มารตัชชนียสูตร เมื่อมารไม่ได้อยู่นอกตัว แต่อยู่ในใจ
ในการศึกษาพระไตรปิฎก พระสูตรจำนวนไม่น้อยใช้ “เรื่องเล่า” เป็นประตูเปิดสู่หลักธรรมอันลึกซึ้ง มารตัชชนียสูตรเป็นตัวอย่างที่โดดเด่น พระสูตรนี้มิได้เริ่มต้นด้วยคำสอนเชิงนามธรรม หากเริ่มจากอาการทางกายที่ดูเหมือนไม่มีอะไรน่าสนใจ
พระมหาโมคคัลลานะ อัครสาวกเบื้องซ้าย ผู้เลิศด้านฤทธิ์ รู้สึกหนักอึ้งในท้องขณะเดินจงกรม อาการเช่นนี้ หากเป็นคนทั่วไปก็คงคิดถึงโรคภัยหรืออาหารไม่ย่อย แต่สำหรับพระเถระผู้ฝึกจิตมาอย่างดี ท่านเลือกหันกลับมาพิจารณาด้วยความตั้งมั่น และพบว่าสาเหตุแท้จริงไม่ใช่เรื่องกาย หากเป็น “มาร” ที่แทรกซึมเข้ามา
เพียงเท่านี้ พระสูตรก็ชี้ให้เห็นแล้วว่า พระไตรปิฎกมิได้พูดถึงมารในฐานะตัวร้ายลอยฟ้าเท่านั้น หากกำลังชวนผู้อ่านมองลึกเข้ามาภายในตนเอง
การรู้ทันก่อนการต่อสู้
เมื่อทราบว่ามารแอบสิงอยู่ในร่าง พระมหาโมคคัลลานะไม่ได้แสดงฤทธิ์ทันที แต่ใช้โยนิโสมนสิการตรวจสอบจนชัดเจน แล้วจึงกล่าวเตือนมารให้ออกไป พร้อมทั้งชี้ให้เห็นผลเสียในระยะยาวของการเบียดเบียนพระพุทธเจ้าและพระสาวก
จุดที่น่าสนใจอยู่ที่ปฏิกิริยาของมาร มารคิดดูแคลนอยู่ในใจว่า แม้แต่พระพุทธเจ้าบางครั้งยังไม่รู้ความคิดของตน แล้วพระสาวกจะรู้ได้อย่างไร แต่ความคิดนั้นกลับถูกเปิดโปงโดยตรง พระเถระกล่าวย้ำว่ารู้ทันทุกความคิดที่เกิดขึ้น
ในเชิงพระไตรปิฎกศึกษา ตอนนี้สะท้อนหลักสำคัญอย่างหนึ่ง คือ กิเลสไม่ได้พ่ายแพ้เพราะอำนาจเหนือธรรมชาติ แต่พ่ายแพ้เพราะการถูกรู้ทันอย่างตรงจุด
ความสัมพันธ์ข้ามภพชาติ
เมื่อมารถูกบีบให้ยอมออกจากร่าง เรื่องกลับเดินไปไกลกว่าการขับไล่ธรรมดา พระมหาโมคคัลลานะเปิดเผยอดีตชาติของตนว่า ครั้งหนึ่งเคยเป็นมารชื่อทูสี และมารที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าก็ไม่ใช่ใครอื่น หากเป็นหลานของตนในชาตินั้น
ข้อความตอนนี้มีนัยสำคัญทางพุทธปรัชญาอย่างยิ่ง เพราะมันทำลายภาพจำแบบตายตัวระหว่าง “ฝ่ายดี” และ “ฝ่ายร้าย” พระสูตรกำลังบอกว่า ตัวตนในปัจจุบันคือผลของกรรมในอดีต และเส้นทางชีวิตยังสามารถเปลี่ยนได้ หากรู้เท่าทันและฝึกตนอย่างจริงจัง
กลยุทธ์ของมารในประวัติศาสตร์พระศาสนา
