ย้อนรอยประวัติศาสตร์ “การสอบบาลีสนามหลวง พ.ศ. ๒๔๘๑”: กุศโลบายการบริหารและเบื้องหลังการขยายโอกาสทางการศึกษาคณะสงฆ์

เอกสารจดหมายเหตุและบันทึกเก่าแก่ มักซ่อนเรื่องราวที่น่าสนใจและภูมิปัญญาในการบริหารงานในอดีตเอาไว้เสมอ เช่นเดียวกับ “สัมปสาทนียกถา” (ถ้อยคำแสดงความชื่นชมยินดี) ที่ปรากฏอยู่ในหนังสือ “เรื่องสอบบาลี ของ สนามหลวง พ.ศ. ๒๔๘๑” ซึ่งฉายภาพให้เราเห็นถึงความพยายามและความท้าทายในการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลี เมื่อเกือบ ๑๐๐ ปีก่อน (พ.ศ. ๒๔๘๑ ตรงกับสมัยรัชกาลที่ ๘)

บทความนี้จะพาไปถอดรหัสบันทึกดังกล่าว ว่าด้วยการบริหารจัดการสนามสอบที่เต็มไปด้วยกุศโลบายอันแยบยล และวิสัยทัศน์ในการพัฒนาบุคลากรทางพระพุทธศาสนาในยุคนั้น

๑. การขยายโอกาสสู่ภูมิภาค: ลดความกันดาร เพิ่มความสะดวก

ในยุคที่การคมนาคมยังไม่สะดวกสบายเหมือนปัจจุบัน การเดินทางข้ามจังหวัดเพื่อมาสอบบาลีเป็นเรื่องยากลำบากสำหรับพระภิกษุสามเณรในต่างจังหวัด บันทึกนี้ระบุว่า ในการสอบประโยค ป.ธ. ๓ ได้มีการจัดสอบตามจังหวัดต่างๆ อยู่แล้ว แต่ในปี พ.ศ. ๒๔๘๑ ได้มีการ “ขยาย” สนามสอบเพิ่มขึ้นอีก ๔ จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี, ลำปาง, แม่ฮ่องสอน และหนองคาย

เหตุผลเบื้องหลังคือ “เพื่อนักเรียนและผู้กำกับการสอบจะได้ไม่ต้องเดินทางไกลกันดาร เป็นการสะดวกขึ้น เป็นอุปการะแก่การศึกษา” แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในสวัสดิภาพของผู้เข้าสอบและกรรมการ และความพยายามกระจายโอกาสทางการศึกษาให้ทั่วถึงยิ่งขึ้น

๒. กุศโลบาย “คะแนนกำหนดสถานที่”: กรณีศึกษาพิษณุโลก-สวรรคโลก

จุดที่น่าสนใจที่สุดประการหนึ่งในบันทึกนี้ คือการใช้ “ผลการสอบ” มาเป็นเครื่องมือกระตุ้นความกระตือรือร้นในการเรียนการสอน

บันทึกระบุว่า มณฑลพิษณุโลก ได้ย้ายสนามสอบไปเปิดที่ จังหวัดสวรรคโลก (ปัจจุบันคืออำเภอหนึ่งใน จ.สุโขทัย) เหตุผลเพราะ “ในศกที่แล้วมา จังหวัดสวรรคโลกได้คะแนนในการสอบสูงกว่าจังหวัดพิษณุโลก”

การย้ายสนามสอบนี้ไม่ได้ทำเพียงเพื่อรางวัลแก่จังหวัดที่ทำคะแนนได้ดีเท่านั้น แต่มีเป้าหมายเพื่อ “เป็นการชักจูงเจ้าสำนักในจังหวัดพิษณุโลกให้ขมักเขม้นขึ้น” นับเป็นกุศโลบายการบริหารการศึกษาที่ชาญฉลาด โดยใช้การแข่งขันเชิงบวกมากระตุ้นให้เกิดการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในระดับท้องถิ่น

๓. เปรียญสูงต้องเข้ากรุง: เปิดโลกทัศน์สู่มหานคร

ในขณะที่ประโยคต้นๆ มีการกระจายสนามสอบออกไป แต่สำหรับประโยคสูง ตั้งแต่ ป.ธ. ๔ ขึ้นไป ยังคงกำหนดให้ “มารวมสอบในกรุงเทพฯ แห่งเดียว”

เหตุผลเบื้องหลังไม่ใช่เรื่องของการควบคุมมาตรฐานเพียงอย่างเดียว แต่มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลกว่านั้น คือ เพื่อให้นักเรียนต่างจังหวัดที่เป็น “พระเปรียญ” (ผู้มีความรู้ระดับสูง) แล้ว ได้มีโอกาส:

  • พบเห็นสภาพแห่งพระมหานคร
  • ได้เข้าในสมาคมการสอบไล่ใหญ่
  • เป็นทางให้ได้ความรู้ เห็นกว้างขวางออกไป

นี่คือการมองว่าการศึกษาไม่ได้มีแค่ในตำรา แต่การได้มาเห็นศูนย์กลางความเจริญและการได้พบปะสมาคมกับหมู่คณะสงฆ์จำนวนมาก เป็นการเปิดโลกทัศน์ที่สำคัญสำหรับศาสนทายาทในอนาคต

๔. พระบรมราชูปถัมภ์และแรงสนับสนุนเบื้องหลัง

ท้ายที่สุด สัมปสาทนียกถาได้ย้ำถึงความสำคัญของการศึกษาพระปริยัติธรรมว่าเป็นปัจจัยให้เกิดความรู้คู่ศีลธรรม และงานใหญ่นี้สำเร็จลงได้ด้วยความร่วมมือจากทั้งทางราชการ คณะสงฆ์ และทายกทายิกา

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ได้บันทึกถึงพระมหากรุณาธิคุณใน สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ที่ทรงรับเป็นพระธุระ “ทรงจัดหมากพลูบุหรี่มาอุปถัมภ์อย่างบริบูรณ์ทุกคราวมา” แก่กรรมการตรวจประโยคบาลี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมการถวายการอุปัฏฐากพระเถระผู้ใหญ่ในสมัยนั้น และน้ำพระทัยที่ทรงห่วงใยแม้ในรายละเอียดเล็กน้อยของการทำงานคณะสงฆ์


บทสรุป

บันทึกประวัติศาสตร์ชิ้นเล็กๆ นี้ ทำให้เราเห็นรากฐานอันแข็งแกร่งของการศึกษาบาลีในประเทศไทย ที่ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่ผ่านการวางแผน การใช้กุศโลบาย และการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน เพื่อดำรงรักษาพระสัทธรรมให้มั่นคงสืบไป ดังบทบาลีทิ้งท้ายในบันทึกว่า…

จิรํ ติฏฺฐตุ โลกสฺมึ สมฺมาสมฺพุทฺธสาสนํ… ขอพระศาสนธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อันส่องทางเพื่อวิสุทธิของสัตว์แก่นักศึกษาทั้งหลาย จงดำรงอยู่ในโลกสิ้นกาลนาน.

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *