะระดับแสนรูป/คน สถานการณ์นี้ถือเป็นโจทย์สำคัญในการบริหารจัดการพื้นที่และบุคลากรเพื่อให้การสอบดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและธำรงไว้ซึ่งมาตรฐาน ภายใต้การนำของพระสุธรรมาธิบดี (ในขณะนั้น) สนามหลวงแผนกธรรมจึงได้วางรากฐานการบริหารจัดการด้วยการจัดแบ่งพื้นที่สอบในกรุงเทพมหานครออกเป็น ๒๗ กลุ่มสนามสอบหลัก เพื่อสร้างเอกภาพในการกำกับดูแลให้ครอบคลุมทั่วเขตพระนครและปริมณฑล

การจัดตั้งศูนย์สอบหลักในเขตพระนคร: ต้นแบบแห่งการบูรณาการ การบริหารจัดการในปีดังกล่าวใช้วิธีการกำหนด “พระอารามหลวง” เป็นศูนย์กลางในการอำนวยการสอบ โดยในเขตชั้นในของพระนคร วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ทำหน้าที่เป็นสนามสอบศูนย์กลาง รองรับผู้เข้าสอบจากวัดในเครือข่าย อาทิ วัดชนะสงคราม วัดเทพธิดาราม วัดหงส์รัตนาราม และวัดราชบุรณะ

ในขณะเดียวกัน วัดบวรนิเวศวิหาร ได้รับบทบาทสำคัญในการเป็นศูนย์กลางของกลุ่มวัดถึง ๑๑ แห่ง ซึ่งรวมถึงวัดมกุฏกษัตริยาราม วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดราชาธิวาสวิหาร การรวมกลุ่มเช่นนี้มีนัยสำคัญในการสร้างมาตรฐานการสอบให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีเจ้าอาวาสพระอารามหลวงทำหน้าที่ประธานสนามสอบเพื่อกำกับดูแลความเรียบร้อยตามระเบียบสนามหลวงแผนกธรรมอย่างเคร่งครัด

การขยายเครือข่ายสู่ชานเมือง: การกระจายความรับผิดชอบอย่างทั่วถึง เพื่อให้สอดคล้องกับการขยายตัวของเมือง ยุทธศาสตร์การจัดสอบได้กระจายศูนย์กลางออกไปยังพื้นที่รอบนอก วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในย่านเยาวราช ดูแลวัดจักรวรรดิราชาวาสและวัดมหาพฤฒาราม ส่วนในฝั่งธนบุรี วัดปากน้ำ (ภาษีเจริญ) เป็นฐานสำคัญในการรองรับคณะสงฆ์และผู้เข้าสอบจากเขตภาษีเจริญและหนองแขม

นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดสนามสอบในพื้นที่รอยต่อของกรุงเทพมหานคร อาทิ วัดดอนเมือง (เขตบางเขน) วัดยาง (เขตพระโขนง) และวัดลาดพร้าว (เขตบางกะปิ) ให้เป็นจุดยุทธศาสตร์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าสอบ การแบ่งพื้นที่เป็น ๒๗ กลุ่มหลักนี้ ช่วยให้ระบบการรับ-ส่งข้อสอบจากวัดราชาธิวาสวิหาร ซึ่งดำเนินการในช่วงวันที่ ๓-๗ พฤศจิกายน ๒๕๓๓ เป็นไปอย่างรวดเร็วและปลอดภัย

กระบวนการประเมินผลและมาตรฐานความโปร่งใส หลังเสร็จสิ้นการสอบในวันที่ ๗ พฤศจิกายน กระบวนการรวบรวมใบตอบได้ถูกดำเนินการผ่านระบบเครือข่าย ๒๗ กลุ่มสนามสอบอย่างเป็นระบบ เพื่อนำส่งคืนสู่วัดราชาธิวาสวิหารในวันที่ ๙ พฤศจิกายน โดยโครงสร้างการรวมกลุ่มนี้พัฒนาต่อเนื่องมาจากปี พ.ศ. ๒๕๒๙ แต่มีความรัดกุมยิ่งขึ้น เพื่อเอื้อต่อกระบวนการตรวจใบตอบโดยคณะกรรมการ ซึ่งระบบการรวมกลุ่มช่วยให้การตรวจสอบความถูกต้องและการป้องกันความผิดปกติในการสอบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

บทสรุป การจัดกลุ่มสนามสอบธรรมสนามหลวงในปี พ.ศ. ๒๕๓๓ นับเป็นนวัตกรรมทางบริหารจัดการคณะสงฆ์ที่สำคัญ การวางโครงสร้าง ๒๗ สนามสอบหลักมิใช่เพียงการแก้ปัญหาเรื่องจำนวนผู้เข้าสอบ แต่คือการวางรากฐานระบบการศึกษาธรรมให้มีเอกภาพ มาตรฐาน และความศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นแบบอย่างของการบริหารงานการศึกษาพระปริยัติธรรมที่สืบทอดและพัฒนามาจนถึงปัจจุบัน

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *