ธรรมจาริกพยาบาล: พระเมตตาและบทบาทสาธารณสงเคราะห์ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ยามเสด็จตรวจการหัวเมือง
ท่ามกลางแสงแดดแผดเผาและฝุ่นละอองบนทางเกวียนที่ตัดผ่านทุ่งนาและป่าละเมาะของสยามประเทศเมื่อกว่าร้อยปีก่อน ภาพขบวนเสด็จเล็กๆ ที่ดำเนินไปอย่างเรียบง่ายด้วยพระบาทผ่านถิ่นทุรกันดารนั้น มิใช่เพียงภารกิจทางการปกครองเพื่อจัดระเบียบสงฆ์ให้เข้าสู่ความเป็นปึกแผ่นเท่านั้น แต่ทุกย่างก้าวของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ยังเปี่ยมไปด้วยร่องรอยแห่งพระเมตตาในการปัดเป่าโรคาพยาธิให้แก่พสกนิกรและบรรดาสงฆ์ในพื้นที่ห่างไกล
เมื่อความป่วยไข้ไร้ที่พึ่งในถิ่นทุรกันดาร
ในยุคสมัยที่หยูกยาและสถานพยาบาลยังเป็นของหายากและจำกัดอยู่ในพระนคร ความเจ็บไข้ได้ป่วยเปรียบเสมือนภัยเงียบที่คุกคามชีวิตชาวบ้านและพระภิกษุสามเณรตามวัดป่าอย่างโหดร้าย เมื่อสมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ เสด็จไปถึงอารามใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นวัดใหญ่ใจกลางเมืองหรือสำนักสงฆ์เล็กๆ ในป่าลึก พระองค์มิได้ทรงตรวจตราเพียงบัญชีรายชื่อหรือสภาพอาคารสถานที่เท่านั้น แต่สายพระเนตรอันเปี่ยมด้วยความห่วงใยจะทรงสอดส่องหาผู้ที่กำลังตกทุกข์ได้ยากอยู่เสมอ
พระอุปัฏฐากผู้ถือกล่องยาและหัวใจของนักบริบาล
หากทรงทราบว่ามีพระภิกษุสามเณรรูปใดอาพาธอยู่ พระองค์จะโปรดให้นำเสด็จไปเยี่ยมถึงเตียงนอนในกุฏิโดยไม่ถือพระองค์ ในขบวนเสด็จนั้นจะมีพระอุปัฏฐากประจำพระองค์ที่มีความรู้ทางด้านการแพทย์คอยตามเสด็จอย่างใกล้ชิด พระองค์จะประทับนั่งเคียงข้างผู้ป่วย ทรงไต่ถามอาการด้วยพระสุรเสียงอ่อนโยน ในขณะที่หมอประจำพระองค์ทำการตรวจรักษาอย่างละเอียด เมื่อวินิจฉัยอาการแน่ชัดแล้ว จะทรงประทานยาที่เตรียมมาให้ พร้อมกับคำแนะนำในการดูแลสุขอนามัย จนเมื่อทรงมั่นใจว่าผู้ป่วยปลอดภัยหรือมีแนวโน้มที่ดีขึ้นแล้วจึงจะเสด็จกลับ
พระเมตตาไร้พรมแดน: จากร่มกาสาวพัสตร์สู่พสกนิกร
พระเมตตาในด้านสาธารณสุขนี้มิได้จำกัดอยู่เพียงในหมู่สงฆ์เท่านั้น ระหว่างเส้นทางที่เสด็จผ่าน หากชาวบ้านที่มารอรับเสด็จคนใดมีอาการเจ็บป่วย พระองค์จะทรงเมตตาให้หมอประจำพระองค์ช่วยตรวจอาการและประทานยาให้เช่นเดียวกัน
ภาพที่น่าประทับใจและสะท้อนถึงพระวิสัยทัศน์ด้านสาธารณสงเคราะห์อย่างชัดเจน คือเมื่อทรงพบผู้ป่วยที่มีอาการหนักหรือยากจนข้นแค้นเกินกว่าจะหาซื้อยารักษาตนเองได้ พระองค์จะทรงโปรดให้ไวยาวัจกรจ่ายปัจจัยส่วนพระองค์เพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตตามควรแก่ฐานะ การกระทำนี้มิใช่เพียงการสงเคราะห์ชั่วคราว แต่คือการมอบความหวังให้แก่ผู้ที่กำลังสิ้นหวังในดินแดนที่ห่างไกลจากความช่วยเหลือของรัฐในเวลานั้น
จิตวิญญาณแห่งสังฆบิดรและรากฐานงานสาธารณสงเคราะห์
บทบาทของการเป็นหมอพระในระหว่างการเสด็จตรวจการหัวเมืองของสมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ สะท้อนให้เห็นถึงหัวใจของพระพุทธศาสนาที่ไม่เคยแยกขาดจากสังคม พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างของผู้นำสงฆ์ที่เป็นที่พึ่งของชุมชนอย่างแท้จริง ทรงพิสูจน์ให้ประจักษ์ว่าความดีงามของสมณะมิได้อยู่ที่การปฏิบัติธรรมโดยลำพัง แต่อยู่ที่การนำความรู้และทรัพยากรที่มีมาบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่เพื่อนมนุษย์ มรดกแห่งการสาธารณสงเคราะห์นี้เองที่เป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้คณะสงฆ์ไทยกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตชาวบ้านสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
เรียบเรียงข้อมูลจากหนังสือ: สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส กับการพัฒนาสยามประเทศ