พระมหาโมคคัลลานะเล่าถึงเหตุการณ์ในสมัยพระพุทธเจ้ากกุสันธะ เมื่อครั้งตนยังเป็นทูสีมาร แผนการบ่อนทำลายพระศาสนาเริ่มจากการยุยงให้ชาวบ้านด่าทอพระสงฆ์ หวังให้พระโกรธและเสียสมณธรรม
เมื่อวิธีนี้ล้มเหลว เพราะพระพุทธเจ้าทรงสอนให้พระแผ่เมตตา มารจึงเปลี่ยนกลยุทธ์ไปในทิศทางตรงกันข้าม คือการกระตุ้นให้ผู้คนสักการะ ยกย่อง และบูชาพระอย่างเกินพอดี เพื่อให้เกิดความหลงในลาภ ยศ และชื่อเสียง
สำหรับผู้อ่านยุคปัจจุบัน ตอนนี้ชวนให้ฉุกคิดว่า ภัยต่อการปฏิบัติธรรมไม่ได้มาในรูปของการต่อต้านเสมอไป บางครั้งมันมาในรูปของคำชมและการยกย่องที่ดูเหมือนไร้พิษภัย
กรรมที่ไม่ต้องรอเวลา
เมื่อมารไม่รู้ประมาณ ยกระดับการเบียดเบียนถึงขั้นเข้าสิงเด็กให้ทำร้ายพระอริยสาวก พระพุทธเจ้ากกุสันธะเพียงทอดพระเนตรและตรัสว่า มารนี้ไม่รู้จักประมาณตน
ถ้อยคำเพียงเท่านั้น กลับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ กรรมทำงานทันที ทูสีมารถูกธรณีสูบลงสู่นรกโดยไม่ต้องมีใครลงโทษ
พระสูตรตอนนี้ไม่ได้มุ่งสร้างความหวาดกลัว หากกำลังอธิบายกลไกของกรรมอย่างเป็นเหตุเป็นผล การกระทำที่ขาดสติและไม่รู้ประมาณ ย่อมนำผลตามมาโดยไม่ต้องรอคำตัดสินจากใคร
ฤทธิ์กับสาระที่แท้จริง
ช่วงท้าย พระมหาโมคคัลลานะกล่าวถึงฤทธิ์ต่าง ๆ ที่ตนมี ไม่ใช่เพื่อโอ้อวด แต่เพื่อย้ำว่า แม้จะมีอำนาจเหนือมนุษย์หรือเทวดา หากขาดศีลและปัญญา ก็ไม่อาจพ้นอำนาจกรรมได้
ในบริบทของพระไตรปิฎกศึกษา ตรงนี้ช่วยให้เห็นชัดว่า ฤทธิ์ไม่ใช่เป้าหมายของการปฏิบัติ หากเป็นเพียงผลพลอยได้ของจิตที่ฝึกดีแล้ว และไม่มีคุณค่าใด ๆ หากไม่ประกอบด้วยเมตตาและปัญญา
บทสรุป
มารตัชชนียสูตรเป็นตัวอย่างของพระสูตรที่ใช้เรื่องเล่าเพื่ออธิบายธรรมอย่างลุ่มลึก มารในเรื่องอาจปรากฏเป็นตัวตนที่แทรกซึมทางกาย แต่ในระดับการตีความ มารคือกิเลสที่แอบอยู่ในใจ หากไม่รู้ทัน มันสามารถกำหนดทิศทางชีวิตได้อย่างเงียบงัน
พระมหาโมคคัลลานะเคยพลาดอย่างรุนแรงในอดีต แต่สามารถเปลี่ยนเส้นทางได้ด้วยการฝึกตนอย่างจริงจัง พระสูตรจึงไม่ได้สอนให้กลัวมาร หากสอนให้รู้จักตรวจสอบใจตนเองอย่างสม่ำเสมอ เพราะเมื่อสติรู้ทันก่อน กิเลสย่อมไม่มีที่ตั้ง

