หลักเกณฑ์และกระบวนการในการขอยกฐานะวัดร้างขึ้นเป็นวัดที่มีพระภิกษุอยู่จำพรรษาตามระเบียบปฏิบัติของคณะสงฆ์
การดำเนินการขอยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดที่มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา หมายถึง กระบวนการฟื้นฟูสภาพของวัดที่ปราศจากพระภิกษุพำนักอาศัย ให้กลับคืนสู่สถานะการเป็นศาสนสถานที่เป็นศูนย์กลางในการประกอบศาสนกิจโดยสมบูรณ์อีกครั้ง การดำเนินการดังกล่าวจำเป็นต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงและระเบียบปฏิบัติที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มั่นใจว่าวัดที่ได้รับการฟื้นฟูมีความพร้อมในทุกมิติ บทความนี้ได้ประมวลหลักเกณฑ์สำคัญโดยจำแนกออกเป็นด้านต่าง ๆ ดังนี้
๑. ความพร้อมด้านกายภาพและทำเลที่ตั้ง
การฟื้นฟูสภาพแวดล้อมทางกายภาพถือเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญ โดยมีข้อกำหนดดังนี้
- การบูรณปฏิสังขรณ์: การจะเริ่มดำเนินการใดๆ ในพื้นที่วัดร้าง จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากมหาเถรสมาคมเพื่อดำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์เป็นเบื้องต้นก่อน และจะต้องดำเนินการซ่อมแซมอาคารเสนาสนะให้มีหลักฐานมั่นคงแข็งแรง อยู่ในสภาพที่เหมาะสมสมควรแก่การเป็นที่พำนักของพระภิกษุสงฆ์และใช้ประกอบศาสนกิจได้
- ขนาดพื้นที่ดิน: วัดจะต้องมีเนื้อที่ดินเพียงพอต่อการรองรับการขยายตัวและความเจริญของวัดในอนาคต โดยตามเกณฑ์มาตรฐานกำหนดไว้ที่ไม่น้อยกว่า ๖ ไร่ (อย่างไรก็ตาม อาจมีข้อยกเว้นได้หากมีเหตุผลความจำเป็นจำเพาะตามสภาพพื้นที่)
- ระยะห่างจากวัดอื่น: เพื่อการกระจายตัวที่เหมาะสมของศาสนสถาน วัดร้างที่จะยกฐานะขึ้นใหม่ควรตั้งอยู่ห่างจากวัดที่มีพระภิกษุอยู่จำพรรษาในละแวกใกล้เคียงไม่น้อยกว่า ๒ กิโลเมตร (ทั้งนี้ หากมีระยะห่างน้อยกว่าเกณฑ์ที่กำหนด จะต้องมีเหตุผลอันสมควรชี้แจงประกอบการพิจารณา)
๒. ความพร้อมด้านบุคลากรทางศาสนาและการสนับสนุนจากชุมชน
ความยั่งยืนของวัดขึ้นอยู่กับศาสนทายาทและศรัทธาของประชาชน จึงมีข้อกำหนดด้านบุคลากรดังนี้
- จำนวนพระภิกษุ: ผู้ยื่นคำขอจะต้องแสดงหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าได้ดำเนินการจัดให้มีพระภิกษุเข้ามาพำนักอาศัยและอยู่จำพรรษาประจำ ณ วัดนั้น เป็นจำนวนไม่น้อยกว่า ๔ รูป เพื่อให้ครบองค์สงฆ์ในการทำสังฆกรรมบางประการ
- การสนับสนุนจากประชาชน: จะต้องมีประชากรในท้องถิ่นจำนวนมากเพียงพอที่จะให้การทำนุบำรุงอุปถัมภ์ ส่งเสริมให้วัดสามารถดำรงอยู่และเจริญรุ่งเรืองต่อไปได้ในระยะยาว
๓. สถานะทางกฎหมายและกระบวนการพิจารณา
เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบแบบแผน มีข้อกำหนดที่ต้องตรวจสอบดังนี้
- สถานะทางทะเบียน: วัดร้างแห่งนั้นจะต้องมีรายชื่อปรากฏอยู่ในทะเบียนที่ดินศาสนสมบัติกลางและทะเบียนวัดร้าง ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติอย่างถูกต้อง และที่สำคัญคือ ในขณะที่ยื่นคำขอ พื้นที่วัดร้างนั้นจะต้องไม่มีการจัดหาประโยชน์ในรูปแบบอื่นใดอยู่ (อาทิ การให้เช่าพื้นที่เพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากกิจการศาสนา)
- การพิจารณาเห็นชอบ: กระบวนการพิจารณาจะต้องผ่านความเห็นชอบตามลำดับชั้นจากทั้งสองฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายคณะสงฆ์ (ตั้งแต่ระดับเจ้าคณะตำบล อำเภอ จังหวัด ภาค จนถึงเจ้าคณะใหญ่) และฝ่ายบ้านเมือง (นายอำเภอ และผู้ว่าราชการจังหวัด)
สรุปขั้นตอนการดำเนินงานสำคัญ
กระบวนการขอยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดที่มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา สามารถสรุปเป็นขั้นตอนสังเขปได้ดังนี้
- ขั้นที่ ๑ การขออนุญาตบูรณปฏิสังขรณ์: ผู้มีจิตศรัทธาประสงค์จะบูรณะ ต้องยื่นคำขอ (แบบ ศถ.๑๐) เพื่อขออนุมัติจากมหาเถรสมาคมก่อนเริ่มการก่อสร้างใดๆ
- ขั้นที่ ๒ การดำเนินการบูรณะ: เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว จึงดำเนินการก่อสร้างหรือซ่อมแซมเสนาสนะให้มั่นคง และนิมนต์พระภิกษุเข้าพำนักประจำ
- ขั้นที่ ๓ การรายงานขอยกสถานะ: เมื่อมีความพร้อมตามเกณฑ์ที่กำหนดครบถ้วน (เสนาสนะเสร็จสมบูรณ์ และมีพระภิกษุจำพรรษาครบ ๔ รูป) ให้ยื่นรายงานขอยกวัดร้าง (แบบ ศถ.๑๑)
- ขั้นที่ ๔ การประกาศผล: เมื่อมหาเถรสมาคมพิจารณาเห็นชอบแล้ว ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจะออกใบประกาศยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษา และดำเนินการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลทางกฎหมายต่อไป

